Skip to content

รมช.กลาโหมมั่นใจ ไทยไม่เสียเปรียบเวทีโลก เตรียมพาทูตทหารลงพื้นที่

31 ก.ค. 2568 | 11:23น.
รมช.กลาโหมมั่นใจ ไทยไม่เสียเปรียบเวทีโลก เตรียมพาทูตทหารลงพื้นที่

พล.อ.ณัฐพลเผย​ดูแลทหารกัมพูชาอย่างดี ยันยังไม่ส่งกลับ​ หลังกัมพูชาบิดเบือนลักพาตัว เตรียมพาคณะผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่พรุ่งนี้​ มั่นใจไทยไม่เสียเปรียบในเวทีโลก​

พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม​ เป็นประธานการประชุม​ โดยเปิดเผยก่อนเริ่มประชุมถึงกรณีที่นาย​ฮุน​ มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียกร้องให้ทหารไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา​ ที่อยู่ระหว่างถูกควบคุมตัว​ ว่ากองทัพบกดูแลอย่างดี​ ให้อาบน้ำ​ แปรงฟัน​ หาอาหารให้ทาน​ ดูแลอย่างดี​ เพราะมีทหารที่ปกติและได้รับบาดเจ็บ​ ก็ได้ดูแลรักษา​

โดยฝ่ายไทยเตรียมที่จะส่งตัวกลับกัมพูชาแล้ว แต่วานนี้มีผู้นำกัมพูชากล่าวหาไทย ลักพาตัวทหารเหล่านี้​ จึงต้องป้องกันตัวเอง นำทหารกัมพูชามาสอบถาม​ เพื่อบันทึกปากคำเอาไว้​ ว่าที่เข้ามาไม่ได้ถูกลักพาตัว​ เป็นการที่ฝ่ายเราเข้าไปควบคุมตัวได้

ซึ่งทหารกัมพูชา​ก็ยืนยันเช่นนั้น​ เพื่อเป็นหลักฐานไว้ในอนาคต​ และขอเรียนชี้แจงว่าสิ่งที่เป็นตัวอย่าง เรื่องการตอบโต้ อาจจะช้า ไม่ทันใจ แต่การเอาความจริงเข้าตอบโต้ข้อมูลที่บิดเบือน มั่นใจว่าจะทำให้มีผลที่ดีกว่า​ และได้แจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชา​ ให้ทหารกัมพูชาที่อยู่นอกพื้นที่​ที่มาเพิ่มเติมกำลัง พอเกิดเหตุการณ์ปะทะก็มีส่วนหนึ่งหลงอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายไทย เราจะแจ้งให้ทหารเหล่านี้ออกมา​ และไทยจะควบคุมตัวและส่งกลับตามหลักมนุษยธรรม

“ต้องขออภัยในเรื่องนี้ สื่อมวลชนอาจจะไม่พอใจ​ ที่กัมพูชาทำกับเราแบบนั้น​ แต่ไทยยังมีมนุษยธรรม​ ตนเองบอกเสมอว่า​ จะสู้กับการบิดเบือน​ ด้วยข้อเท็จจริงด้วยมนุษยธรรม​ ถึงแม้เขาจะผิดและไม่มีมนุษยธรรม ทำผิดหลักกฎหมายนานาชาติก็ตาม​ ก็เป็นเรื่องของหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบไป​ เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมของโลก ในการดำเนินการ​ เราต้องยึดมั่นในกฎหมาย ถ้าทำเหมือนกับเขา เราก็พอกัน ตรงนี้ต้องขออภัยพี่น้องประชาชน และสื่อมวลชนทุกท่านด้วย”

ส่วนกรณีที่กัมพูชานำคณะทูตและสื่อมวลชนจากต่างประเทศ ไปดูพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี​ ในส่วนของฝ่ายไทยจะมีการนำคณะทูตทหารไปดูพื้นที่ด้วยใช่หรือไม่​ พลเอกณัฐพลกล่าวว่า​ ได้มอบให้กองทัพบกเร่งดำเนินการ​ แต่จากการประสานงานพบว่า​ ทูตทหารต่างประเทศยังไม่พร้อม ซึ่งอยากให้ไปพร้อมกัน​ และอีกประการหนึ่งต้องมั่นใจก่อนว่า กัมพูชาหยุดยิงจริง ๆ​

แต่การที่กัมพูชาพาทูตเข้าพื้นที่ได้​ เพราะว่าเขามั่นใจว่าเราหยุดยิง​ แต่ฝ่ายไทยไม่มั่นใจ ว่า​กัมพูชาจะหยุดยิงจริงหรือไม่​ แต่การที่กัมพูชา​พาทูตทหารมา​ แสดงว่าเขา​คงไม่กล้าที่จะยิงแล้ว​ เพราะหากไทยพาเข้าไป​ผู้ช่วยทูตทหารทุกคนต้องปลอดภัย​ ไทยรับประกันได้ว่าจะไม่มีการละเมิดการหยุดยิงอยู่แล้ว​ แต่ไม่รู้ว่ากัมพูชาจะละเมิดการหยุดยิงหรือไม่​ หากเราพาผู้ช่วยทูตทหารเข้าไปเมื่อวานนี้​ เกิดมีการยิงขึ้นมา ทำให้เราต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปด้วย​ อย่างไรก็ตาม ไทย​จะนำคณะผู้ช่วยทูตทหาร เดินทางลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้​ (1 ส.ค.)​

ส่วนที่เมื่อคืนไม่มีเหตุปะทะ​ ถือเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นหรือไม่​ พลเอกณัฐพล​กล่าวว่า​ ถือว่าสัญญาณดีขึ้น แต่การที่เขาพาผู้ช่วยทูตทหารมา​ หากเมื่อคืนนี้​ยังมีการยิงหรือการละเมิดข้อตกลงอีก ชาวโลกคงรับไม่ได้​

เมื่อถามว่าจะไว้ใจกัมพูชาได้มากน้อยแค่ไหน​ ว่าจะไม่มีการยิงแล้ว​ พลเอกณัฐพล​กล่าวว่า​ ก็ไว้ใจได้ประมาณหนึ่ง แต่ไทยไม่เคยประมาท เมื่อคืนได้เน้นย้ำให้กองกำลังที่อยู่ตามแนวชายแดน อย่าประมาทจนกว่าสถานการณ์จะชัดเจนแน่นอนจริง ๆ​

เมื่อถามว่าการที่กัมพูชาชิงพาทูตทหารลงพื้นที่ก่อน ทำให้เราเสียเปรียบต่อการชี้แจงประชาคมโลกหรือไม่ พลเอกณัฐพลกล่าวว่า​ ​มั่นใจ​ไม่เสียเปรียบ​ แม้จะยังไม่พาผู้ช่วยทูตทหารไป แต่กองทัพบกก็ได้มีการแถลงข่าว เรื่องการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงวานนี้​ และส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับผู้ช่วยทูตทหารของไทย​ ส่วนจำนวนผู้ช่วยทูตทหาร​ ที่จะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้​ ยังตามตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้​ แต่คาดว่ามีมากกว่า 15 ประเทศ และตอนนี้ยังรอการตอบรับเพิ่มเติมอีก​

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ากัมพูชา​ยึดปราสาทตาควายได้​ พลเอกณัฐพล​กล่าวว่า​ ทางกองทัพบอกว่าควบคุมได้​ ก็ต้องฟังหน่วยงาน​ ที่เขารายงานมาก่อน​ ข่าวที่ออกมาบิดเบือนกันไปบิดเบือนกันมาตลอด​ แต่เมื่อเช้าได้รับข่าวที่ดีมาก ๆ​ น้องจีโน่​ นักกอล์ฟมือระดับต้น ๆ ของโลก ช่วยโพสต์ให้กับประเทศไทย ตนเองจึงรู้สึกมีกำลังใจมาก​ จึงขอเชิญชวนพี่น้องสื่อมวลชนให้ช่วยแสดงพลัง ให้เห็นว่าความสามารถของสื่อมวลชนไทย สามารถตอบโต้กัมพูชาได้​

“เหมือนที่ได้ขอร้องกับสื่อมวลชนฝ่ายทหาร ท่านสามารถหาข่าวได้เร็ว​ ตนเอง​ไม่ว่า​ ไปถามคนที่ไม่เกี่ยวข้องแล้วมาตำหนิกองทัพตนก็ไม่ว่า​ แต่สื่อมวลชนเมื่อได้ยินข้อมูลจากตนแล้ว ก็ขอให้นำข้อมูลข้อเท็จจริงไปชี้แจงตอบโต้ด้วย​ ทหารไม่ได้ถูกฝึกมาให้ตอบโต้ข่าวพวกนี้ แต่ทหารถูกฝึกมาให้ทำงาน​

จึงขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนแสดงขีดความสามารถให้ประชาชนไทยได้เห็นว่า ท่านสามารถตอบโต้กัมพูชาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ อย่างที่เคยบอกว่า ข่าวที่กัมพูชาบิดเบือนมา คนไทยก็นำมาโจมตีกันเอง แทนที่คนไทยจะตอบโต้และโจมตีกัมพูชา ซึ่งหากเป็นอย่างที่ตนคาดหวัง​ ก็จะรู้สึกดีใจมากที่คนไทยรวมใจเป็นหนึ่ง ตอบโต้กัมพูชา​”

พลเอกณัฐพล​กล่าวต่อด้วยว่า​ ในส่วนของ​ ศบ.ทก. ยังมีข้อผิดพลาด ขอน้อมรับคำตำหนิ และการประชุมวันนี้ จะมาพิจารณาว่า ทำอย่างไรให้การสื่อสารที่ไปถึงสื่อมวลชนและประชาชนเป็นแบบบูรณาการ ทุกสิ่งที่สื่อมวลชนท้วงติงมา​ ตนเองฟังทั้งหมด​ และจะพยายามแก้ปัญหา

ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนหลายสำนักที่ได้ให้ข้อมูลและให้คำติติงมา ตนบอกแล้วว่า ยินดีรับฟัง แต่ขอให้เป็นข้อเสนอ ไม่ว่าจะเชิงติติงหรืออะไรก็ตาม ขออย่างเดียว ขออย่าโจมตี ช่วยกัมพูชามาโจมตีทางหน่วยงานที่กำลังทำงานอยู่ ส่วนตัวตนเองคุ้นเคยแล้วและเตรียมใจแล้วเมื่อมาอยู่จุดนี้ต้องเจอแบบนี้ น้อง ๆ ที่เป็นข้าราชการประจำเขาอาจไม่คุ้นเคย เขาอาจเสียกำลังใจ ขอกำลังใจจากสื่อมวลชนทุกท่าน

เมื่อถามว่า ในการชี้แจง เราจะชี้แจงเป็นหลายภาษาได้หรือไม่ พลเอกณัฐพลกล่าวว่า ได้ จริง ๆ แล้วปัญหา คือ ตนอยากชี้แจงหลายภาษา อยากจะชี้แจงภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน แต่เนื่องจากขีดความสามารถของเรา คือ ไม่ใช่ตนแบ่งมอบไปชี้แจงภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน แต่ทุกครั้งตนต้องมาคอยดูภาพรวมด้วยว่า การชี้แจงเรื่องนี้เป็นอย่างไร คือ ต้องดูความถูกต้องด้วย แบบที่บอก ทาง ศบ.ทก.ยึดถือความถูกต้อง และตนเรียนสื่อมวลชนว่า ศบ.ทก. คือ กลไกของรัฐบาล

“บางครั้งตามโซเชียลได้ตำหนิ​ ว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ก็ตนนี่แหละรัฐบาล มาเป็นส่วนหัว มาอำนวยการในส่วนของหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่มาประชุม เพราะฉะนั้นแต่ละส่วนราชการต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเชิญประชุมนอกเวลาราชการ เขาก็ยินดีประชุม

นอกจากส่วนราชการที่มีเป็นกรรมการแล้ว อยากจะเชิญหน่วยอื่นที่ไม่ใช่ ทุกส่วนก็ให้ความร่วมมือ อย่างเช่นเมื่อวาน เชิญกระทรวงสาธารณสุขมาชี้แจง เห็นว่าข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขเป็นประโยชน์ในการชี้แจงประชาชน ชี้แจงชาวโลกว่า กัมพูชาได้ทำลายสถานพยาบาลของเราอย่างไร สถานพยาบาลของเราได้รับความเสียหายอย่างไร ตรงนี้จะเอาเขามาและร่วมในการแถลงข่าว ซึ่งจะเห็นว่า มีการแถลง 3 คน มีโฆษกกระทรวงสาธารณสุขด้วย อันนี้คือแนวทางที่เรากำลังจะปรับปรุงตามคำแนะนำของสื่อมวลชนที่เสนอแนะมา”