ภูมิธรรม มอง กัมพูชา เข้าข่ายอาชญากรรมสงครามหลังยิงพื้นที่พลเรือน ชี้สื่อกว่า 70 แห่งรายงานเขายิงก่อน รับคุย ‘อันวาร์’ ฝากบอกจริงใจยุติยิงค่อยคุย เผย ‘มาริษ‘ ยื่นหลักฐาน UN แล้ว เล็งเพิ่มเงินเยียวยาเสียชีวิตเป็น 1 ล้าน
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้ต่อสายมาพูดคุยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในฐานะประธานอาเซียน นายอันวาร์ อยากเป็นตัวกลางเพื่อแก้ไขปัญหา และเห็นว่าปัญหาควรยุติจากการปะทะหรือเผชิญหน้ากัน ซึ่งฝ่ายไทยไม่มีปัญหา แต่ขอให้ฝ่ายกัมพูชามีความชัดเจน เพราะที่ผ่านมาไทยพยายามทำสิ่งนี้มาตลอด แต่ไม่เป็นผล
สิ่งที่เกิดขึ้นฝ่ายกัมพูชาเป็นคนยิงก่อน และถือเป็นเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งนำทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันแล้วว่าไม่ให้ขึ้นปราสาทตาเมืองธม โดยเฉพาะทหารที่ประจำอยู่ห้ามมีอาวุธติดตัว แต่ฝ่ายกัมพูชาขึ้นมาพร้อมอาวุธ ดังนั้นสถานการณ์เช่นนี้ต้องการความจริงใจ เพราะตลอดแนวชายแดน กัมพูชามีการยั่วยุ ไม่มีวินัย และส่งผลกระทบมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลและกองทัพพยายามอดทนอดกลั้น ในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นไทยจึงขอให้นายอันวาร์ ไปเคลียร์เรื่องนี้กับทางกัมพูชาให้มีความชัดเจนก่อน ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะไม่เกิดซ้ำซากอีก ชัดเจนเมื่อไหร่แล้วค่อยมาคุยกัน
นายภูมิธรรมระบุอีกว่า นายอันวาร์ ยังได้พูดคุยกับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก่อนที่จะโทร.มาหาตน ตนก็ยอมรับในหลักการ แต่วิธีการจัดการ ขอให้กัมพูชาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีความจริงใจ เพราะไทยยึดถือหลักสันติมาโดยตลอด และเป็นฝ่ายขอเจรจามาตลอด แต่กัมพูชาไม่เคยสนใจ มีแต่ปล่อยให้ฝ่ายไทยยื่นเงื่อนไขอย่างเดียว แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ และเห็นภาพชัดเจนเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้นั่งบัญชาการ พร้อมการแผนที่ 1:50,000 ซึ่งเป็นแผนที่ที่ไทยใช้มาตลอด ทั้งที่กัมพูชาพูดเองว่าให้ยึดแผนที่ 1:200,000 ดังนั้นสิ่งที่สมเด็จฮุน เซน พูดมาแต่ต้นอยากให้สาธารณชนได้รู้ว่า สิ่งไหนเป็นข้อเท็จจริง
อย่างกรณีเอาคลิปมาออก และโพสต์ในเฟซบุ๊กตัวเองชัดเจน แต่พอมีปัญหาเกิดขึ้นก็บอกว่ามีการให้คนอื่นไปทำ ก็อย่างที่ตนตั้งคำถามว่าลักษณะผู้นำอย่างสมเด็จฮุน เซน จะเชื่อถือได้หรือไม่ เพราะขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นฟ้องอยู่แล้วว่า ถ้ายึดมั่นในหลักการจริง ๆ ต้องยิงเข้าสู่เป้าหมายทหาร ไม่ใช่เป้าพลเรือน จึงเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน
“ยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเช้าวานนี้ เป็นสิ่งที่ไทยรับไม่ได้ กัมพูชาเปิดแนวรบทั้ง 4 แนวใน 4 จังหวัดอีสานใต้ของไทย มีเจตนาสร้างปัญหา ยิงเข้ามา ดังนั้นสิ่งที่ต้องประณามสมเด็จฮุน เซน และพลเอกฮุน มาเนต อย่างรุนแรงและต้องรับผิดชอบก็คือ มีการยิงมาที่พลเรือน ไม่เข้าสู่เป้าหมายทางทหาร โดยเฉพาะระเบิดที่ลงร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันซึ่งห่างจากถังน้ำมันใหญ่เพียง 40 เมตรเท่านั้น ซึ่งหากขยะมาโดนถังน้ำมันใหญ่จะเกิดความเสียหายในพื้นที่พลเรือนเป็นอย่างมาก ถือว่าผิดหลักกฏหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง ที่สำคัญยังยิงมาที่กลางโรงพยาบาลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่ง 2-3 เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้มีพลเรือนไทยเสียชีวิตรวม ๆ 20 คนแล้ว และบาดเจ็บสาหัสอีกหลายคน”
นายภูมิธรรมกล่าวย้ำว่า เมื่อเจรจาแต่ในทางปฏิบัติไม่ได้หยุดยิงเลย ทั้งยังไปร้องป่าวว่าไทยเป็นผู้รุกรานก่อน และเปิดฉากยิงก่อน แต่สื่อมวลชนต่างประเทศกว่า 70 แห่งออกข่าวยืนยันว่ากัมพูชาเปิดฉากจริงก่อน ซึ่งตนมีตัวอย่างและพร้อมส่งให้สื่อมวลชน
ขณะเดียวกัน ฝั่งกัมพูชายังอ้างอิงฝ่ายเดียว ดังนั้นสิ่งที่กัมพูชาพูดเป็นการแสดงเจตจำนงที่จะรุกรานไทย และละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการทำลายพลเรือนที่ถือเป็นความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนค่อนข้างมาก ซึ่งมีรายละเอียดภาพถ่ายอย่างชัดเจน และมีเด็กเสียชีวิต
ส่วนในเรื่องเวทีต่างประเทศขณะนี้ นายภูมิธรรมบอกว่า ตนได้เรียกนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ให้กลับประเทศไทยโดยด่วน เพื่อมาช่วยรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายมาริษ ได้พบและพูดคุยกับเลขาธิการ UN และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยให้รายละเอียดและหลักฐานไปแล้ว
“สำหรับตัวผม ยังไม่เห็นท่าทีของกัมพูชา ที่จะรู้สึกว่าตัวเองทำผิดกฏหมายระหว่างประเทศ ดังนั้นต้องรับผิดชอบ ส่วนจะเรียกว่าเป็นอาชญากรรมสงครามหรือไม่ เห็นว่าขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง ที่อยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งก็เข้าข่ายการสร้างอาชญากรรม”
สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุตามแนวชายแดน ขณะนี้ไม่ติดปัญหาใด ๆ ซึ่งการใช้งบฯในพื้นที่จากเดิมที่มีอยู่ 20 ล้านบาท ขึ้นเป็น 50 ล้านบาท และพื้นที่ใดประกาศภัยพิบัติก็จะเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท รวมถึงจะมีการเยียวยาผู้เสียชีวิต เท่าที่ทราบเบื้องต้นจะขยายเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตเป็น 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บต่าง ๆ ก็มีลักษณะที่ลดหลั่นกันไป
โดยตนได้สั่งการไปยังรัฐมนตรีทุกคน ในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจะส่ง น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไปที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อป้องกันข้อครหา ไปทำสิ่งที่ไม่ดีในระหว่างที่มีการหาเสียงการเลือกตั้งซ่อม ขณะที่ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และ น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ดังนั้นยืนยันได้ว่าจะมีตัวแทนจากรัฐบาลไปเยี่ยมประชาชน และร่วมงานศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งรัฐบาลจะทำทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด