‘เบสเซนต์’ รมว.คลังสหรัฐอัพเดต ข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซใกล้บรรลุสัปดาห์นี้
สหรัฐกล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดเสรี” ขณะที่เบสเซนต์ รมว.สหรัฐกล่าวว่าข้อตกลงกับอิหร่านใกล้จะบรรลุแล้ว
กองทัพสหรัฐกล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์ทุกประเภทผ่านได้ หลังจากที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอ้างว่าข้อตกลงกับอิหร่านใกล้จะบรรลุแล้ว
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) กล่าวในโพสต์บน X ว่า “เส้นทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดเสรี” โดยเน้นว่าได้ให้ความช่วยเหลือเรือมากกว่า 1,000 ลำในการผ่านเส้นทางน้ำนี้ แม้ว่าอิหร่านจะแสดงความก้าวร้าว “อย่างไม่สมควร” ก็ตาม
ทั้งนี้ เส้นทางใต้ผ่านน่านน้ำของโอมาน ไม่ใช่ส่วนที่อยู่ใกล้กับอิหร่าน
การประกาศนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการที่ราคาน้ำมันลดลงอย่างมากในวันอังคาร หลังจากที่เบสเซนต์ กล่าวว่าอาจมีข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้เร็วที่สุดในสัปดาห์นี้
“เรากำลังเจรจากับอิหร่านอยู่” เบสเซนต์กล่าวกับรายการ “Squawk Box” ของ CNBC “มีโอกาสที่เราอาจบรรลุข้อตกลงในวันนี้หรือพรุ่งนี้เพื่อเปิดช่องแคบและก้าวไปสู่ท่าทีที่เป็นปกติมากขึ้นในความขัดแย้งนี้”
ราคาน้ำมันเบรนต์ ซึ่งเป็นดัชนีราคาน้ำมันสากล ปรับตัวขึ้น 0.43% ในวันนี้ (5 สิงหาคม) มาอยู่ที่ 79.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากลดลง 5.3% ในวันก่อนหน้า ส่วนราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.21% มาอยู่ที่ 75.95 ดอลลาร์ หลังจากลดลง 5.7% ในวันก่อนหน้า
หลังจากคำกล่าวของเบสเซนต์แล้ว นักการทูตอาวุโสในตะวันออกกลางที่มีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมาน กล่าวกับ MS NOW ว่า สหรัฐและประเทศในยุโรปกำลังกดดันโอมานอย่างหนักให้ยอมรับข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
MS NOW ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลปากีสถานว่า เอกสารเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งนั้น “ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว”
แหล่งข่าวนักการทูต ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การเจรจาเกิดขึ้นระหว่างอิหร่านและโอมาน โดยมีปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย และสหรัฐ มีส่วนเกี่ยวข้อง “ทางอ้อม”
สำหรับประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการขาดแคลนขีปนาวุธของสหรัฐ ก่อนหน้านี้ในวันที่ 4 สิงหาคม ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐมีกระสุน “มากเกินพอ” หลังจากมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูงไปเกือบทั้งหมด ในระหว่างสงครามอิหร่าน
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่ากองทัพบกใช้ขีปนาวุธระบบยุทธวิธี (Army Tactical Missile Systems) และขีปนาวุธโจมตีแม่นยำ (Precision Strike Missiles) ไปเกือบหมดแล้ว และซีเอ็นเอ็นรายงานว่ากองทัพสหรัฐใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นเกือบ 80% สำหรับระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ซึ่งใช้ป้องกันการโจมตีจากขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)
ในการตอบโต้รายงานการขาดแคลนขีปนาวุธดังกล่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐมี “กระสุนมากกว่าใครในโลก และมากกว่าที่เราต้องการเสียอีก” พร้อมทั้งอ้างว่าบริษัทด้านกลาโหมของสหรัฐมี “กำลังผลิตกระสุนมากกว่าที่เคยผลิตมา และยังขยายโรงงานและอาวุธยุทโธอุปกรณ์ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน”
แอนนา เคลลี รองโฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า กองทัพสหรัฐมีกระสุน อาวุธ และคลังสำรองมากเกินพอที่จะตอบสนองเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ทั้งหมดของประธานาธิบดีทรัมป์ และมากกว่านั้นด้วยซ้ำ และปฏิบัติการ Epic Fury ที่สหรัฐและอิสรามโจมตีอิหร่านเริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ เผยให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมาหาเรื่องกับสหรัฐอเมริกา