เวทีแรก “มติชนเลือกตั้ง 66” 8 บิ๊กเนมโชว์จุดแข็ง-จุดขาย ประชันนโยบายเพื่อบทใหม่ประเทศไทย

มติชนเลือกตั้ง 66

หลังจากที่เครือมติชนแถลงข่าวเปิดตัวจัดแคมเปญ “มติชน : เลือกตั้ง 2566 บทใหม่ประเทศไทย” เปิด 5 เวที 10 ยุทธศาสตร์ 2 กลยุทธ์ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือกับ 5 พันธมิตร ได้แก่ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ), สถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย, วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์, บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC และศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC)

โดย “ปราปต์ บุนปาน” รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ฉายภาพให้เห็นถึงแคมเปญมติชน เลือกตั้ง 2566 ว่า ในมุมมองของสื่อมวลชน การเลือกตั้ง มีสถานะเป็นเหมือนเครื่องมือที่ใช้เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ชัดเจนขึ้น เป็นเครื่องมือหยุดภาพความเปลี่ยนแปลงไว้ชั่วขณะ เพื่อให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นมีรายละเอียดอย่างไร ศักยภาพของการเลือกตั้ง สถานะของมันคือ โพล ที่ใหญ่มาก มีกลุ่มตัวอย่างกว้างขวาง เป็นกลุ่มตัวอย่างระดับประเทศ เป็น data ที่ใหญ่มาก และซับซ้อนด้วย

แคมเปญที่มติชนจัดขึ้นจะเน้นน้ำหนักไปที่ “อนาคต” จะฉายภาพให้เห็นว่านักการเมือง-แคนดิเดตนายกฯ มีวิสัยทัศน์มองอนาคตของสังคมไทยอย่างไร เช่นเดียวกับเวทีภาคประชาชนและคนรุ่นใหม่ที่จะฉายว่าแต่ละภาคส่วนแต่ละคนมองอนาคตและมีความคาดหวังกับสังคมไทยอย่างไร

“สิ่งหนึ่งที่คนคาดหวังจากสื่อคือการทำนายผลการเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่าไม่สามารถทำนายได้ถูกต้องแม่นยำ 100% ทุกการเลือกตั้งมีสิ่งที่คาดไม่ถึงเสมอ แต่มองว่านัยที่สำคัญกว่าคือ การมองว่าเมื่อผลเลือกตั้งออกมาแล้วคุณไม่รู้อะไร คุณไม่รู้จักเพื่อนร่วมประเทศของคุณขนาดไหน คุณทึกทักพวกเขาผิดไปขนาดไหน ในมิติอดีต เวลาพูดถึงการเลือกตั้งคนมักไม่ให้น้ำหนักกับอดีต แต่ความจริงแล้วอดีตสำคัญ เพราะอดีตเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราทำความเข้าใจสภาพการเมืองไทยว่าเป็นยังไง ทำให้เห็นว่าสังคม คน การเมือง เปลี่ยนไปอย่างไร” รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชนฯ เกริ่นนำบทบาทสื่อในเครือ “มติชน” กับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้

สำหรับเวทีแรกของแคมเปญ “มติชน: เลือกตั้ง 2566 บทใหม่ประเทศไทย” จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” มีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองร่วมขึ้นเวทีประชันนโยบาย ประกอบด้วย “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.)

Advertisment

“วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาตไทยพัฒนา (ชทพ.) “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” ประธานคณะกรรมการด้านนโยบายและเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย (พท.) “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)

รูปแบบการจัดเวทีเสวนาครั้งนี้ ที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงนโยบายของแต่ละพรรคเท่านั้น แต่ตัวแทนของแต่ละพรรคต้องตอบคำถามกันสดๆ ในรูปแบบกึ่งเกมโชว์ด้วย

โดยเวทีประชันนโยบายนี้ จัดขึ้นภายใต้กฎ-กติกาที่เป็นธรรม ทั้ง 8 พรรคมีเวลาและโอกาสในการพูดเท่ากัน โดยแบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 “ย้ำจุดยืน” ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรค ต้องจับสลากคำถาม เพื่อตอบคำถามกันสดๆ ในหมวดการเมือง สังคม เช่น คำถามเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ, เรื่องคอร์รัปชั่น เป็นต้น ซึ่งมีเวลาในการตอบพรรคละประมาณ 10 นาที เมื่อตัวแทนแต่ละพรรค ตอบคำถามเสร็จแล้วก็มีสิทธิโยนคำถามเดียวกันให้กับพรรคการเมืองใดก็ได้ให้ตอบในประเด็นคำถามเดียวกันอีก 1 พรรค

Advertisment

ต่อด้วยรอบที่ 2 “ชูจุดขาย” ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรค ต้องจับคู่ดีเบตในหมวดเศรษฐกิจ ตอบคำถามและชี้แจงแนวทางจัดการปัญหาเศรษฐกิจ เช่น เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ดำเนินรายการจะเป็นผู้จับสลากให้จับคู่ดีเบต

ปิดท้ายด้วยรอบที่ 3 “ประกาศจุดแข็ง”ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรค ต้องจับสลากลำดับในการขึ้นเวที เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของพรรค เสนอจุดขายและจุดแข็งของพรรคโดยเป็นการนำเสนออย่างอิสระ เพื่อประกาศจุดแข็งของพรรค อันเป็นการนำไปสู่การตัดสินใจของประชาชนซึ่งจะเป็นการกำหนดอนาคตประเทศต่อไป

วิทยากรทั้ง 3 รอบ ดำเนินรายการโดย “เปอร์” สุวิกรม อัมระนันทน์ นักแสดงและพิธีกรรายการ “Perspective”ร่วมติดตาม สาระและความสนุกของเวทีประชันนโยบายพรรคการเมือง “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” ได้ในวันที่ 13 มีนาคมนี้ ระหว่างเวลา 09.00-12.30 น. ที่โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ)

นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดสดให้ทุกคนได้รับชมผ่านทาง เฟซบุ๊ก Matichon Online / Matichon tv / The Politics / Khaosod / Prachachat และมติชนสุดสัปดาห์ รวมถึงบรรยายเสียงภาษาอังกฤษ ผ่านเฟซบุ๊กเพจ Khaosod English

รวมทั้งไลฟ์ผ่านช่องทางยูทูบ matichon tv /Khaosod Tv / Matichon Online / ประชาชาติธุรกิจ / มติชนสุดสัปดาห์ …ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง