เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยฮอนด้า ปรับเป้ามอ’ไซค์ คาดทั้งปีแตะ 1.43 ล้านคัน
Automotive ไทยฮอนด้า ปรับเป้ามอ’ไซค์ คาดทั้งปีแตะ 1.43 ล้านคัน
สสว. ชี้แจง พร้อมกางกฎหมายโต้ ม.ศิลปากร ยันโปร่งใสปมเลือกหน่วยร่วม e-Commerce
News สสว. ชี้แจง พร้อมกางกฎหมายโต้ ม.ศิลปากร ยันโปร่งใสปมเลือกหน่วยร่วม e-Commerce
25 รัฐล้วนเดโมแครต ยื่นฟ้องรัฐบาล ชี้ภาษีทรัมป์ 10-12.5 % มาตรา 301 ผิดกฎหมาย
World 25 รัฐล้วนเดโมแครต ยื่นฟ้องรัฐบาล ชี้ภาษีทรัมป์ 10-12.5 % มาตรา 301 ผิดกฎหมาย
สภาผู้บริโภค ยื่นนายกฯ ทูลเกล้าฯ ถอดประธาน กสทช. ห่วงคุ้มครองผู้บริโภคสะดุด
Politics สภาผู้บริโภค ยื่นนายกฯ ทูลเกล้าฯ ถอดประธาน กสทช. ห่วงคุ้มครองผู้บริโภคสะดุด
BOI เปิด THECA ดึงซัพพลายเออร์ไทยเชื่อมฐานผลิต PCB-อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงสู่ห่วงโซ่โลก
Biz Movement BOI เปิด THECA ดึงซัพพลายเออร์ไทยเชื่อมฐานผลิต PCB-อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงสู่ห่วงโซ่โลก
ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
สทนช.ทุ่ม 2.1 หมื่นล้าน ปั้น ‘ห้วยหลวงโมเดล’ แก้ท่วม-แล้ง ครอบคลุมพื้นที่ 3 แสนไร่
Economic สทนช.ทุ่ม 2.1 หมื่นล้าน ปั้น ‘ห้วยหลวงโมเดล’ แก้ท่วม-แล้ง ครอบคลุมพื้นที่ 3 แสนไร่
ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดแคมเปญรับวันแม่ “ICONSIAM & ICS HAPPY MOTHER’ S DAY”
Business ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดแคมเปญรับวันแม่ “ICONSIAM & ICS HAPPY MOTHER’ S DAY”
‘No Free Lunch’ ยุคทรัมป์ไม่ให้ใครฟรีๆ สหรัฐหวังอะไร ช่วยญี่ปุ่นพยุงค่าเงินเยน
World ‘No Free Lunch’ ยุคทรัมป์ไม่ให้ใครฟรีๆ สหรัฐหวังอะไร ช่วยญี่ปุ่นพยุงค่าเงินเยน
ออนิกซ์ฯชู ‘Event Tourism’ ดันพัทยาเที่ยวได้ตลอดปี รับกระแส Pattaya Marathon 2026
Business ออนิกซ์ฯชู ‘Event Tourism’ ดันพัทยาเที่ยวได้ตลอดปี รับกระแส Pattaya Marathon 2026
ดูทั้งหมด

25 รัฐล้วนเดโมแครต ยื่นฟ้องรัฐบาล ชี้ภาษีทรัมป์ 10-12.5 % มาตรา 301 ผิดกฎหมาย

04 ส.ค. 2569 | 15:00น.

กลุ่ม 25 รัฐที่ทุกรัฐนำโดยพรรคเดโมแครตยื่นฟ้องเพื่อคัดค้านมาตรการภาษีล่าสุดของทรัมป์ที่เรียกเก็บคู่ค้าในอัตรา 10-12.5 % โดยโต้แย้งว่าผู้นำสหรัฐไม่มีอำนาจขึ้นภาษี ตามมาตรา 301 กฎหมายการค้าปี 1974 ถือเป็นการกำจัดภาษี เสาหลักนโยบายของทรัมป์โดยใช้กฎหมายรอบล่าสุด

รอยเตอร์ (Reutets) รายงานว่า กลุ่มรัฐ 25 รัฐที่ทั้งหมดนำโดยพรรคเดโมแครตในสหรัฐยื่นฟ้องรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันต่อศาลนิวยอร์ก เมื่อ 3 สิงหาคม เวลาท้องถิ่น โดยอ้างว่ามาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศคู่ค้าล่าสุดของประธานาธิบดีนั้น เกินขอบเขตอำนาจทางกฎหมายในการเก็บภาษีนำเข้า เช่นเดียวกับมาตรการภาษีต่างตอบแทนก่อนหน้านี้

การฟ้องร้องของรัฐที่ยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกาในนิวยอร์กนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐเคยยื่นฟ้องร้องเพื่อขัดขวางมาตรการภาษีก่อนหน้านี้ที่เรียกเก็บ 10 % ตามมาตรา 122 ซึ่งต่อจากครั้งแรกที่รัฐรวมสิบกว่าแห่งที่ล้วนนำโดยพรรคเดโมแครตและธุรกิจขนาดเล็กชนะในการคัดค้านมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกที่ทรัมป์กำหนดขึ้นในวาระที่สอง แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงกำหนดภาษีใหม่ต่อไปแม้จะพ่ายแพ้ทางกฎหมายหลายครั้ง

รัฐบาลทรัมป์กำหนดภาษีใหม่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ในอัตรา 10% และ 12.5% ​​กับ 60 ประเทศคู่ค้า รวมถึงสหภาพยุโรป (อียู) โดยอ้างว่าประเทศเหล่านั้นไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอเพื่อหยุดยั้งการส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ มาตรการภาษีนำเข้าล่าสุดนี้มีผลบังคับใช้ในขณะที่ภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกก่อนหน้านี้หมดอายุลง

รัฐที่ฟ้องร้อง (รวมถึงโอเรกอนและนิวยอร์ก) ล้วนมีอัยการสูงสุดหรือผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต

“แม้จะพ่ายแพ้ในทุกขั้นตอน แต่ทรัมป์ก็ยังพยายามสร้างความวุ่นวายให้กับครอบครัวคนทำงานและธุรกิจท้องถิ่นของโอเรกอนอีกครั้ง” แดน เรย์ฟิลด์ อัยการสูงสุดของรัฐโอเรกอนกล่าวในแถลงการณ์

นายคุช เดไซ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า ภาษีนำเข้าเป็นมาตรการที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมายเพื่อตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรมจากประเทศอื่น ๆ

“การที่ประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถบังคับใช้และดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับนั้นไม่สมเหตุสมผลและเป็นภาระต่อการค้าของสหรัฐ รวมถึงคนงานชาวอเมริกัน และต้องได้รับการแก้ไข” เดไซกล่าว

ทรัมป์ทำให้ภาษีนำเข้าเป็นเสาหลักสำคัญของนโยบายต่างประเทศ แม้หลังจากความพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวดในชั้นศาลสูงสุดสหรัฐ (The U.S. Supreme Court) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ศาลตัดสินคัดค้านมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าที่บังคับใช้ทั่วโลกของทรัมป์ส่วนใหญ่ โดยพบว่าพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าแต่เพียงฝ่ายเดียว

ทรัมป์ตอบโต้คำตัดสินนั้นด้วยการยกระดับสงครามการค้า โดยกล่าวหาผู้พิพากษาศาลสูงสุดว่า “ไม่ภักดี” และออกคำสั่งภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% ภายใต้อำนาจทางกฎหมายการค้าฉบับอื่น ซึ่งเช่นเดียวกับ IEEPA ไม่มีประธานาธิบดีคนใดเคยใช้ในการกำหนดภาษีนำเข้ามาก่อน ภาษีก็ถูกศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐตัดสินว่าผิดกฎหมายเช่นกัน แต่ก็ยังคงมีผลบังคับใช้ในระหว่างที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยื่นอุทธรณ์

ภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกรอบล่าสุดถูกกำหนดขึ้นภายใต้มาตรา 301 ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อต่อต้านการปฏิบัติทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติโดยประเทศอื่น ภาษีที่กำหนดในเดือนกรกฎาคมส่งผลกระทบต่อสินค้านำเข้าของสหรัฐมากกว่า 99%

แตกต่างจาก IEEPA หรืออำนาจภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกชั่วคราว มาตรา 301 เคยถูกใช้โดยประธานาธิบดีในอดีตมาแล้ว แต่รัฐต่างๆ และธุรกิจขนาดเล็กกล่าวในคำฟ้องว่า ภาษีตามมาตรา 301 นั้นในอดีตมุ่งเป้าไปที่ประเทศและอุตสาหกรรมเฉพาะเจาะจง และวิธีการแบบเหมาหมดของทรัมป์นั้นไม่ปรากฏแบบอย่างในอดีต

คำฟ้องของรัฐต่างๆ เช่นเดียวกับคำฟ้องก่อนหน้านี้สองคดีที่ธุรกิจขนาดเล็กยื่นฟ้องเกี่ยวกับภาษีดังกล่าว ยังโต้แย้งว่าภาษีใหม่นี้ใช้แรงงานบังคับ เป็นข้ออ้างในการนำภาษีที่ศาลตัดสินว่าผิดกฎหมายกลับมาใช้ใหม่ พวกเขากล่าวว่า ภาษีนำเข้าแบบเหมาหมดจะไม่ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริงของแรงงานบังคับทั่วโลก