นิสสันลีฟถล่มตลาดอีวี ปี”61 ใช้สิทธิ “เอฟทีเอ” ประเดิมเจ้าแรกในไทย

“นิสสัน” ชิงธงตลาดรถอีวีก่อนชาวบ้าน เมินแพ็กเกจบีโอไอ ลุยนำเข้า “ลีฟ” ใหม่ถล่มตลาดดีเดย์ต้นปีหน้า เชื่อราคาขายในญี่ปุ่น 9.59 แสนบาท บวกภาษีเอฟทีเอไม่เกิน 30% กวาดลูกค้ารักษ์โลกได้เพียบ ส่วนแผนผลิต “อี-พาวเวอร์” ยังเดินตามกรอบเดิม

นายอันตวน บาร์เตส กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า นิสสันมีความพร้อมนำ”นิสสัน ลีฟ” รถอีวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในระดับเวิลด์พรีเมี่ยม ที่ประเทศญี่ปุ่น มาทำตลาดในประเทศไทย โดยนิสสันต้องการเป็นผู้นำตลาดรถอีวี คาดว่าจะวางขายได้ช่วงปี 2561

“เรามั่นใจว่านิสสันต้องจะเป็นเจ้าแรกที่ทำตลาดอีวีในประเทศไทย”


ด้าน นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แผนที่นิสสันวางไว้นั้นอาจจะไม่เข้ากับเงื่อนไข หรือแพ็กเกจสนับสนุนของบีโอไอ โดยนิสสันต้องการทดลองทำตลาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าจะวางขายไปก่อน 2 ปี และค่อยเริ่มขึ้นไลน์ผลิตในประเทศราว ๆ ปีที่ 3 ส่วนแพ็กเกจของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนรถอีวีนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลและแผนงานต่าง ๆ

“สิ่งสำคัญของการผลิตรถอีวี คือดีมานด์ ซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา”

สำหรับ นิสสัน ลีฟใหม่ ที่จะนำมาขายในบ้านเราปีหน้าถือเป็นการกระตุ้นความสนใจให้กับตลาดรถอีวี ส่วนราคาขายยังไม่ชัดเจน แต่เป็นการนำเข้าภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น หรือเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะเสียภาษีนำเข้าและอัตราภาษีสรรพสามิตแบบเดิมไม่เกิน 30%

“ราคาขายลีฟในญี่ปุ่นตกอยู่คันละกว่า 9 แสน-1 ล้านบาท ปกติภาษีนำเข้าต้องจ่าย 80% แต่โชคดีว่าไทยกับญี่ปุ่นมีการทำเอฟทีเอระหว่างกัน ดังนั้นภาษีนำเข้าน่าจะแค่ 20% สรรพสามิตอีก 10% ขณะนี้เรากำลังเจรจาเรื่องนี้กับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด”

ส่วนแผนผลิตรถไฮบริด, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และอีวี ซึ่งรัฐบาลสนับสนุน จะต้องยื่นแผนขอรับการส่งเสริมภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ก็กำลังดำเนินการไปตามขั้นตอนซึ่งสอดคล้องกับแหล่งข่าวจากบีโอไอกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้นิสสันได้มีความพยายามเจรจาเพื่อนำนิสสัน โน๊ต อี-พาวเวอร์ เข้าสู่แพ็กเกจส่งเสริมของบีโอไอ โดยผลักดันเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ซึ่งใช้ไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อนและมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่เก็บ ประจุไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ให้เข้าหมวดรถอีวี ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสรรพสามิต 2% และเงื่อนไขส่งเสริมภาษีเครื่องจักรและภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกเยอะแยะ

สำหรับภาษีสรรพสามิต กระทรวงการคลังคิดในอัตราพิเศษ รถไฮบริดและปลั๊ก-อิน ไฮบริด ลดภาษีลงจากเดิม 50% ส่วนรถอีวี คิดแค่ 2% โดยจะต้องมีการผลิตและใช้แบตเตอรี่ในประเทศตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังออกประกาศยกเว้นอากรนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูป เพื่อทดลองตลาดในปริมาณที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้ความเห็นชอบเป็น ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี