Skip to content

ภูมิธรรม เปิดแผนสำรองดิจิทัลวอลเลต ถ้ากู้เงิน 5 แสนล้านไม่ได้

16 ม.ค. 2567 | 11:01น.
ภูมิธรรม เปิดแผนสำรองดิจิทัลวอลเลต ถ้ากู้เงิน 5 แสนล้านไม่ได้

ภูมิธรรมรับมีแผนสำรอง หากออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านไม่ได้ ส่วนเลื่อนแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเป็นจริง

วันที่ 16 มกราคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม. ถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ว่าการประชุมเลื่อนไปแล้ว รอช่วงสั้น ๆ เพราะเราได้รับหนังสือมาจากกฤษฎีกาแล้ว และได้ทราบว่าจะมีหนังสือจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย ก็เลยคิดว่าจะเอาทั้ง 2 ฉบับเข้าทีเดียวไม่ต้องประชุมหลายครั้ง เพราะเราไม่รู้ข้อเสนอแนะกับมาตรการต่าง ๆ ไปด้วยกันหรือเปล่า

หรือว่ามันมีอะไรที่แตกต่างกัน ฉะนั้น วันนี้ทราบมาว่าหนังสือทาง ป.ป.ช.จะมีมา ก็จะรอดูว่ามีอะไรบ้าง และคิดว่าถ้าเรียบร้อยก็จะจัดประชุมทั้ง 2 เรื่องทันที ไม่เช่นนั้นถ้าออกมาตรการจากทางกฤษฎีกาไป หาก ป.ป.ช.มีเห็นต่างเราก็อาจจะติดขัดได้ ก็เลยรออีกสักนิด ซึ่งอาจจะดีด้วย ถ้านายกฯ กลับมาพอดีจะได้ประชุม

รอฟังคำถาม ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลให้น้ำหนักการเดินหน้าเงินดิจิทัลวอลเลตที่ ป.ป.ช.จะมีความเห็นมาอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า ทุกคนมีน้ำหนักเท่ากัน ประชาชนเสนอมา การเมืองเสนอ พรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมาก็ให้น้ำหนักเท่ากัน คือจะรับฟังภายใต้เงื่อนไขวัตถุประสงค์ของโครงการ

หากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์และไปไกลจากวัตถุประสงค์ที่จะทำ อาจจะต้องพิจารณาให้ความสำคัญในอีกระดับหนึ่ง ถ้าเป็นเรื่องที่ตรงกับวัตถุประสงค์และมีข้อเสนอแนะที่น่ารับฟัง ก็จะเป็นเรื่องใช้ในการพิจารณาประกอบให้มากขึ้น

เมื่อถามว่าจะมีคำตอบให้ประชาชนได้ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าก็ต้องมีเพราะเป็นนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน เนื่องจากเรามาในช่วงที่รัฐบาลอยู่ในสภาพที่เศรษฐกิจประเทศแย่ และความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณก็มีอยู่ ฉะนั้น การดำเนินการจึงไม่ใช่เงื่อนไขเหมือนปกติที่เราเข้ามาแล้วสามารถใช้เงินงบประมาณในการจัดสรรได้

ขณะนี้ต้องรอถึงเดือนพฤษภาคม งบฯ ปี 2567 ถึงจะได้ใช้ วันนี้งบฯ ปี 2567 ใช้แค่เฉพาะงบฯ ประจำกับเงินเดือนข้าราชการเป็นหลัก ส่วนงบฯ ลงทุนยังใช้อะไรไม่ได้ ฉะนั้น เราอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่เราไม่ได้ให้ข้อจำกัดเหล่านี้มาเป็นข้อสะดุดหยุดลงของโครงการ เพราะถือเป็นโครงการสำคัญ

เราเริ่มต้นจากการประเมินว่าเศรษฐกิจมีปัญหา รู้ทั้งหลักวิชาการ ซึ่งอาจจะมองแตกต่างกันได้ ดูทั้งเงื่อนไขประชาชนที่เราประสบพบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า คนยากคนจน หรือแม้กระทั่งคนชั้นกลาง เอสเอ็มอี หรือธุรกิจทั้งหมด ทุกคนรู้สึกว่ามันเป็นปัญหา มีสภาพที่ไม่ขยับขับเคลื่อน

หลายบริษัทต้องปิดกิจการลง โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาปิดลงไปเยอะ ฉะนั้น ความจำเป็นที่เราคิดว่าจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้วงจรเศรษฐกิจหรือความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจทั้งหมดขับเคลื่อนมีความสำคัญ

นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราอยู่ในระบบทุนนิยมจะนิ่งเฉยอย่างนี้ไม่ได้ ฉะนั้น เราจำเป็นต้องขับเคลื่อน แต่การขับเคลื่อนในโครงการดิจิทัลวอลเลตเป็นการขับเคลื่อนที่ให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและการสร้างงาน ฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะดูแลพี่น้องประชาชนทุกคน

วันนี้เราเถียงกันในเรื่องหลักการ และเถียงในเรื่องวิธีคิด ในเรื่องระบบการจัดการ ไม่ได้หมายความว่าไม่สำคัญ แต่การเถียงกันทั้งหมดต้องอิงฐานที่พี่น้องประชาชนประสบอยู่ เราอยู่ในระบบทุนนิยม จะขยับระบบทุนนิยมให้เดินหน้าไปได้ ก็ต้องคำนึงถึงจิตใจและความมนุษย์ของประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

ฉะนั้น โครงการนี้เป็นโครงการที่เราพุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่โครงการแจกเงิน และเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจจะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า จะทำให้การจ้างงานเกิดขึ้น ภายใต้โครงการดิจิทัลวอลเลตยังมีโครงการอื่น ๆ ของรัฐบาลอีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจการค้า การขับเคลื่อนองค์กรของรัฐ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะทำให้เกิดขึ้นมา

“ฉะนั้น ขอความกรุณาอย่าเอาวิชาการมานั่งเถียงกัน แต่เอาวิชาการมาเป็นข้อพึงระวังได้ และต้องคำนึงถึงชีวิตที่เป็นจริง เพราะเวลาเราถกเถียงกันในหมู่ข้าราชการระดับสูงหรือนักวิชาการก็ดี เราเถียงบนพื้นฐานที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ประสบปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับ จึงอยากเชิญชวนให้เรื่องนี้มาช่วยกันพูด ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ปัญหามันดีขึ้น ถ้ามีวิธีการที่ดีกว่านี้เราไม่ขัดข้องอะไรยินดีรับฟัง มีอะไรที่บอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้” นายภูมิธรรมกล่าว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า แต่กลไลราชการในปัจจุบันถือเป็นกลไกเดิมที่ทำอยู่ในรัฐบาลเดิม และทำวิธีการเดิม ๆ ดังนั้น เรายังไม่เห็นว่าภายใต้กลไกที่เคยทำปฏิบัติมาแบบเดิม ๆ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรให้ดีขึ้น การที่เราเสนอสิ่งใหม่ควรดูในกรอบของสิ่งใหม่ และดูว่าตรงนั้นต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรเพื่อให้เดินหน้าได้ ฉะนั้น ผมขอเชิญชวนทุกฝ่ายเริ่มต้นจากความเป็นจริง เอากรอบวิชาการมาจับ

อย่าใช้ความรู้สึกเฉพาะด้านของตัวเอง และต้องยอมรับว่าเรื่องต่าง ๆ ในการแก้ไขต้องใช้ความร่วมมือด้วยกันทุก ๆ เรื่อง วันนี้เป็นระบบทุนนิยมเราแข่งขันสู้กัน พยายามจัดการให้ระบบดีที่สุด แต่ก็ต้องเป็นทุนนิยมที่มีหัวใจ และคำนึงถึงความเป็นจริงของมนุษย์และคนในประเทศไทยด้วยกัน” รองนายกฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเห็นของ ป.ป.ช.จะมาตอนไหน นายภูมิธรรมกล่าวว่าไม่ทราบ แต่ได้ยินว่าจะมาเร็ว ๆ นี้ เมื่อรับทราบมาเราก็เลยรอ ตนว่าอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ควรรู้แล้ว พอดีนายกฯ ก็กลับมา และอีก 2 วันตนต้องไปสหรัฐอเมริกาและกลับมาใกล้ ๆ กัน จะพร้อมกันทันที จะเป็นวันที่ประชุม  ครม.สัญจร หลังจากนั้นทุกอย่างมันมาก็อาจจะเดินหน้าได้ทุกเรื่อง หลังจาก  ครม.สัญจรจะเอาเรื่องเข้า ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและอีกหลาย ๆ เรื่อง

เตรียมแผนสำรอง รอเหตุการณ์เกิด

เมื่อถามว่า ถ้า พ.ร.บ.กู้เงินเดินไปไม่ได้รัฐบาลจะมีแผนสำรองอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า กรอบใหญ่เราคิดไว้แล้ว แต่รอให้เหตุการณ์มันเกิดขึ้นว่าอะไรเป็นอย่างไร และเราก็แก้จากความเป็นจริงจะดีกว่า อย่าใช้คำว่าถ้าบ่อย คำว่าถ้าบ่อยเป็นการจินตนาการ เราคิดไว้แล้วกรอบต่ำ ๆ จะเป็นอะไรอย่างไร ถ้าได้หรือไม่ได้อะไรก็จะทำอย่างนั้น ส่วนถ้ามันเกิดหรือไม่เกิดก็ไม่รู้ รอให้เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วค่อยมาถามก็ได้

เมื่อถามว่างบประมาณที่จะนำมาใช้กับโครงการนี้มีแน่นอนใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรายืนยันที่จะเดินหน้าโครงการนี้ ส่วนจะได้อะไรขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและข้อเสนอของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องทางกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติเราก็คงเอามาปรับใช้

หากเป็นเรื่องความเห็นรัฐบาล ต้องยืนยันความเห็นของเราเองในการดำเนินการถ้าเราเห็นต่าง ถ้าเห็นด้วยก็ไม่มีปัญหา นโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายที่คิดขึ้นมาลอย ๆ แต่เป็นนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ร่วมกันคิดตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาล และได้แถลงต่อรัฐสภาอย่างถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย

ฉะนั้น ความชอบธรรมที่จะดำเนินนโยบายนี้ตามที่รัฐสภาเลือกมาจากประชาชน ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและชอบธรรมที่สุด เพียงแต่เรารับฟังเพื่อให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องสบายใจ และให้รอบด้านครบถ้วนมากที่สุดเท่านั้นเอง อย่าใช้บางประเด็น หรือบางส่วนมาขวางทุกเรื่องแล้วทำไม่ได้เลย

เชื่อทุกคนรู้ว่ารัฐบาลลำบาก

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ววันนี้รัฐบาลมีความยากลำบากในการที่จะทำงาน เนื่องจากไม่มีกลไกหลาย ๆ อย่าง มีกฎหมายหลายเรื่อง และยังมีเรื่องที่ค้างจากรัฐบาลเดิม ฉะนั้น ส่วนต่าง ๆ เหล่านี้เราใช้เวลาช่วงต้นในไตรมาสแรกของการเข้ามาเป็นรัฐบาล 3 เดือนที่ผ่านมาใช้ในการคลี่คลายและแก้ไขปัญหา

ทุกคนรู้อยู่แล้วรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ หรือไม่ได้เฉยอยู่กับที่รัฐบาลแก้ไขกลไกต่าง ๆ ที่จะรองรับได้ ฉะนั้น อยากให้ทุกคนดูในภาพรวมและให้ช่วยกันคิดว่าประเทศชาติจะหลุดพ้นจากวิกฤตที่เป็นอยู่นี้อย่างไร

การจะบอกว่าวิกฤตหรือไม่วิกฤต หรือมาวิจารณ์รัฐบาลดำเนินการแบบนั้นโดยเอาความชนะคะคานทางการเมืองเป็นที่ตั้ง อยากให้เข้ามาดูความเป็นจริงและช่วยกันคิด และให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลมากที่สุดและช่วยกันคิด เพราะประเทศนี้เป็นของประชาชนทุกคน

เมื่อถามว่าระเบียบการเงินการคลังส่วนหนึ่งที่บอกว่าเศรษฐกิจต้องวิกฤตจริง ๆถึงจะออก พ.ร.บ.กู้เงินได้ ตรงนี้รัฐบาลคิดเห็นอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า เศรษฐกิจวิกฤตจริง ๆ ใครเป็นคนกำหนดว่าวิกฤต ถามตน ตนบอกว่าวิกฤต แต่ถ้าถามฝ่ายค้านก็บอกว่าไม่วิกฤต ทั้งที่ก่อนฝ่ายค้านจะเข้ามาก็มองว่าวิกฤตและจะแก้ปัญหาร่วมกัน มันต้องดูความเป็นจริง ไม่ใช่พูดตามวาระอารมณ์ หรือตามสถานการณ์ต่าง ๆ

เลื่อนแจกเงิน 1 หมื่น อยู่ที่ความเป็นจริง

เมื่อถามว่ามีแนวโน้มว่าจะยืดระยะเวลาออกไปจากเดิมใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เวลานี้เราวางทุกอย่างเดินตามแผนทั้งหมด ส่วนจะยืดหรือไม่ยืดขึ้นอยู่กับความเป็นจริงที่ได้รับ ถ้าบอกมาแล้วยังไปไม่ได้ต้องมาดำเนินการหาทางออก ถ้าไปไม่ได้แล้วต้องยืดมันก็ต้องยืด

แต่วันนี้เรายังวางไทม์ไลน์ไว้อย่างเดิม ยังไม่ได้มีอะไรมาหักล้างที่ทำให้เราต้องผิดเพี้ยนไปจากนี้ และเราก็คิดถึงทางยากลำบากที่มันจะเกิดขึ้นกับสภาพที่เป็นปัญหา ฉะนั้น ต้องช่วยกันคิดเพื่อให้เดินหน้า ไม่ใช่ช่วยกันคิดเพื่อให้หยุดอยู่กับที่

เมื่อถามว่ารัฐบาลตั้งเป้าจะเสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงินดิจิทัลเข้าสภาเมื่อไหร่ นายภูมิธรรมกล่าวว่ายัง ต้องเคลียร์ให้ทั้งหมดว่าอะไรเป็นอะไร และทุกคนต้องเข้าใจสิ่งที่ตนพูด ต้องดูว่าของจริงจะให้ไปได้อย่างไร วันนี้ถ้าบอกว่าจะไปกู้ไหม จะไปโน่นนี่นั่นมันตอบไม่ได้

เพราะข้อสรุปต่าง ๆ ยังไม่ครบถ้วน อย่ามองอะไรไกลเกินจากความเป็นจริง แล้วมาช่วยกันคิดดีกว่า ว่าจะมีข้อเสนออะไรสำหรับความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นนี้ ดีกว่ามาบอกว่าไปโน่นไปนี่แล้วมาจินตนาการต่าง ๆ ถ้าคนของรัฐบาลตอบไม่ตรงกัน หรือตอบมีปัญหาซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ จะกลายเป็นว่าไม่พร้อม ไม่ได้ดูแลมาตั้งแต่ต้น ไม่ได้คิด ตนคิดว่าเป็นข้อเสนอวิจารณ์ที่ไม่ได้อยู่ในใจ ที่มีความรู้สึกร่วมกันที่อยากจะแก้ปัญหาประเทศ

ถอย-ไม่ถอย ไม่มีคำว่าถ้า

เมื่อถามว่าแสดงว่ารัฐบาลตั้งธงที่จะแจกเงินดิจิทัล นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ใช่ธง แต่เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ไม่ใช่อำเภอใจ มีธงหมายความว่าอำเภอใจจะทำอย่างนี้อย่างนั้นก็ได้ มันไม่ใช่ แต่นี่เป็นนโยบายที่คิดมาอย่างดีที่เสนอต่อพี่น้องประชาชน ได้รับการยอมรับจากประชาชนเอามาคุยกับพรรคร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล และแถลงต่อรัฐสภาชัดเจน เมื่อนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาชัดเจนตนไม่ทำงวดหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านก็กางมาแล้วก็บอกว่าเรื่องนี้เรื่องนั้นไม่ทำ อันนี้ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยในการช่วยกันมอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าออก พ.ร.บ.กู้เงินไม่ได้รัฐบาลจะถอยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวย้ำว่า ‘ไม่มีถ้า’ ขอเจอความเป็นจริง ตอนนี้ยังไม่มีเรื่อง พ.ร.บ.เงินกู้ หรือไม่เงินกู้ ขอความเป็นจริงตรงนี้ก่อน ตรงนี้ยังไม่ชัดเจนเลย แต่จะให้ตนไปคิดเรื่องอื่น ถ้าคิดไปอาจจะคิดฟรีก็ได้ รอให้ความจริงเกิดขึ้นก่อน หากความเห็น ป.ป.ช.มาถึงจะเปิดเผยหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารระดับไหน

เมื่อถามว่าความเห็นของ ป.ป.ช.จะสร้างเงื่อนไขให้เป็นข้อจำกัดของรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบต้องถาม ป.ป.ช. จะออกมาจริงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย แต่เราได้ยินว่าจะมีเราก็รอ แต่เรายังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการว่าให้รอก่อนเดี๋ยวจะส่งมา อันนั้นไม่มี เราทราบว่าจะมี จึงคิดว่าถ้ามีจริงก็จะรอได้อีก ไม่มีปัญหาที่จะขยับไปอีกอาทิตย์สองอาทิตย์ เดือนสองเดือน หากทุกอย่างพร้อมเราเดินได้ทันที เพราะทุกอย่างเตรียมการไว้หมดแล้ว

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะดันไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า “ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย จะมาบอกว่าให้ดันไปถึงศาลรัฐธรรมนูญท่านคิดเอง ถ้าอยากให้ดันไปถึงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินหรือเปล่า นั่นเป็นแนวทางหนึ่ง ถ้าเป็นข้อเสนอจากท่าน ซึ่งเราพูดชัดเจนแล้วว่าไม่มีธงที่จะเดิน เราดูตามความเป็นจริง แล้วว่าตามความเป็นจริง อย่าจินตนาการมาก ยิ่งจินตนาการมากพวกตนยิ่งเหนื่อย”