Skip to content

ประยุทธ์วางมือ ปิดประตูรวมพรรค เปิดทาง พลังประชารัฐ ต่อสายเพื่อไทย

15 ก.ค. 2566 | 15:21น.
ประยุทธ์วางมือ ปิดประตูรวมพรรค เปิดทาง พลังประชารัฐ ต่อสายเพื่อไทย

การวางมือทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปิดตำนาน 9 ปี เปิดทางสมการการเมือง ไม่ให้เดินไปถึงทางตัน-เดดล็อก

“จากนี้ไป ผมขอประกาศวางมือทางการเมือง ด้วยการลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ” เพจพรรครวมไทยสร้างชาติโพสต์ประกาศ พล.อ.ประยุทธ์ วางมือทางการเมืองเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566

ดับฝันการควบรวมพรรคพี่-พรรคน้อง เพราะ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ต่างกับ “ปลาคนละน้ำ” แม้ในทางกฎหมายจะทำได้เดินตามรอย “ไพบูลย์โมเดล”

พล.อ.ประยุทธ์ ถอนสมอเรือออกจากรวมไทยสร้างชาติ เปิดทางให้ พรรค ป.ผู้พี่-พลังประชารัฐ จัมป์สายพรรคเพื่อไทย โดยมีแกนนำกลุ่ม-คีย์แมน อดีต “ศิษย์เก่า” พรรคลูก-พรรคหลานไทยรักไทยเป็นข้อต่อ

หาก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ติดไฟแดงด่าน ส.ว. 250 คน ไปไม่ถึงทำเนียบรัฐบาล ปฏิบัติการแทรกซึม 8 พรรคร่วมรัฐบาล เปิดทางพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผลักพรรคก้าวไกลไปเป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา-ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปหากเกิดอะไรขึ้น เราต้องให้พรรคที่มีเสียงรองลงมาในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนกรณีว่าหากพรรคที่มีเสียงรองลงมา มาติดต่อพรรคพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พรรคพลังประชารัฐจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.อีกครั้งเพื่อขอมติพรรค

“ถ้าสมมุติว่าครั้งแรกไม่ผ่านก็ต้องให้โอกาสพรรคอันดับสองในการรวบรวมพรรคร่วม ถ้าพรรคอันดับสองไม่ผ่านก็ให้พรรคอันดับสาม”

ความเป็นไปได้ที่พรรคพลังประชารัฐจะจัมป์สายกับพรรคเพื่อไทย หากนายพิธารับเสียงเห็นชอบในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ไม่ถึง 376 เสียง จนตกมาถึงพรรคอันดับสองอย่างเพื่อไทย ไม่มีใครรู้ว่าจะจบอย่างไร แต่ไม่ได้ปิดประตู-ไหลไปตามสถานการณ์

ทว่าการลั่นวาจาของ พล.อ.ประวิตร ระหว่างปฐมนิเทศ 40 ส.ส.ใหม่ ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นการล็อกโผคณะรัฐมนตรีที่นำโดยรัฐบาลเพื่อไทย

“ผมขอยืนยันว่า ผมจะดูแลพรรคพลังประชารัฐไปตลอดชีวิตที่ผมมีชีวิตอยู่ ไม่ต้องไปฟังว่า ผมจะลาออกหรือไปที่ไหน ยังไงผมก็อยู่กับพรรคพลังประชารัฐตลอดไป”

หากสแกนดูกลุ่ม-ก๊วน ที่เป็นคีย์แมนของพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยอยู่พรรคไทยรักไทย-พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย และมีศักยภาพที่เปิดดีลร่วมรัฐบาลได้

กลุ่มกำแพงเพชรของนายวราเทพ รัตนากร อดีตบ้านเลขที่ 111-กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลทักษิณ ประกอบด้วย นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 3 และนายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 4

กลุ่ม ร.อ.ธรรมมนัส อดีตมือขวา เสธ.ไอซ์ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร-ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายทักษิณ ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส ส.ส.พะเยา เขต 1 นายอนุรัตน์ ตันบรรจง ส.ส.พะเยา เขต 2 นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา เขต 3 นายปกรณ์ จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน เขต 1 นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3 นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 9

กลุ่มเพชรบูรณ์ของนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ อดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไทยรักไทย และอดีตรัฐมนตรี ในรัฐบาลพรรคในตระกูลชินวัตร ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 นายจักรัตน์ พั้วช่วย ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 2 นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 3 นายวรโชติ สุคนธ์ขจร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 4 นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 5 นายอัคร ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 6

กลุ่มอีสานเหนือของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111-กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี-รมว.กลาโหม รัฐบาลทักษิณ ประกอบด้วย นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ ส.ส.หนองคาย เขต 1 นายจำลอง ภูนวนทา ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 3 และอีสานกลาง น.ส.กาญจนา จังหวะ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 4 นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 7 นายวิริยะ ทองผา ส.ส.มุกดาหาร เขต 1 นางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 นายชัยมงคล ไชยรบ ส.ส.สกลนคร เขต 5

กลุ่มบ้านใหญ่เทียนทองที่มีสายเลือดเดียวกันกับ “ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น ประกอบด้วย นางขวัญเรือน เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 1 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 2

ขณะที่กลุ่มอื่นที่พร้อมจะยืนไปตามคำสั่งของ พล.อ.ประวิตร คือ กลุ่มภาคกลาง นำโดยบ้านใหญ่นิติกาญจนา ประกอบด้วย นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี เขต 5 นางองอาจ วงษ์ประยูร ส.ส.สระบุรี เขต 4 นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี

กลุ่มสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ “อนุมัติ อาหมัด” อดีตคีย์แมนสภาสูง ประกอบด้วย “พี่น้องมะยูโซ๊ะ” นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เขต 3 นายคอซีย์ มามุ ส.ส.ปัตตานี

กลุ่มภาคใต้ที่มี เสธ.ต. คนวงในบ้านป่ารอยต่อคุมกำลัง ประกอบด้วย นายทวี สุระบาล ส.ส.ตรัง เขต 2 นายสุธรรม จริตงาม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ ส.ส.พังงา เขต 2 นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4

และกลุ่มตะวันออก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 10

โดยเฉพาะ “ผู้กองธรรมนัส” ที่มีบทบาทนำในพรรคพลังประชารัฐขณะนี้ จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเชื่อม พล.อ.ประวิตร กับทักษิณชินวัตร