เปิดรายชื่อ 5 บริษัทค่ายรถยนต์ไฟฟ้า EV ปี’65 ครม.อุดหนุนส่วนลด 2,923 ล้านบาท ดันยอดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 18,100 คัน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 8,800 คัน
วันที่ 24 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 งบฯกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินการตามมาตราการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ วงเงิน 2,923.397 ล้านบาท วานนี้ (23 ส.ค.)
โดยมีผู้ได้รับสิทธิที่ต้องได้รับเงินอุดหนุนตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ จำนวน 5 ราย แบ่งออกเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ จำนวน 4 ราย แบ่งเป็นรถยนต์ จำนวน 18,100 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 8,800 คัน ได้แก่
- บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (MG)
- บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (GWM)
- บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TOYOTA)
- บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด (NETA)
- บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (Deco Green) ซึ่งเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์
แผนการใช้จ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2565
1.เงินอุดหนุนตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ จำนวน 2,873.400 ล้านบาท แบ่งออกเป็น
- รถยนต์ (18,100 คัน x เงินอุดหนุนคันละ 150,000 บาท) จำนวน 2,715 ล้านบาท
- รถจักรยานยนต์ (8,800 คัน x เงินอุดหนุนคันละ 18,000 บาท) จำนวน 158.400 ล้านบาท
2.เงินสำหรับโครงการออกแบบและพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ จำนวน 49.997 ล้านบาท ประกอบด้วย
- การจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ จำนวน 12.800 ล้านบาท
- การจัดซื้อซอฟต์แวร์ จำนวน 14.710 ล้านบาท
- การพัฒนาและปรับปรุงระบบงานและฝึกอบบรม 22.487 ล้านบาท
มาตรการอุดหนุนรถยนต์อีวี
กรณีรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภท BEV ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท
1.รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงแต่น้อยกว่า 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง จำนวนเงินอุดหนุน 70,000 บาท/คัน
2.สำหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป จำนวนเงินอุดหนุน 150,000 บาท/คัน
กรณีรถยนต์กระบะประเภท BEV ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท เฉพาะรถยนต์กระบะที่ผลิตในประเทศและมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป (เฉพาะรถยนต์กระบะที่ผลิตในประเทศเท่านั้น) จำนวนเงินอุดหนุน 150,000 บาท/คัน
กรณีรถจักรยานยนต์ประเภท BEV ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 150,000 บาท จำนวนเงินอุดหนุน 18,000 บาท/คัน
ทั้งนี้ ผู้ขอรับสิทธิเพื่อขอรับเงินอุดหนุนตามมาตรการจะต้องเป็นบุคคลตามประกาศกรมสรรพสามิตกำหนด เช่น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีโรงงานอุตสาหกรรม ผู้นำเข้าที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และต้องเข้ามาทำข้อตกลงร่วมกับกรมสรรพสามิต เพื่อรับทราบและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่กรมสรรพสามิตกำหนด และยอมรับบทลงโทษหากไม่สามารถดำเนินการได้
อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบกิจการไม่ดำเนินการผลิตรถยนต์นั่งรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถจักรยานยนต์ แล้วแต่กรณี เพื่อชดเชยการนำเข้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด กรมสรรพสามิตจะเรียกคืนเงินอุดหนุนดังกล่าวจากผู้ได้รับเงินอุดหนุนเป็นรายคันตามจำนวนที่ไม่สามารถดำเนินการผลิตชดเชยได้ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยไม่คิดทบต้น และจะบังคับตามหนังสือสัญญาค้ำประกันโดยธนาคารที่วางไว้
- ครม.เคาะ 2,923 ล้าน หนุนรถยนต์อีวี ส่วนลด 18,000-150,000 บาท/คัน
- BYD ส่ง ATTO3 ชิงยอดอีวี MOU สรรพสามิตรับเงินอุดหนุน 9 ก.ย.
-
รู้ยัง ! มาตรการหนุนใช้อีวี “เทสลา-กู๊ดแคต” จ่ายภาษีแค่ปีละ 300 บาท