พรรคเพื่อไทย ชูธงรัฐบาลสลายขั้วขัดแย้ง มีวาระ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” มาเป็นกุญแจดอกสำคัญ
ในวันที่ เศรษฐา ทวีสิน เข้าสู่อำนาจได้เสียงข้างมากจากรัฐสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดโน้มน้าวใจนักเลือกตั้งทั้งสภาบน-สภาล่าง ถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า
“ความตั้งใจของเราคือจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมา ซึ่งรายละเอียดต้องคุยกันอีกครั้งโดยที่ทุกฝ่ายมั่นใจว่าจะทำงานด้วยกันได้ บนพื้นฐานเริ่มต้นเป็นรัฐบาลแห่งความปรองดอง หันหน้าเข้ามากัน มาเริ่มต้นตรงนี้”
แต่ในมุมของ “ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ” อดีตคณบดีนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวผ่านเสวนาหัวข้อ “ยุติ-ธรรม” ที่จัดโดยเครือมติชน ตอนหนึ่งว่า เรื่องหนึ่งที่อยากพูดไว้ในเวทีนี้ เป็นเรื่องที่ยังงงอยู่ คือ การที่หลายพรรคพูดถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เพราะรัฐธรรมนูญก็ตกอยู่ในคำถามถึงการได้มาโดยฉ้อฉลอย่างไรไม่รู้ “คนร่างก็แปลก ๆ คำถามก็ลวง ๆ เวลาทำประชามติ ไม่ให้ใครออกมาอธิบาย ยกเว้นคนที่เห็นด้วย ถ้าพูดตามตำรา หรือพูดตามความเชื่อผม มันอธิบายความชอบธรรมไม่ได้หรอก มันบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ต้น
แต่ที่สำคัญเรากำลังพูดถึงสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มีข่าวเขากันแถลงว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีคราวแรกเลย จะมีการพูดถึงเรื่องเหล่านี้อยู่ ผมขอฝากประเด็นว่า ถ้าเราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มันจะเกิดขึ้นตามภาพที่เราวาดความฝันไว้ ผมว่ามันจะเป็นโจทย์ใหญ่
“มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเพียงแค่ในสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพียงลำพังเท่านั้น มันมันจะมีการรับฟังความคิดเห็นกันอย่างมีส่วนร่วม มีกระบวนการที่ให้เขาสามารถเข้าไปทำงานตรงนั้น”
“วันนี้อยากให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศ ฟังแล้วไพเราะมาก แต่จะได้อะไร ถ้าไม่ต่างจาก สส. เพราะพรรคการเมืองก็โยงใยไปสู่สภาที่ว่านั้นอยู่ดี จึงควรคิดกระบวนการให้รอบคอบ อยากให้มีความชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ เนื้อหาต้องเป็นเนื้อหาที่ประชาชนคาดหวังได้ว่าเป็นประโยชน์ของเขา”
ด้าน “ผศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย” คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เฝ้ามองการเมืองไทยอย่างกระชั้นชิดเช่นกัน มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หลังจากฟังสุ่มเสียงของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีเซนส์ว่า ส.ส.ร.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ส่วนหนึ่งอาจมาจากเลือกตั้ง ส่วนหนึ่งอาจมาจากแต่งตั้ง
ประเด็นคือ พรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคก้าวไกล หาเสียงชูธงด้วยการแก้รัฐธรรมนูญและประชาชนก็เลือกคุณด้วย การเลือกของประชาชนก็สะท้อนว่าต้องการมี ส.ส.ร.เพื่อจะเปลี่ยนโครงสร้าง คำถามคือ เวลาคุณเป็นรัฐบาลแล้วจะทำตามสิ่งที่หาเสียงว่าจะแก้โครงสร้างขนาดนี้ไหม…แต่ผมว่าไม่ใช่แล้ว
เพราะขณะนี้กลายเป็นว่าพรรคเพื่อไทยเข้าไปอยู่ขั้วรัฐบาลเดิม ซึ่งกลายเป็นว่ามีกำแพง มีเงื่อนไขอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ไม่สามารถจะแก้ตามที่พูดไว้ตอนหาเสียง เช่น บอกว่าองค์กรอิสระมีปัญหา ตอนนี้พรรคเพื่อไทยจะแก้ไหม ศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ถูกแก้ไหม
“หรือต่อให้ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ก็ตาม คำถามคือ โครงสร้างอื่น องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญคุณจะรื้อแตะที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาขององค์กรอิสระหรือไม่”
“เพราะที่ผ่านมารัฐธรรมนูญเป็นปัจจัยที่ทำให้การเมืองพัง และนักการเมืองก็เห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นปัจจัย คำถามคือถ้ายัง keep order อะไรบางอย่าง การเมืองก็ยังวนอยู่อย่างนี้”
เมื่อการเมืองกลับกลาย การแก้รัฐธรรมนูญในภาวะแวดล้อมที่ต่างกับตอนโฆษณาหาเสียง
นายกฯ เพื่อไทย ต้องจับมือ กับนายกฯ ลุง เกมแก้รัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นอีกปมร้อนที่เดิมพันรัฐบาลเพื่อไทย