คอลัมน์ : Politics policy people forum
อีกไม่นาน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” และพรรคก้าวไกล จะเข้าสู่โหมดชี้ชะตาว่าจะได้ไปต่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
หรือจบลงที่การเป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล กลายเป็น “ว่าที่นายกฯตกสวรรค์”
นับแต่นี้เป็นต้นไป คอการเมืองต้องบันทึกวัน ว. เวลา น. บนปฏิทินไว้ให้ขึ้นใจ โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม จะเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ
เพราะหลังจากนั้นวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ที่มีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา จากนั้นจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 10 วัน นับจากวันรัฐพิธีเปิดประชุมสภา
กลางเดือนกรกฎาคม เข้าสู่โหมดเลือกนายกรัฐมนตรี และสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม หรือช่วงปลายเดือน จะเข้าสู่โหมดเข้มข้นตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพื่อมาบริหารประเทศ
ประยุทธ์เก็บของ
ย้อนกลับไปวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ปรากฏความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่เริ่มทยอยเก็บของส่วนตัวไปบ้างแล้ว เช่น พระพุทธรูปที่ พล.อ.ประยุทธ์นำมาบูชาที่ห้องทำงาน ได้ทยอยนำกลับไปยังบ้านพักบ้างบางส่วน
เตรียมส่งคืนห้องทำงานให้กับนายกฯคนใหม่
ประหนึ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ยกธงขาว ! สวนทางกับฝ่ายตรงข้ามอำนาจปัจจุบัน พรรคก้าวไกล-พรรคเพื่อไทย อยู่ในช่วงขาขึ้น ต่างเตรียมตัวเข้าสู่อำนาจบริหารและนิติบัญญัติ จนเกิดสงครามชิงเก้าอี้ประธานสภา ทวงตำแหน่งรองประธานสภา เดินเกมใต้ดิน-บนดิน มีตัวล่อ ตัวหลอก ตัวชน ปล่อยข่าวลับ ลวง พราง หวังให้ภารกิจสำเร็จ
แล้วหลังวาระประธานสภาจบลงก็จะเข้าสู่โหมดทวงเก้าอี้รัฐมนตรี
แต่คำตอบแห่งคำตอบการเมืองทั้งหมดมีเพียงหนึ่งเดียวคือ “พิธา” จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่
และกลุ่มคนที่จะมาแสดงวิธีทำ เขียนคำตอบทั้งหมดในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ที่การลงมติของสภาผู้แทนราษฎร แต่อยู่ที่เสียงของ ส.ว. 250 คน จะเป็นคำตอบที่ชี้ขาดทุกสิ่ง
ก้าวไกล-ไกลทำเนียบ
ก่อนการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ทุกคนโฟกัสไปที่ขั้วหนึ่ง ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี “ตัวจริง” ของพรรคเพื่อไทย ระหว่างแพทองธาร ชินวัตร และเศรษฐา ทวีสิน
แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงไม่ถึง 250 เสียง เกมอาจพลิกมาเป็นอีกขั้วหนึ่งที่ได้จัดตั้งรัฐบาล ระหว่างพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกฯ และพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในขั้วนี้ วัดกำลังกันที่ใคร คุมกำลัง ส.ว. 250 คนมากที่สุด จะได้เป็นนายกฯ
แต่แล้วผลการเลือกตั้งก็พลิก-หักมุม 180 องศา พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 22 ปี กลายเป็นพรรคอันดับสอง 141 เสียง แต่พรรคก้าวไกล คู่แข่งในลู่ กลับได้เสียงมากกว่า 10 เสียง คือ 151 เสียง
พรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ แพ้หลุดลุ่ย ใครคุมกำลังมากกว่าใน ส.ว.จึงเริ่มหมดความหมาย
แต่สำหรับความพยายามจัดตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกล 313 เสียง ที่มี “แคนดิเดตนายกฯพิธา” เป็นตัวชูโรง ต้องลุ้นเหนื่อย เพราะต้องหาเสียง ส.ว.ถึง 64 เสียง เพื่อให้ได้เกินครึ่งในการโหวตนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272
แต่นาทีนี้พรรคก้าวไกลและ “พิธา” ยังถือว่า “ไกล” จากทำเนียบรัฐบาล
เพราะหลังจากไล่เช็กกระแส ส.ว.สายทหาร ส.ว.สายเอ็นจีโอ ส.ว.สายธุรกิจ ทุกสายกำลังค้นหาข้อมูล และฟังสัญญาณสุดท้าย
แหล่งข่าว ส.ว.ที่มาจากกลไกการตรวจสอบแห่งหนึ่ง ขอฟังกระแสในช่วงโค้งสุดท้ายว่า เพื่อน ส.ว.จะโหวตไปทิศทางไหน และดูว่าใครได้เสียงข้างมาก ถ้าใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ก็ต้องยกมือ เหมือนที่ยกมือให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2562
ส.ว.สายพลเรือน มีเครือข่ายทั้งทหาร และ ส.ว.ภาคสังคม เล่าว่า ก่อนหน้านี้ที่มีกระแส ส.ว.สนับสนุนพิธาเป็นนายกฯ ประมาณ 20-30 คน ไล่เช็กทีละคนพอจะรู้ว่า มีบางส่วนที่ยกมือสนับสนุน “พิธา” แน่ ๆ เช่น ส.ว.ที่ผูกติดกับนักการเมือง ส.ว.ที่ประกาศต่อสาธารณะไปก่อนหน้านี้ แต่ก็มีบางส่วนเริ่มเปลี่ยนใจเหลือแค่ 12 คน
โดยกำลังรวบรวมข้อมูลในการโหวตนายกรัฐมนตรี อย่างกรณีของ “พิธา” และพรรคก้าวไกล สำคัญคือนโยบายเกี่ยวกับกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าจะยกเลิกหรือแก้ไขหรือไม่ มีเรื่องแนวคิดของคณะก้าวหน้าในประเด็นการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่ง ส.ว.ก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับกระแสนี้พอสมควร รวมถึงคุณสมบัติของ “พิธา”
ส.ว.สายทหารรายหนึ่งบอกว่า “ยังไม่มีคำถาม” จึงยังไม่มี “คำตอบ” โดยคำถามคือ 1.ใครจะมาเป็น “คู่เทียบ” กับ “พิธา” เช่น แคนดิเดตนายกฯของอีกฝ่ายคือใคร 2.นโยบายต่าง ๆ ที่ยังเป็นปัญหา “คาใจ” ส.ว.พรรคก้าวไกลจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ หรือเดินหน้าต่อ 3.สถานการณ์วันนี้ยังอีกไกล
ส่วน ส.ว.สายนักธุรกิจ เล่าว่า ส.ว.สายธุรกิจยังไม่มีการคุยที่ชัดเจนเรื่องนี้ เชื่อว่า ส.ว.แต่ละคนจะมี “ดุลพินิจ” ในการตัดสินใจเป็นของตัวเอง อีกทั้งต้องรอสัญญาณใกล้วันสุดท้ายว่าเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ ส.ว.กำลังประเมินข้อมูลกันอยู่ เพราะยังไม่รู้ว่าช่วงเดือนกรกฎาคม ก่อนโหวตนายกฯ จะมีเรื่องของ “พิธา” ถูกขุดขึ้นมาอีกหรือไม่
สมศักดิ์ทำนายพิธา
สำหรับความเห็นของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน ในขณะที่เป็น ส.ส. วิเคราะห์เกมว่า พิธาจะได้เป็นนายกฯหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวของ “พิธา” เอง ทั้งเรื่องคดีต่าง ๆ หรือเรื่องคุณสมบัติ
“ตอนนี้ต้องให้เขาได้เป็นรัฐบาล เพราะได้เสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง พิธาก็ควรที่จะเป็นนายกฯ แต่การจะได้เป็นนายกฯหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่พรรคเพื่อไทย แต่ขึ้นอยู่กับพิธาเอง”
ส่วนการที่ “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ปักหมุดลงพื้นที่ขยันขันแข็ง เตรียมพร้อมเป็นนายกฯส้มหล่นหรือไม่ “สมศักดิ์” ตอบว่า ท่านเศรษฐาก็ต้องลงพื้นที่เพื่อทำความรู้จักประชาชน และปัญหาของประชาชน ไม่ใช่เตรียมที่จะมาเป็นนายกฯ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับพิธา เพราะถึงอย่างไรในอนาคตก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ จึงเป็นการเตรียมความพร้อมในวันข้างหน้า
ก้าวไกลยกขบวนไปรายงานตัวเข้าสภาเป็นสมัยที่ 2 แต่ยังไกลทำเนียบรัฐบาล เมื่ออ่านธง ส.ว.