คสช.สั่งล้างสมอง 83,000 หมู่บ้าน ปูทางเลือกตั้งพ้น “ประชาธิปไตย” จอมปลอม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับพวก รุกคืบทางการเมืองอย่างหนักหน่วง ในช่วงชุลมุน-คาบลูกคาบดอกเลื่อน-ไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง เพื่อโกยแต้มทางการเมือง-กอบกู้ภาพลักษณ์ “รัฐบาลขาลง” จากสารพัดมรสุมรุมเร้าของบริวาร-คนใกล้ชิด

ไม่ทันข้ามเดือน “บิ๊กป็อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็เสนอตั้ง “คณะกรรมการไทยนิยม-ยั่งยืน” สนองวาทกรรม “ประชาธิปไตยไทยนิยม” ของ “พล.อ.ประยุทธ์” ครอบคลุมมากกว่า “โปรเจ็กต์แก้จน” ของ “ทีมสมคิด” หลายเท่าตัว

ไม่ต้องการคะแนนนิยม

“พล.อ.ประยุทธ์” เปิดเกมรุก-คิกออฟแคมเปญไทยนิยมยั่งยืนว่า “วันนี้บังคับให้คนเห็นด้วยตรงกันทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องทำให้ทุกคนยินยอมพร้อมใจ ผมไม่ได้ต้องการให้ไทยนิยมทำให้รัฐบาล คสช.อยู่ได้ ผมต้องการให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้เสียที ให้ทั่วถึง ทุกพื้นที่ วันนี้ทำให้คนทั้งประเทศ”

“ต่อไปนี้ผมไม่อยากเห็นหน้าปลัดกระทรวง อธิบดี หัวหน้าส่วนราชการ โน่น ไปอยู่กับชาวบ้านข้างล่างโน่น ต่อไปนี้ผมจะประเมิน ต้องลงไปข้างล่าง ไปทำความเข้าใจกับประชาชน ถามความต้องการ อย่าลงไปทำตัวเป็นเจ้านาย เจ้าใหญ่นายโต วันนี้ไม่อยากให้งานทุกงานที่ทำไปนั้น ต้องเป็นบุญคุณ ตอบแทนกันอย่างไม่จบสิ้น”

ตั้ง “ทีมจรยุทธ์” ลงพื้นที่

โดยกลไกการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 3 คณะกรรมการ กับอีก 1 ทีมขับเคลื่อน ได้แก่ 1.คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน มี “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นประธาน 2.คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับจังหวัด/กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัด กทม. เป็นประธาน 3.คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ระดับอำเภอ/เขต มีนายอำเภอ หรือผู้อำนวยเขต เป็นประธาน และ 4.ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับตำบล/ชุมชน และชุมชนใน กทม. โดยให้นายอำเภอทุกอำเภอ หรือ ผู้อำนวยการเขต แต่งตั้งทีมขับเคลื่อนฯ จำนวน 7-12 คน ประกอบด้วย ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ปราชญ์ชาวบ้าน จิตอาสาในพื้นที่

ปูพรม กอ.รมน. 100 ชุด

สำหรับทีมต่าง ๆ ของส่วนราชการ/หน่วยงานที่ลงปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบล ที่มี “ทีมขับเคลื่อน” เป็น “ทีมจรยุทธ์” 7-12 คน เป็น “แกนกลาง” ได้แก่ ชุดปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ประจำตำบล โดยผ่านกลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยร่วมกับชุดวิทยากรของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จำนวน 100 ชุด และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน หน่วยงานตาม function ของทุกส่วนราชการ-หน่วยงาน ครู กศน.วิทยากรแกนนำโครงการเน็ตประชารัฐ 1 คน รับผิดชอบ 25 หมู่บ้าน ทีมหมอประชารัฐสุขใจ (ทีม ปรจ.) ผู้ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐชุดรายตำบล มีหน้าที่ ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 11.4 ล้านคนชุดปฏิบัติการประจำตำบลและชุดปฏิบัติการของเกษตร

ติว ผวจ.-นอภ. สอน ปชต.

“บิ๊กป็อก” – พล.อ.อนุพงษ์ มอบนโยบาย-คิกออฟโปรเจ็กต์ไทยนิยม-ยั่งยืน ต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัด-นายอำเภอ ทั่วประเทศว่า ไทยนิยม คือ การขับเคลื่อนระดับพื้นที่ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีอยู่แล้ว แต่ทำมาให้มันครึกครื้น ให้มีวาระ ให้มันตื่นตัวกันหน่อย เพื่อหวังผลให้เกิดกับประชาชน มุ่งผลสัมฤทธิ์

“การกำกับ ติดตาม ขับเคลื่อนในพื้นที่ เน้นไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอขอย้ำว่า ไม่ใช่ลงไปเป็นเจ้านาย ไปทำงานร่วมกัน บริบทมันเปลี่ยนไปแล้ว ถึงเวลาที่ข้างล่างจะต้องร่วมกัน ถ้าไม่ร่วมกันท่านสู้ไม่ได้”

“เมื่อท่านโดนประเมิน ท่านจะหนัก ปีนี้รัฐบาลจะลงไปไล่งานในพื้นที่ ถ้าท่านไม่ร่วมกันทำงานจะเป็นปัญหา ตอนนี้เป็นปัญหากับประเทศชาติและประชาชน แต่ถ้าท่านไม่บูรณาการการแก้ปัญหาจะเป็นปัญหาต่อตัวท่านเอง”

“เรื่องที่เป็นปัญหา เช่น เรื่องของประชาธิปไตย เป็นเงื่อนไขของไทยในปัจจุบันนี้ เป็นเงื่อนไขถึงขนาดว่าประเทศชาติเกือบจะวิกฤต ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราติดอยู่กับเรื่องนี้ กับเปลือกของประชาธิปไตย ว่า ต้องมีเลือกตั้ง ต้องมีเลือกตั้ง?ผมยืนยันว่าประเทศไทยต้องมีเลือกตั้ง ต้องเป็นประชาธิปไตย ต้องเลือกตั้งแน่นอน แต่ผมไม่คิดแค่นั้น”

เลือกคนดี-คนเก่ง

“ลงไปสอนเรื่องประชาธิปไตย ประเทศจะเจริญอยู่ที่รัฐบาล อยู่ที่การเมือง ฉะนั้นรัฐบาลจะดีได้ อยู่ที่เลือกตั้ง เราต้องมีประชาธิปไตย เราต้องมีรัฐบาล เราต้องมีเลือกตั้ง…จุดสำคัญอยู่ที่การเลือก ต้องเลือกเป็น ต้องเลือกคนดีและคนเก่ง สอนแค่นั้น เพื่อไปสู่ประชาธิปไตย จะได้มีสิทธิและเสรีภาพ นั่นคือ แก่นของประชาธิปไตย”

“แต่ถ้าท่านให้เขามาซื้อเสียง แก่นมันไม่ใช่ประชาธิปไตย มันเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม ฉะนั้นต้องเลือกด้วยความบริสุทธิ์ใจ ต้องเลือกคนดี คนเก่ง ไม่ได้เลือกนาย ก. นาย ข. ก็ไม่เป็นไร”

ขณะที่พื้นที่ดำเนินการครอบคลุมทุกพื้นที่ 76 จังหวัด 878 อำเภอ และพื้นที่ กทม. 50 เขต ทีมขับเคลื่อนฯ 7,663 ทีม พื้นที่ดำเนินการ 83,151 แห่ง แบ่งออกเป็น พื้นที่ตำบล 7,255 ทีม พื้นที่ดำเนินการ 75,032 หมู่บ้าน พื้นที่ชุมชนเมือง 208 ทีม พื้นที่ดำเนินการ 6,052 ชุมชน พื้นที่ชุมชน กทม. 200 ทีม พื้นที่ดำเนินการ 2,067 ชุมชน

ตีความ ปชต.ฉบับไทยนิยม

เนติบริกรรัฐบาล-คสช. วิษณุ เครืองามตีความคำนิยามของประชาธิปไตยในแบบ “ไทยนิยมยั่งยืน” ว่า ประชาธิปไตยเหมือนทุเรียน เหมือนสับปะรด ประชาธิปไตยมีเปลือก เปลือก คือ กระบวนการ หมายถึง การเลือกตั้ง ระหว่างเปลือกทุเรียน กับ เนื้อทุเรียน อันไหนสำคัญกว่ากัน ก็ต้องไปบอกให้ชาวบ้านรู้

“กระบวนการเลือกตั้งก็เหมือนเปลือกทุเรียน ถ้าพอใจแค่นี้ก็จะได้แต่หนามทุเรียน ตาสับปะรด แล้วเมื่อไรจะได้กินเนื้อสับปะรด เนื้อทุเรียน อะไร คือ เนื้อทุเรียนของประชาธิปไตย คำตอบ คือ การเคารพเสียงข้างมาก การเคารพประชาชน การมีสิทธิและเสรีภาพ การมีวัฒนธรรมทางการเมือง การรักชาติ ความเสียสละ ความมีระเบียบ วินัย นี่ต่างหาก คือ เนื้อหาของประชาธิปไตย”

ลงพื้นที่ 4 รอบ ปรับไมนด์เซต

สำหรับการลงพื้นที่ ครั้งที่ 1 วันที่ 21 กุมภาพันธ์-20 มีนาคม 2561 สอบถามชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ วิเคราะห์ปัญหาความเดือดร้อนเยี่ยมเยียนรายครัวเรือน ค้นความต้องการของประชาชน หมู่บ้าน ชุมชน เพื่อจัดทำโครงการ เสนอตามกรอบการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ โดยวันที่ 21 กุมภาพันธ์ kick of พร้อมกันตำบลละ 1 หมู่บ้าน

ครั้งที่ 2 วันที่ 21 มีนาคม-10 เมษายน 2561 ติดตาม ขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ปัญหา สร้างการรับรู้และปฏิบัติตามสัญญาประชาคม รู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้กฎหมาย รู้รักประชาธิปไตยและรู้กลไกการบริหาร ครั้งที่ 3 วันที่ 11-30 เมษายน 2561 ติดตามขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหา สร้างการรับรู้ ปรับความคิด (mindset) เพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนา “วิถีไทยวิถีพอเพียง”ครั้งที่ 4 วันที่ 1-20 พฤษภาคม 2561 ติดตาม ขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหา สร้างการรับรู้ ปรับความคิดเพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนา รู้เท่าทันเทคโนโลยี ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ