เศรษฐา ดันเขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม ตั้งเป้านักท่องเที่ยว 1.2 แสนคนต่อปี

เศรษฐา ลงพื้นที่นครพนม สานต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งเป้าดึงการลงทุน 1,700 ล้าน อัพเกรดการเที่ยวหวังมีนักท่องเที่ยว 1.2 แสนคนต่อปี  

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ที่หมู่บ้านมิตรภาพไทย – เวียดนาม อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์และประชุมประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทย – เวียดนาม ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ลงพื้นที่ จ.นครพนม โดยกล่าวตอนหนึ่งในประชุมประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทย – เวียดนาม ว่า อนุสรณ์สถานฯบ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีมายาวนานระหว่างประเทศไทยกับประเทศเวียดนาม

และเป็นเรื่องสัมพันธภาพที่ดีของประชาชนของทั้งสองประเทศ และเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์จุดเช็คอินสำคัญของจังหวัดนครพนม ทั้งนี้ทราบดีอยู่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมา 90,000 คน อยากให้เพิ่มขึ้นไปเป็น 1.2 แสนคน ให้ได้ตามนโยบายรัฐบาลเราชัดเจนเราสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวเมืองรอง

จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่ได้เปรียบเพราะมีสนามบินถือเป็นจุดที่สามารถให้การเดินทางไปมหาสมุทรทุกอย่างครบถ้วน และได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สนามบินบอกว่าที่นี่มีความพร้อมมากเพราะมีศุลกากร แต่ยังไม่มีเที่ยวบินอินเตอร์มาตรงนี้ เป็นเรื่องอนาคตและเป็นความหวังของรัฐบาลนี้

นายเศรษฐา กล่าวว่า รมว.วัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มาดูศักยภาพที่นี่ ซึ่ง สส.ที่นั่งอยู่ก็ให้ความสำคัญกับจังหวัดนครพนม และทุกครั้งที่ตนมีโอกาสพบปะสส.ท่านได้พูดคุยและอัพเดทข้อมูลตลอดเวลาในเรื่อง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตนได้มีการเดินทางไปประชุมระหว่างอาเซียนบ่อย มีการพบปะผู้นำประเทศ โดยเฉพาะของเวียดนามมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตน และเป็นคนดำริเรื่องของการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้

หลายท่านคงเคยไปยุโรป เวลาบินลงฝรั่งเศสสามารถเข้าอิตาลี สเปนและสวิตได้ อาเซียนเราเป็นภูมิภาคใหญ่ มีประชากร 600 กว่าล้านคน ใหญ่กว่ายุโรป หากเราสามารถทำให้การเดินทางไปมาหาสู่มีการพูดคุยกันเชิงบูรณาการระหว่างผู้นำ ที่สามารถทำให้วีซ่าเข้าออกได้ทุกประเทศจะส่งเสริมการเข้าออกในหลายๆมิติเช่นเวลาบินไปกรุงเทพฯสามารถไปเวียดนามได้หรือเวียดนามมาลงกรุงเทพฯโดยไม่ต้องขอวีซ่า อีก

นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกัมพูชาลาว มาเลเซีย บรูไน ตรงนี้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้ที่ตนต้องพูดตรงนี้ให้ฟังเพราะจังหวัดนครพนมเป็นเมืองรองหลัก ทางด้านสส.ได้พยายามผลักดันให้มีศักยภาพสูงมาโดยตลอด และหวังว่าวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้ จากการที่เราสนับสนุนให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองรองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสูง จะยกระดับสนามบินให้เป็นสนามบินอินเตอร์ได้ พี่น้องประชาชนชาวเวียดนามมาเที่ยวเพิ่ม เสริมรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งการท่องเที่ยว การค้า โรงแรม อาหาร ซึ่งจังหวัดนี้ตนเข้าใจว่ามีความพร้อมมาก

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้ขอความสนับสนุนช่วยเหลือ ในเรื่องของไฟฟ้า ของชำรุด ค่าน้ำ ค่าไฟ ห้องน้ำ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับสถานที่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเน้นย้ำเรื่องความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านระหว่างไทย เวียดนาม สัปดาห์หน้ากลับไปกรุงเทพฯตนจะเรียนเชิญ สส. มาพูดคุยและดูตรงไหนจะทำได้ก่อน รวมถึงงบประมาณที่เหมาะสม เราก็จะจัดมาให้ ขอให้สบายใจในเรื่องนี้ โดยสส.เองก็จะได้เข้ามาคุยกับเจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสม เพื่อเข้าใจในสิ่งที่จะทำ

“ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับเมืองรอง และวันนี้ดีใจที่ได้มาเยือนที่นี่ เข้าใจว่าเคยมาหาเสียงแต่ไม่เคยมาดู ซึ่งครั้งนั้นมาเยอะจนจำไม่ได้ว่าตรงไหนบ้าง แต่วันนี้หาเวลาที่จะซึมซับวัฒนธรรมชาวจังหวัดนครพนมและมาดูแล ไม่ใช่มาใส่เงินอย่างเดียว แต่จะมาใส่ใจ และเข้าใจถึงวัฒนธรรมพื้นฐานของจังหวัดนครพนม แม้จะเป็นเสาร์อาทิตย์ก็ตามที แต่ก็มา ทั้งเรื่องวัฒนธรรม อาหาร การดูแลการค้าชายแดน และอีกหลายเรื่องวันนี้เรามากันครบ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายจุลพันธ์ คนจ่ายตังค์ก็มา เจ้านายตัวจริงของพวกเรารับรองได้ว่ามาดูแลอย่างเต็มที่ ขอให้สบายใจได้ตรงนี้ถือเป็นเกียรติและได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น”

นายเศรษฐา กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า สาวๆทั้งหลายก็มาต้อนรับแต่งตัวกันสวยทุกคนเลย ตนใส่กางเกงยีนส์มาลงพื้นที่ก็ต้องขอโทษด้วยอาจจะแต่งตัวไม่แมทกับสาวๆทั้งหลายที่แต่งตัวกันมาสวย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางมายังด่านศุลกากรจังหวัดนครพนม สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์การส่งออกและพื้นที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) โดยจะมีการติดตามและพิจารณาในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของด่านศุลกากรฯ และการพัฒนาพื้นที่

ทั้งนี้ ได้มีการรายงานข้อมูลเรื่องสินค้านำเข้า 5 อันดับแรก คือ โซล่าเซล พลังงานไฟฟ้า ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย และรายงาน ข้อมูลการส่งออกในปี 2565 ยอดการส่งออกลดลง เนื่องจากคาดเกี่ยวกับช่วงโควิด และในปี 2566 ยอดการส่งออกเพิ่มสูงขึ้น เพราะด่านที่จีนเปิดซึ่งจะมีการส่งผลไม้เป็นหลัก รองลงมาเป็น เครื่องดื่มชูกำลัง

อย่างไรก็ตาม ในระยะ4เดือนที่ผ่านมายอดนำเข้าลดลงเนื่องจากการนำเข้าไปใช้ด่านอื่นแทนเช่น หนองคายและเชียงของ แต่เมื่อรวมทุกด่านตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้น ขณะที่ด่านศุลกากรที่จังหวัดนครพนม ตู้ที่ส่งออกกลับมาตู้เปล่า

นากยรัฐมนตรีจึงตั้งข้อสังเกตุว่าเพราะหตุใดจึงเป็นตู้เปล่าแล้วมีวิธีแก้ไขหรือไม่ ด้านตัวแทนด่านศุลกากร ชี้แจงว่าทางแก้คือให้ผู้ประกอบการหาสินค้ากลับเข้ามา

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จึงกล่าวเสริม ว่า ปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการ ช่วยผู้ประกอบการในการหาสินค้า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ก็ต้องดูความคุ้มค่าด้วย

ส่วนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม นายกรัฐมนตรี ได้แนะนำว่าปัญหาใหญ่ของประเทศขณะนี้อยู่ที่การลงทุน และอยากให้ทุกกระทรวง ทบวง กรมบูรณาการร่วมกันเพื่อดึงนักลงทุนเข้ามา ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถ้าไม่มีคนมาลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี

ซึ่งในบริเวณพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษยังมีปัญหาเรื่องของ สัญญาเช่าจากผู้รับเหมาที่มีเพียงเจ้าเดียว และมีการขอขยายสัญญาเนื่องจาก ปัญหาโควิดในช่วงที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีจึงแนะนำว่า ไม่ควรเป็นบริษัทเดียวตั้งแต่แรก และถ้าทำไม่ได้ก็ยกเลิกสัญญา

ด้านนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวชี้แจงว่า ถ้าจะยกเลิกควรยกเลิกเป็นเฟส ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหา

จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่ง ว่าตนเคยมาที่นี่แล้วตั้งแต่ก่อนเป็นรัฐบาล  ซึ่งก่อนจะลงพื้นที่ก็เตรียมตัวมาพอสมควรเหมือนกัน เพราะจังหวัดนครพนม เป็นเมืองรองจะพยามผลักดันให้เป็นเมืองหลัก  หากดูประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานของนครพนมเคยเป็นพื้นที่รบของคอมมิวนิสต์มาก่อน เพราะฉะนั้นจังหวัดนครพนมในอดีตคือพื้นที่สู้รบปัจจุบันคือพื้นที่สันติภาพ

อยากให้คนไทยนำบทเรียนนี้มาประคับประคองรักษาสันติภาพ  ความสงบสุข และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่พื้นฐาน หรือเรื่องเศรษฐกิจ  วันนี้อยากให้ทุกคนใส่ใจและนึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน  เรามีความเจริญอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะสันติสุข ปัญหาเรื่องสันติภาพปัจจุบันคนไทยถือว่าเป็นของตายมาแล้ว  แต่หากไม่มีความสันติภาพ  การค้าการลงทุนก็จะไม่เกิดขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนเรื่องการค้าการลงทุนมันคือปัญหาแต่ต้นก็ไม่อยากใช้คำว่าปัญหาขอใช้คำว่าโอกาสที่จะทำให้นครพนมจากเมืองรองชั้นนำเป็นเป็นเมืองหลักให้ได้  สำหรับปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของด่านหรือถนนชำรุด ซึ่งต้องใช้งบประมาณ  ส่วนตัวมองว่าการใช้งบประมาณไม่ใช่ปัญหา  แต่จังหวัดเองก็ต้องช่วยตัวเองได้เพราะจะต้องมีการแข่งขันกับจังหวัดอื่นๆไม่ว่าจะเป็นสกลนคร หนองคาย และมุกดาหาร

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้พูดแซวนางมนพรในห้องประชุม ว่าในพื้นที่จังหวัดนครพนมมีทั้งรัฐมนตรีและสส. การพัฒนาจะมีความลำเอียงอยู่แล้ว จึงอยากเตือนสติว่าจะต้องพัฒนาให้ครอบคลุมทุกมิติ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนเรื่องของการลงทุนรถไฟความเร็วสูงรถไฟรางคู่ ศูนย์การเปลี่ยนถ่ายสินค้าเป็นเรื่องที่ดีที่จะต้องทำ เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะเรื่องเวลา  ทั้งนีั ได้ลงพื้นที่มาที่จังหวัดนครพนมหลายครั้ง อยากสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะพัฒนาพื้นที่จริงจัง ไม่อยากให้เป็นการจุดพลุ แล้วหายไป จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันพัฒนาพื้น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี  ยังได้โพสต์ข้อความว่า ”ผมอยากเห็นเศรษฐกิจภาคอีสานเติบโตครับ การมารับฟังพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ด่านศุลกากรนครพนมวันนี้ ผมเห็นว่าเรายังต้องพัฒนาอีกมาก ตั้งแต่การส่งออกผลไม้จากนครพนมไปจีนมีจำนวนลดลง เพราะผู้ประกอบการไปเลือกส่งออกที่หนองคายและเชียงของแทน เนื่องจากขากลับ ไม่มีผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์เย็น ผมจึงได้ให้กระทรวงพาณิชย์ลองไปหารือกับผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางในการเพิ่มการส่งออกผ่านด่านนี้”

“เขตเศรษฐกิจพิเศษ SEZ นครพนม หัวใจหลักคือต้องไดรฟ์ให้เกิดการลงทุนทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ ให้ถึง 1,700 ล้านบาท เพราะเรื่องนี้เป็นบริบทใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จะสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ต้องลงทุนแล้วเกิด business volume จริงจึงจะคุ้มค่ากับโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่ต้องลงทุนในอนาคตการเร่งปรับปรุงถนนให้อยู่ในสภาพดี พร้อมพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อเส้นทางใหม่และเส้นเลี่ยงเมืองครับ”