งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
หากได้รับแจ้งว่าอีกไม่กี่นาทีน้ำกำลังจะเข้าบ้าน คำถามแรก คือ เราจะหยิบอะไรติดตัวออกไป
งานวิจัยเรื่อง Disaster preparedness kits ready or not? Household resilience to flash flooding in Uttarakhand ศึกษาครัวเรือนที่ประสบ น้ำท่วมฉับพลันในรัฐอุตตราขัณฑ์ ประเทศอินเดีย และสำรวจว่าขณะอพยพออกจากบ้าน ผู้ประสบภัยสามารถนำสิ่งของอะไรออกไปได้จริงบ้าง
ผลการศึกษาพบว่า 39% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ไม่ได้หยิบสิ่งของฉุกเฉินตามรายการที่ศึกษาติดตัวออกมาเลย ขณะที่มากกว่า 75% นำออกมาได้ไม่เกิน 2 รายการ นักวิจัยชี้ว่าปัจจัยหนึ่งอาจมาจากเวลาที่จำกัด รวมถึงการไม่รู้ว่าจะต้องออกจากบ้านนานเท่าใดและสิ่งใดจำเป็นต่อการดำรงชีวิตหลังอพยพ
สิ่งที่คนหยิบจริง กลับไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นทั้งหมด
สิ่งของที่ถูกนำออกมามากที่สุดคือ โทรศัพท์มือถือ 41% ตามด้วยข้อมูลที่อยู่ของสถานที่ปลอดภัย 30% เงินสด 22% และเสื้อผ้า 21%
แต่มีเพียง 8% ที่นำยาติดตัวออกมา 3% มีไฟฉาย และเพียง 1% นำเอกสารสำคัญติดตัวมาด้วย
ตัวเลขดังกล่าวเป็นปัญหาของการอพยพฉุกเฉิน เพราะสิ่งที่ นึกออกก่อน อาจไม่ใช่สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดเมื่อเราต้องอยู่นอกบ้านเป็นเวลาหลายวัน
วารสาร Safety Science เดือนมีนาคม 2569 วิเคราะห์งานวิจัยและเอกสารอ้างอิงรวม 667 บทความ พบว่า การตัดสินใจของมนุษย์ระหว่างการอพยพเป็นองค์ประกอบสำคัญของความปลอดภัย ตั้งแต่การตัดสินใจว่าจะ “อยู่หรือไป” ไปจนถึงเส้นทาง วิธีเดินทาง และปลายทางของการอพยพ
งานศึกษาเกี่ยวกับน้ำท่วมในปี 2569 ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ตัดสินใจอย่างเป็นอิสระเสมอไป การทดลอง Virtual Reality กับผู้เข้าร่วม 84 คน พบว่า พฤติกรรมของฝูงชนมีอิทธิพลต่อทั้งเส้นทางที่เลือกและความล่าช้าในการอพยพ ถึงขั้นที่ผู้เข้าร่วมบางส่วน เลือกเดินตามคนอื่นเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมเสียด้วยซ้ำ
แล้วถ้ามีเวลาเพียง 5 นาทีจริง ๆ ควรหยิบอะไร?
สิ่งแรกที่ต้องตระหนักคือ อย่าพยายามขนของให้มากที่สุด แต่เป็น หยิบของที่ทดแทนได้ยากและจำเป็นต่อการอยู่รอดก่อน
CDC อัพเดตคำแนะนำเกี่ยวกับน้ำท่วมเมื่อ 24 สิงหาคม 2569 ระบุว่า เมื่อได้รับคำสั่งอพยพควร นำเฉพาะสิ่งจำเป็น และไม่ควรเพิกเฉยต่อคำสั่งอพยพ เอกสารสำคัญควรมีครบติดตัว เช่น บัตรประจำตัว ข้อมูลทางการแพทย์และประกัน ควรเตรียมไว้ในวัสดุกันน้ำตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ
เมื่อประกอบหลักฐานจากงานวิจัยกับคำแนะนำของ CDC, American Red Cross และ Ready.gov ลำดับของที่ควรพร้อมหยิบ มีประมาณนี้
1. ยาประจำตัวและอุปกรณ์ทางการแพทย์
เป็นสิ่งที่ควรอยู่ลำดับต้น ๆ โดยเฉพาะยาที่ต้องใช้ต่อเนื่อง เพราะร้านขายยา โรงพยาบาล หรือเส้นทางคมนาคมอาจไม่สามารถใช้งานได้หลังเกิดภัย American Red Cross แนะนำให้ชุดฉุกเฉินมียาและอุปกรณ์ทางการแพทย์เตรียมไว้ด้วย สภากาชาดอเมริกัน
2. โทรศัพท์ + Power Bank + สายชาร์จ
มือถือไม่ใช่เพียงอุปกรณ์สื่อสาร แต่ใช้รับคำเตือน ดูแผนที่ ส่งตำแหน่ง ติดต่อครอบครัวและขอความช่วยเหลือ Red Cross จึงแนะนำให้มีแบตเตอรี่สำรองหรือช่องทางอื่นสำหรับชาร์จโทรศัพท์ด้วย สภากาชาดอเมริกัน
3. บัตรประชาชนและเอกสารสำคัญ
CDC แนะนำให้เตรียมหลักฐานระบุตัวตน เอกสารประกันและข้อมูลทางการแพทย์เก็บในภาชนะกันน้ำและทำสำเนาดิจิทัลที่มีการป้องกันไว้ด้วย
4. เงินสด
ภัยพิบัติอาจทำให้ ATM ระบบชำระเงินหรือระบบสื่อสารใช้งานไม่ได้ CDC จึงแนะนำเงินสด โดยเฉพาะธนบัตรมูลค่าไม่สูง เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมเอกสารและทรัพยากรฉุกเฉิน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค
5. น้ำและอาหารฉุกเฉินที่พกพาได้
แนะนำชุดสำหรับอพยพที่รองรับประมาณ 3 วัน โดยมีน้ำและอาหารที่ไม่เสียง่าย ขณะที่ CDC แนะนำให้ครัวเรือนเตรียมน้ำอย่างน้อย 1 แกลลอนต่อคนและสัตว์เลี้ยงต่อวัน สำหรับอย่างน้อย 3 วัน อย่างไรก็ตาม นี่คือสิ่งที่ควร เตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ 5 นาทีสุดท้าย
6. ไฟฉาย
โดยเฉพาะหากเกิดน้ำท่วมช่วงกลางคืนหรือระบบไฟฟ้าถูกตัด
7. ของจำเป็นเฉพาะบุคคล
เช่น อาหารทารก ผ้าอ้อม อุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุ แว่นตา หรือของสำหรับสัตว์เลี้ยง เพราะ Emergency Bag ไม่มีสูตรเดียวสำหรับทุกครอบครัว แนะนำให้ปรับชุดตามสมาชิกแต่ละคน รวมถึงเด็กและสัตว์เลี้ยง สภากาชาดอเมริกัน
งาน meta-analysis ที่ตีพิมพ์ใน Communications Earth & Environment เมื่อเดือนมกราคม 2569 เผย 33 ปัจจัยทางสังคมและจิตวิทยาเกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมต่อภัยธรรมชาติ
พบ “คนรอบตัวทำหรือเปล่า”
งานวิจัยพบว่า social norms หรือการรับรู้ว่าคนอื่นเห็นด้วยหรือมีพฤติกรรมเตรียมพร้อมมีส่วน
ดังนั้นพฤติกรรมอย่าง เห็นเพื่อนบ้านเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน ครอบครัวคุยกันว่าจะหนีไปทางไหน หรือชุมชนซ้อมอพยพ อาจมีความสัมพันธ์กับการเตรียมตัวของแต่ละคนด้วย
ประสบการณ์เคยเจอภัย ไม่ได้ทำให้พร้อมเสมอไป
นักวิจัยระบุว่า ขนาด ความถี่ หรือการเพิ่งประสบภัยมาไม่นาน ไม่ได้ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนระดับการเตรียมพร้อมมากนัก และในแบบจำลองรวม ประสบการณ์ภัยธรรมชาติมีผลโดยตรงต่อ การเตรียมพร้อมเพียงเล็กน้อย แม้จะสัมพันธ์ทางอ้อมผ่านอารมณ์ด้านลบและการรับรู้ความเสี่ยงด้วยก็ตาม
“คนเคยน้ำท่วมมาแล้ว รอบหน้าจะเตรียมตัวดีกว่าเดิม”
เพราะ การเคยเจอภัย ≠ การรู้ว่าจะต้องทำอะไรเมื่อภัยกลับมา
หากได้รับแจ้งว่าอีกไม่กี่นาทีน้ำกำลังจะเข้าบ้าน คำถามแรก คือ เราจะหยิบอะไรติดตัวออกไป
งานวิจัยเรื่อง Disaster preparedness kits ready or not? Household resilience to flash flooding in Uttarakhand ศึกษาครัวเรือนที่ประสบ น้ำท่วมฉับพลันในรัฐอุตตราขัณฑ์ ประเทศอินเดีย และสำรวจว่าขณะอพยพออกจากบ้าน ผู้ประสบภัยสามารถนำสิ่งของอะไรออกไปได้จริงบ้าง
ผลการศึกษาพบว่า 39% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ไม่ได้หยิบสิ่งของฉุกเฉินตามรายการที่ศึกษาติดตัวออกมาเลย ขณะที่มากกว่า 75% นำออกมาได้ไม่เกิน 2 รายการ นักวิจัยชี้ว่าปัจจัยหนึ่งอาจมาจากเวลาที่จำกัด รวมถึงการไม่รู้ว่าจะต้องออกจากบ้านนานเท่าใดและสิ่งใดจำเป็นต่อการดำรงชีวิตหลังอพยพ