ก้าวไกลแถลงมัดเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลร่วมกัน 8 พรรค 312 เสียง ชงแคนดิเดตนายกฯ โหวตรอบ 3
วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย ว่าการเลือกตั้งเมื่อ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นการประกาศเจตจำนงของประชาชนที่ชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ด้วยการเลือกพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จนชนะเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสอง ดังนั้น เป้าหมายสูงสุดของเราในการเป็นพรรคอันดับหนึ่งคือจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้สำเร็จ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจรัฐบาลเดิม
แต่ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ทุกอย่างชี้ชัดว่าทุกองคาพยพของฝ่ายอนุรักษนิยม ทั้งการเมืองจารีต ทุนผูกขาด และสถาบันการเมืองต่าง ๆ ที่เป็นบริวารแวดล้อม ทั้งหมดไม่ยอมให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเอาเรื่องมาตรา 112 มาบังหน้า อ้างความจงรักภักดีมาปะทะกับการเลือกตั้งของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีการเคลื่อนไหวผ่าน กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหวังตัดสิทธิทางการเมืองของแกนนำพรรค และยุบพรรคก้าวไกลให้ได้

“ด้วยเหตุนี้จึงเห็นว่า ส.ว.จึงฝืนมติมหาชนไม่โหวตเลือกนายกฯ ตามเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร มิหนำซ้ำยังกล้าทำลายหลักการตีความข้อบังคับของรัฐสภาให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เปรียบเสมือนการล้มล้างการปกครอง หรือฉีกรัฐธรรมนูญผ่านกฎหมู่ เพียงเพื่อต้องการขัดขวางไม่ให้เสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ในครั้งที่ 2 พรรคก้าวไกลไม่ยอมรับการตีความข้อบังคับดังกล่าว แต่ภายใต้การทำงานที่สอดประสานกันทั้งองคาพยพอนุรักษนิยมเช่นนี้ เราจำเป็นต้องขอโทษประชาชน และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเขาไม่ยอมให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล” นายชัยธวัชกล่าว
นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่างไรก็ดี การที่นายพิธาไม่สามารถเป็นนายกฯได้ ไม่ได้หมายความว่าภารกิจจัดตั้งรัฐบาลเพื่อพลิกขั้วอำนาจรัฐบาลจะไม่สำเร็จไปด้วย เป้าหมายสูงสุดของเราในฐานะพรรคอันดับหนึ่งยังคงอยู่ คือจัดตั้งรัฐบาลเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเดิมให้สำเร็จ
“สิ่งสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องคุณพิธาจะเป็นนายกฯหรือไม่ แต่คือเรื่องประเทศไทยจะกลับสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่ หยุดการสืบทอดอำนาจได้หรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคก้าวไกลจะเปิดโอกาสให้ประเทศ ให้พรรคอันดับสองเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของพันธมิตร 8 พรรคที่เคยทำเอ็มโอยูร่วมกัน ดังนั้น ในการประชุมรัฐสภาครั้งต่อไป พรรคก้าวไกลจะเสนอชื่อแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯคนที่ 30 เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยเคยสนับสนุนพรรคก้าวไกล” นายชัยธวัชกล่าว
สำหรับรัฐบาลผสมพันธมิตร 8 พรรค 312 เสียง ภายใต้การนำของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล 151 ที่นั่ง, พรรคเพื่อไทย 141 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ 9 ที่นั่ง, พรรคไทยสร้างไทย 6 ที่นั่ง, พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 ที่นั่ง, พรรคเสรีรวมไทย 1 ที่นั่ง, พรรคเป็นธรรม 1 ที่นั่ง และพรรคพลังสังคมใหม่ 1 ที่นั่ง