ส.อ.ท.ปลื้ม ไทยเริ่มส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าปีแรก เผยตัวเลขส่งออก 7 เดือนแรก ส่งออกกระบะ BEV 118 คัน รถยนต์นั่ง BEV 784 คัน ด้านบีวายดีเดินหน้าส่งออก “ดอลฟิน”ลอตแรก ตามติด “กู๊ดแคท” ด้านเอ็มจี ลั่นปีหน้า ลุยส่งออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรัฐบาลไทยประกาศนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านโครงการมาตรการอีวี 3.0 และมาตรการอีวี 3.5 เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ EV นั้น
ที่ผ่านมามีค่ายรถจีนได้เข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนเป็นจำนวนมาก และได้ทยอยผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยไปแล้ว และปีนี้เป็นปีแรกที่ประเทศไทยมีการผลิตและส่งออกรถยนต์ไปยังต่างประเทศ และคาดว่าจะเริ่มเห็นค่ายรถยนต์ทยอยส่งออกรถยนต์อีวีเพิ่มมากขึ้น
ล่าสุด บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์บีวายดี ได้ดำเนินการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin จากฐานการผลิตโรงงาน จ.ระยอง เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังทวีปยุโรป ทั้งเยอรมนี เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ รวมถึงสหราชอาณาจักร จำนวน 959 คัน เป็นครั้งแรก
ก่อนหน้านี้ นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย (GWM Thailand) บริษัทได้เริ่มส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าลอตแรก คือ ORA Good Cat ที่ผลิตจากโรงงานผลิตรถยนต์ GWM ที่ จ.ระยอง ไปยังบราซิล ออสเตรเลีย และมาเลเซีย โดยเริ่มส่งออกตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ไปบราซิลเป็นประเทศแรกเป็นจำนวน 1,000 คัน
ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้เอ็มจียังไม่มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการส่งออก เนื่องจากยังติดขัดปัญหาการใช้โลคอลคอนเทนต์ในประเทศที่ยังไม่ถึง 40% แต่คาดว่าในปี 2569 บริษัทจะสามารถเดินหน้าผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจากไทยไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศได้
“ตอนนี้เรารอบริษัทที่ผลิตเซลล์แพ็กแบตเตอรี่เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในประเทศไทย ซึ่งปีหน้าน่าจะได้เห็นความชัดเจน และเอ็มจีเองก็จะมีซัพพลายในส่วนนี้มาเพิ่มศักยภาพตรงนี้เพื่อให้เข้าเงื่อนไขการผลิตเพื่อส่งออก”
ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานยอดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค. 2568) มีการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 100% (BEV) มีจำนวน 27,408 คัน เพิ่มขึ้น 397.87% และรถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 134 คัน เพิ่มขึ้น 100% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ยอดขาย 7 เดือนแรกมียอดขาย 351,796 คัน ลดลง 0.74% จำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 63,334 คัน คิดเป็น 18% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 56.99%
รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 423 คัน ปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย
ส่วนตลาดส่งออกใน 7 เดือน พบว่ามีการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 531,796 คัน ลดลง 11.74% ในจำนวนนี้รถกระบะ BEV 118 คัน คิดเป็นสัดส่วน 0.02% ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
และรถยนต์นั่ง BEV 784 คัน คิดเป็นสัดส่วน 0.22% ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
โดยปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ประเทศไทยได้เริ่มผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ไทยส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้าตามนโยบายและแผนงานที่รัฐบาลและเอกชนร่วมมือกันเพื่อส่งออก
แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและการเข้มงวดในเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยขับเพื่อความปลอดภัยในรถยนต์และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ในส่วนของยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV ในเดือนกรกฎาคม มีรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 10,227 คัน เพิ่มขึ้น 77.21% และ 7 เดือน มียอดจดทะเบียนใหม่สะสมในส่วนของรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 67,254 คัน เพิ่มขึ้น 55.44%