Skip to content

เศรษฐา ลงนามตั้ง วิษณุ ที่ปรึกษาของนายกฯ ให้คำปรึกษา-กลั่นกรองกฎหมาย

30 พ.ค. 2567 | 15:23น.
เศรษฐา ลงนามตั้ง วิษณุ ที่ปรึกษาของนายกฯ ให้คำปรึกษา-กลั่นกรองกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี ตั้ง วิษณุ เป็นที่ปรึกษาของนายกฯ ให้คำปรึกษา กลั่นกรองกฎหมาย อำนาจอื่น ๆ อีกเพียบ

วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 205/2567 เรื่อง การแต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้คำปรึกษา เสนอความเห็น และประสานความร่วมมือกับหน่วยราชการต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

จึงสมควรแต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการ เพื่อให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ด้วย 1.ตรวจสอบและกลั่นกรองร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีร้องขอ 2.ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นทางกฎหมายแก่นายกรัฐมนตรี ตามที่มอบหมาย

3.เชิญเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหรือให้ข้อมูลรายละเอียดหรือจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานได้ตามที่เห็นสมควร 4.ให้ข่าวสารในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนได้ตามความจำเป็นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

5.แต่งตั้งคณะทำงานหรืออนุกรรมการ เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

สนับสนุนการดำเนินการของที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการ และคณะทำงานหรืออนุกรรมการ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป