ดีมานด์อีวีพุ่งทั่วโลกแย่งโควตา BYD มอนิเตอร์เข้มดูแลลูกค้าไทยเต็มสูบ
เรเว่ ออโตโมทีฟ เผยผลกระทบปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางยังกระทบตลาดรถยนต์นำเข้าต่อ หลัง BYD ทั่วโลกแย่งโควตาส่งออกรถยนต์จากบริษัทแม่ ทำให้ลูกค้าอาจจะต้องใช้เวลารอรับรถรุ่นนำเข้า 6-7 รุ่นนานกว่าปกติเล็กน้อย พร้อมประกาศความมั่นใจดูแลลูกค้าเต็มที่ ทั้งโปรโมชั่น แคมเปญส่งเสริมการขาย ลุ้นทั้งปียอดขายแตะ 8 หมื่นคัน
แหล่งข่าวระดับบริหารจากบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด (Rever Automotive) เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าบีวายดี (BYD) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ด้านยอดการจำหน่ายของรถยนต์บีวายดีในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ 2026 ที่ผ่านมา ที่มียอดจองเข้ามากว่า 18,057 คัน โดยบริษัทพยายามเดินหน้าเพื่อพยายามส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าที่จองรถเข้ามาให้ได้
แต่ขณะนี้ต้องยอมรับว่าบริษัทต้องเผชิญปัญหาในเรื่องโลจิสติกส์ หรือระบบการขนส่งรถยนต์เข้าจากจีนมาในประเทศไทยนั้น ปรากฏว่าวันนี้ ความต้องการของทั่วโลกนั้นแย่งโควตารถยนต์อีวีที่บริษัทแม่ผลิต เนื่องจากผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลต่อราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะแต่ประเทศไทยเท่านั้น
ตลาดทั่วโลกต่างต้องการเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย หรือยุโรป ทุกคนมีความกังวล และมีดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น อย่างในออสเตรเลียพบว่ามียอดจองเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวในช่วงที่ผ่านมา

“ตอนนี้เราต้องเผชิญปัญหา Ro-Ro หรือการขนส่งรถยนต์เข้ามาทางเรือ เพราะทุกประเทศทั่วโลกต่างมีความต้องการแย่งรถที่ผลิตจากโรงงานในจีนพร้อม ๆ กัน เรียกว่าสถานการณ์ของบีวายดีทั่วโลกวันนี้ทุกคนอยากได้รับไปสนองตอบความต้องการของลูกค้าของตัวเอง”
แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันแม้ว่าโควตาของประเทศไทยจะมีอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อคำสั่งซื้อรถไปที่บริษัทแม่ ปรากฏว่ากลุ่มประเทศต่าง ๆ ที่มีความต้องการที่มากเช่นเดียวกัน และมีคำสั่งซื้อที่มากกว่าประเทศไทย ก็อาจจะมีผลกระทบต่อตรงนี้
เนื่องจากมีลอตที่ใหญ่กว่าเข้ามา บริษัทแม่ก็อาจจะพิจารณาเพื่อสนองตอบให้กับตลาดใหญ่ หรือลอตที่ใหญ่กว่าก่อน

ส่งผลให้ประเทศไทยอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง สำหรับรถยนต์บีวายดีรุ่นนำเข้าบางรุ่นอาจจะขาดตลาดไปบ้าง หรือล่าช้าไปเล็กน้อย แทนที่จะสามารถส่งมอบได้เยอะที่สุด บวกกับความต้องการของลูกค้าบางส่วนอาจจะขอชะลอการรับรถออกไปเพราะความกังวลจากสถานการณ์
และแม้ว่าปัญหาช่องแคบฮอร์มุซอาจจะไม่ได้กระทบต่อการขนส่งของบีวายดีโดยตรง แต่ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบทางอ้อม ทั้งราคาน้ำมัน ค่าขนส่งที่มีราคาสูงขึ้น อีกทั้งจำนวนเรือที่หายไป เรียกว่ารถยนต์บีวายดีที่นำเข้ามาจำหน่ายวันนี้ได้รับผลกระทบทั้ง 6-7 รุ่น ได้แก่ ATTO, ATTO 2, SEAL 6, M6, SEALION 7, DENZA D9 มากบางน้อยบ้างแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตามบริษัทพยายามแก้ไขปัญหา โดยเน้นการสื่อสารและอัพเดตไปยังลูกค้าอย่างสม่ำเสมอว่าขณะนี้ปัญหาเรื่องของการขนส่ง Ro-Ro ไปถึงไหนอย่างไร ว่ารถอยู่ในสถานการณ์ไหนโดยมอนิเตอร์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นความรับผิดชอบของบริษัท เนื่องจากปัญหาความล่าช้าจากการขนส่ง

“บริษัทส่งมอบรถให้คุณไม่ได้ เช่น ถ้าบอกว่าต้องส่งมอบภายในระยะเวลาที่ทำหนด แต่ลูกค้าไม่ได้รับรถโดยปัญหาความผิดพลาดเกิดขึ้นจากทางบริษัท ดังนั้นบริษัทต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เช่น ต้องรักษาแคมเปญ หรือโปรโมชั่นให้กับลูกค้าจนกว่าจะได้รับรถ อันนี้แฟร์ ๆ เลย เพราะผิดที่เรา ลูกค้าไม่ผิด”
ส่วนสถานการณ์ยอดขายทั้งปี บีวายดีเชื่อว่ายอดขายที่ตั้งไว้ประมาณ 80,000 คันนั้น สถานการณ์วันนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากสถานการณ์พลังงานยังร้อนแรงก็มีลุ้นว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าน่าจะขายดีขึ้น
แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าตลาดรถยนต์อีวีจะอยู่ในภาวะทรงตัว มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ระดับ 20-25% หรือหากสถานการณ์น้ำมันยังคงร้อนแรงมีความเป็นไปได้ว่าสัดส่วนรถยนต์อีวีก็อาจจะไปแตะระดับ 25-30% ได้ ขณะที่ยอดขายรถยนต์โดยรวมน่าจะอยู่ที่ใกล้เคียงปีก่อน 600,000 คัน บวก/ลบ