รัฐบาลเพื่อไทย เผยไทม์ไลน์แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท วิธีลงทะเบียน และการใช้

เผ่าภูมิ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจง การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย คาดใช้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567

วันที่ 25 สิงหาคม 2566 หลังผลมติโหวตเลือก นายเศรษฐา ทวีสิน จากสมาชิกรัฐสภา (728 คน เห็นชอบ 482 เสียง ไม่เห็นชอบ165 เสียง) ทำให้นายเศรษฐา ผงาดเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 สิ่งที่ประชาชนสนใจในนโยบายของพรรคเพื่อไทยมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้นนโยบายแจกเงิน “ดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท”

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ชี้แจงเกี่ยวกับการแจกเงิน และไทม์ไลน์ของดิจิทัลวอลเลตว่า ขณะนี้เรายังไม่ได้เข้าไปบริหารงานราชการแผ่นดิน แอปพลิเคชั่นยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้น แอปพลิเคชั่นที่อยู่ในปัจจุบันเป็นมิจฉาชีพทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นประชาชนยังไม่ต้องทำอะไร เงิน 10,000 บาท ยังไม่ได้เริ่ม เรากะเริ่มจริง ๆ คือครึ่งแรก หรือไตรมาสแรกของปี 2567 จะสามารถทำได้ ไม่ใช่ในระยะเวลาปัจจุบัน

นายสรยุทธถามว่า ทำไมไทม์ไลน์ถึงเป็นปีหน้า คนอยากจะได้แล้วตอนนี้ นายเผ่าภูมิกล่าวว่า มีอยู่ 2 ปัจจัย ปัจจัยแรกเลยคือเรื่องของระบบ เป็นระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ ที่เราพัฒนาขึ้นมา เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาเซตระบบ การเทสต์ระบบ ความปลอดภัย ความมั่นคง แล้วก็เสถียรภาพของระบบ และอีกปัจจัยคือในเรื่องของงบประมาณที่จะมีการจัดสรรงบประมาณ

เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลมันช้า ก็ต้องมีการเลื่อนจัดสรรงบประมาณออกไป เพราะฉะนั้นด้วย 2 ปัจจัย เราจึงกล้าสัญา กับประชาชนว่า ภายในครึ่งปีแรกของปี 2567 ประชาชนจะได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท และเราพยายามจะทำให้เกิดขึ้นก่อนสงกรานต์ เพื่อที่ให้ประชาชนสามารถนำเงินไปใช้ในพื้นที่ได้ และถ้าสมมติเร็วกว่าสงกรานต์ได้ ก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดี เราก็มีความพยายามว่าจะทำให้เร็วกว่าสงกรานต์มากขึ้นไปอีก

นายเผ่าภูมิกล่าวอีกว่า เราเตรียมตัวมานานตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ว่าประสิทธิภาพของระบบ มีประสิทธิภาพและความเป็นไปได้ที่เราประกาศนโยบาย ตัวเงินเราก็พูดชัด เป็นเงินที่มีการจัดสรร 3 ก้อนหลัก ๆ เรื่องของภาษีที่เพิ่มขึ้น ขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้นในก้อนแรก

ในก้อนที่ 2 ก็มาจากภาษีที่เกิดขึ้นจากการหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีนิติบุคคล และก้อนที่ 3 เกิดจากการจัดสรรงบประมาณ เพราะฉะนั้น ทั้ง 3 ก้อนเกิดจากการดูแลเรื่องระบบ งบประมาณ เราดูแล้ว ก็มีการศึกษากับตัว หน่วยงาน ข้าราชการดูแลเรื่องนี้แล้ว

ไม่มีการกู้เงินในโครงการนี้

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ไม่ต้องกู้ เราประกาศชัดว่าไม่มีการกู้เงิน สำหรับโครงการนี้ 5 แสน 6 หมื่นล้านบาท โดยประมาณ ตัวระบบไม่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน เป็นระบบที่สร้างโดยรัฐบาล สมมติเราจะมีการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือให้มีหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวทำ ก็จะดูความเหมาะสมถึงความเป็นไปได้ มีทีมเทคนิคของเราเข้าไปคุยหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจริง ๆ เราก็มีการประสานกันพอสมควรแล้วว่าจะใช้ในวิธีไหน

ก็จะเป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยรัฐบาลไทย ไม่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน เป็นระบบที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทิ้งไว้ให้กับประเทศในการใช้ต่อ แล้วก็ชี้แจงเพิ่มเติม มันเป็นเหรียญที่ออกโดยบริษัทเอกชนต่าง ๆ มั้ย คำตอบคือ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเลย ตัวดิจิทัลวอลเลตเป็นสิทธิการใช้เงินที่มองข้างหน้าเหมือนเป๋าตัง ไม่แตกต่างกัน แต่มองข้างหลังคือเทคโนโลยีที่รันอยู่ข้างหลัง ผ่านระบบบล็อกเชน

ถามว่ามันใช้คริปโตมั้ย ใช่บิตคอยน์มั้ย คำตอบคือไม่ใช่ มันคือสิทธิการใช้เงินที่รันโดยบล็อกเชนอยู่ข้างหลัง มูลค่าของมันไม่ขึ้นไม่ลง ไม่มีการทุบ ไม่มีการเทรด ไม่มีการเกร็งกำไรใด ๆ ทั้งสิ้น มูลค่า 1 ต่อ 1 เท่ากับบาทเสมอ คือเงินบาท ไม่ใช่คริปโต เป็นเงินบาทในรูปแบบดิจิทัล และรันโดยระบบบล็อกเชน

ไม่ต้องลงทะเบียน เป็นแอปพลิเคชั่น

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า เป็นลักษณะของแอปพลิเคชั่น ประชาชนจะต้องโหลดแอปพลิเคชั่น มี 2 แบบ ประชาชนที่มีมือถือจะต้องโหลดแอปพลิเคชั่น โหลดแอปพลิเคชั่นเสร็จจะต้องมีการใส่บัตรประชาชนเข้าไป แล้วก็ต้องลิงก์กับบัตรประชาชน ตัวของจำนวนเงินก็จะขึ้นมาแบบอัติโนมัติ ก็สามารถนำเอาไปใช้จ่ายได้ นี่คือวิธีที่ 1

วิธีที่ 2 ท่านที่ไม่มีมือถือจริง ๆ ซึ่งจริง ๆ เราไม่สนับสนุน แต่ก็เพื่อให้เราเข้าถึงระบบนี้ ท่านสามารถใช้บัตรประชาชน ควบคู่กับคิวอาร์โค้ด สามารถนำไปใช้จ่ายได้ โดยในระบบก็จะมีการผูกกับบัตรประชาชน ผู้เอามาซื้อว่ามีเงินเหลือเท่าไร แล้วก็ตัดบัญชีนี้ โดยจะต้องมีแอปพลิเคชั่น ระดับประเทศเกิดขึ้นที่มีระบบการชำระเงินหลัก

แจกเงินดิจทัล

เงินเข้ายังไง

หลังจากโครงการนี้เสร็จคนไทยจะมี 2 บัญชี 1 คือบัญชีออมทรัพย์ ซึ่งเป็นระบบธนาคารปกติ และ 2 คือบัญชีดิจิทัลวอลเลต ซึ่งเป็นเงินดิจิทัล เราสร้างระบบเงินที่เป็นบล็อกเชน ที่เป็นระบบการชำระเงินที่รองรับ โลกยุคใหม่ และในขณะที่เราสร้างระบบแล้วเนี่ย เราใช้เงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แรงจูงใจให้คน 50 กว่าล้านคน ใช้ระบบนี้พร้อม ๆ กัน นี่คือ 2 วัตถุประสงค์เพื่อให้มีทั้งระบบ และคนใช้ ถ้ามีระบบแล้วไม่มีคนใช้ก็สูญเปล่า

สามารถเติมเงินเข้าแอปพลิเคชั่นได้มั้ย

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า เจตนารมณ์แรกในการทำโครงการนี้คือ เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว แล้วก็หมดภายใน 6 เดือน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รวดเร็ว และรุนแรง แต่ความคิดของเราในการต่อเนื่อง ก็คือระบบในการชำระเงิน อันนั้นมันควรจะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เราก็จะมีการจูงใจให้คนนำมาใช้ ก็อาจจะเป็นช่องทางที่เรากระจายเม็ดเงินทางการคลังลงไปให้ประชาชน

ต่อไปถ้ามีนโยบายเกี่ยวกับภาครัฐก็จะใส่ไปตรงนี้ เนื่องจากเป็นบล็อกเชนเราสามารถกำหนดเงื่อนไขลงบนเงินได้ เราสามารถทำการคลังที่เฉพาะเจาะจง มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่เคยเป็นได้ ไม่ใช่การคลังแบบหว่านไปทั่ว เป็นการคลังแบบพุ่งเป้า เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจ