เพื่อไทย พรรคพยัคฆ์เสียบปีก จัด 3 อำนาจรัฐบาลใหม่เชื่อม “ทักษิณ”

ยกเครื่องเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทย ได้บทเรียนราคาแพงในการแพ้เลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 22 ปี ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย ได้ที่นั่ง ส.ส.น้อยที่สุดเพียงแค่ 141 ที่นั่ง

เป็นการแพ้ให้กับคู่แข่งที่ “ใหม่” และ “สด” แถมยัง “ไว” กว่า

ส.ส.พรรคเพื่อไทย บางรายมองโลกในแง่ดีว่า แพ้นัดนี้ถือว่าเป็น “กำไร” ไม่ใช่การ “ขาดทุน” เพราะหากไม่แพ้ พรรคเพื่อไทยยังคงคิดว่าเป็นพรรคที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครล้มได้ และลืมความเป็นจริง

“น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย-แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลูกสาวคนเล็กของ “ทักษิณ ชินวัตร” ปลุกใจ ส.ส.เพื่อไทย เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ในงาน “ประสานกำลังใจ ก้าวเดินต่อไปเพื่อพี่น้องประชาชน” ว่า

“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การล่มสลาย แต่จะเป็นแรงขับสำคัญให้เราคงอยู่ต่อไป พรรคพร้อมเดินหน้าสนับสนุนการทำหน้าที่ของผู้สมัครของเรา”

ขณะที่ “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่เข้ามารับหน้าที่เป็น ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ยังถูกมอบหมายให้มา “รีแบรนด์” พรรคเพื่อไทย เคยกล่าวเอาไว้หลังแพ้เลือกตั้งว่า

โดยยกตัวอย่างที่ พรรคก้าวไกล ออกมาแก้ลำ-กลับลำเรื่องดึงพรรคชาติพัฒนากล้า เข้าร่วมรัฐบาลแล้วทัวร์ลง จนมีแฮชแท็ก “มีกรณ์ไม่มีกู”

“เรื่อง speed to market เรื่องการตัดสินใจที่รวดเร็ว เรื่องมีกรณ์ไม่มีกู และ u-tern ได้ภายใน 2 ชั่วโมง ไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นพรรคเพื่อไทยจะทำได้ภายใน 2 ชั่วโมงหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องยอมรับ เราก็ต้องยอมรับว่า องค์กรสมัยใหม่ พรรคก้าวไกลก็เป็นองค์กรสมัยใหม่ เขาเข้าใจถึงความเร็ว”

“เราต้องมีหลายเรื่อง ซึ่งทุกคนในพรรคเพื่อไทยก็เข้าใจ บ่ายวันนี้คุยกับสมาชิกพรรคอย่างละเอียด คุยกับยังเติร์กของพรรคอย่างละเอียดว่า สิ่งที่เราพลาดไปคืออะไร เราต้องพัฒนาอย่างไร เราเป็นบริษัทที่ใหญ่ ที่แข็งแกร่ง มีครบหมดทุกอย่าง เข้าใจพี่น้องประชาชนดี แต่วันนี้เราใหญ่ จะเป็นแบบโกดักหรือเป็นแบบเจพีมอร์แกน ผมอยากเป็นเจพีมอร์แกน ผมไม่อยากเป็นแบบโกดัก”

“ผมว่าวันนี้จุดเริ่มต้นต้องเอาปัญหาออกมาก่อน เรื่อง speed to market ในการ make decision ออกไป เรื่องการเข้าถึง new social media means ทั้งหลาย ซึ่งผมพูดกับคุณอิ๊งวันนี้ TikTok มา แต่ไม่ได้หมายความว่า 4 ปี จะเป็น TikTok อาจมีอย่างอื่นแล้วก็ได้”

“เรื่องทำทันทีคือเรื่องรีแบรนด์ ปรับเปลี่ยน วิธีการที่จะสื่อสารหรือทำงานภายในก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เป็น เจพีมอร์แกน เช่น วิธีการปราศรัย น่าปรับเปลี่ยน มันก็เป็นมุขเดิม ๆ คน 2 หมื่นคน เดินผ่านตรงกลางเข้าไป คนถูกโอบกอด พอก่อนถึงเวที 7.5 เมตร หันหน้ามาโบกมือ เหนื่อยมากก็ยืนยิ้ม พรรคก็ต้อง disrupt เรื่องพวกนี้”

หลังจากวันนั้น พรรคเพื่อไทยปฏิบัติ “ผ่าตัดพรรค” โดยยึดหลัก speed to market และ economy of speed

ขาแรก รื้อคนเก่า-คนแก่ ออกจากพรรคแม้ไม่ทั้งหมด แต่ก็ตัดออกไปบางส่วน ยกเครื่องทีมสื่อสารที่เคยใช้ในช่วงการเลือกตั้ง ที่เป็นของกลุ่มแคร์ หันมาใช้บริการทีมของ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ที่เศรษฐาชื่นชม มาดูในภาพใหญ่

เพราะช่วงเลือกตั้งไม่สามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงว่า พรรคเพื่อไทยยังตามหลังพรรคก้าวไกลหลายก้าว โดยเฉพาะ Social media

นอกจากนี้ยังบริหารจัดการภายใน ต้องปรับให้เร็วขึ้น เคลียร์ให้ชัด เรื่องไหนใครรับผิดชอบ เรื่องไหนต้องเชื่อมกับใคร ต้องสื่อสารออกไปให้รวดเร็ว

“พรรคเพื่อไทยรอมานั่งเขียนแถลงการณ์ 1 หน้า ใช้เวลา 4 ชั่วโมง เหมือนอดีตไม่ได้ ไม่ทันการณ์” แหล่งข่าวกล่าว

ขาที่สอง ตั้งทีมคณะรัฐมนตรี ถ้าใครไปเป็น ครม. ตั้งกลุ่ม เพื่อให้ทิศทางการลงมติใน ครม. หรือมีท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน

ขาที่สาม ขาในสภา เพราะมีบทเรียนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พรรคเพื่อไทย ไม่อาจ “ชิงบทนำ” ในการเป็นฝ่ายค้าน ปล่อยให้พรรคก้าวไกล ชิงทำคะแนนเกมในสภา พรรคเพื่อไทยจึงสรุปบทเรียนถึงความอ่อนแอในเกมสภารอบที่แล้ว

เพราะไม่มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทำให้ไม่มีคนทำงาน แต่รอบนี้เราได้มา 29 คน และต้องอยู่ใน กทม. ต้องดูประเด็นในสภา โดยจะมี ส.ส.เขตเข้าไปด้วย เพื่อเชื่อมระหว่างสภากับพื้นที่ และเรื่องที่จะนำความเดือดร้อนของประชาชนเข้าสภา รวมถึงเกมกฎหมายก็ต้องทำงานเชิงรุก

จากวันนั้น พรรคเพื่อไทย ไม่เป็นรองเกมพรรคก้าวไกล ทั้งเกมชิงประธานสภา-เกมชิงโหวตนายกรัฐมนตรี

ทั้งสามขาถูกปรับให้เข้ากับการทำงานสไตล์ใหม่ – พร้อมเสียบปีกเป็นรัฐบาล


แน่นอนทั้ง 3 โครงสร้าง ย่อมขึ้นอยู่กับทักษิณ ชินวัตร