ดีเอสไอเร่งรัดเอกสารปมฮั้ว 200 สว. พบพิรุธผู้ช่วย สว. โอนไปคนนอก ส่อโยงขบวนการจัดฮั้ว สว. วุฒิสภายื้ออ้าง PDPA
ข่าวสดรายงานจากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาพฤติกรรมกลุ่มบุคคลที่ปกปิดวิธีการดำเนินการและความมุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายในการเลือก สว.
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินบุคคลเกี่ยวข้องในขบวนการจัดฮั้ว ยังพบความผิดปกติของนิติกรรมทางการเงินในช่วงเวลาสำคัญ ทั้งก่อนการเลือก สว. ระหว่างการเลือก และหลังเสร็จสิ้นการเลือก สว. คณะพนักงานสอบสวน
จึงทยอยออกหมายเรียกพยานสอบปากคำรวมกว่า 100 ราย และมีหนังสือไปยังวุฒิสภา เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิด สว. อาทิ ผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัว สว. เนื่องด้วยปรากฏเรื่องเส้นทางการเงินถูกโอนกลับไปที่คณะบุคคลบางกลุ่มในขบวนการจัดฮั้ว จึงต้องตรวจสอบสาเหตุที่มาของการแต่งตั้ง เพื่อเตรียมออกหมายเรียกพยานลอตสุดท้ายมาสอบสวนปากคำนั้น
ล่าสุดมีรายงานความเคลื่อนไหวของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 เปิดเผยว่า ปัจจุบันครบระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากดีเอสไอได้ประสานหนังสือไปยังวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอเอกสารการแต่งตั้งกลุ่มผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัวของ สว. ทั้ง 200 ราย
เนื่องจากรายงานการสืบสวน สอบสวน และพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน พบว่ามีเส้นทางการเงินของคนใกล้ชิด สว.เหล่านี้ไปเชื่อมโยงกับกลุ่มคณะบุคคลที่อยู่ในขบวนการจัดฮั้วระดับประเทศ จึงต้องประสานเอกสารจากวุฒิสภา โดยเฉพาะรายชื่อและการกรอกประวัติส่วนตัว เพื่อนำมาตรวจสอบถึงที่มาที่ไป ก่อนพิจารณาเชิญมาสอบสวนปากคำในฐานะพยาน เพื่อชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงิน
แต่ในปัจจุบันดีเอสไอยังไม่ได้รับเอกสารจากวุฒิสภาครบถ้วน โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานเร่งติดตามผลการขอเอกสารอย่างต่อเนื่อง และสอบถามถึงข้อติดขัดดังกล่าว
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเผยอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ที่พบความผิดปกติเรื่องเส้นทางการเงินของคณะทำงานคนใกล้ชิด สว. ยกตัวอย่าง คณะทำงานจะได้รับเงินเดือน 15,000 บาท บางรายกลับโอนยอดเงินดังกล่าวให้กลุ่มบุคคลภายนอกหมดทุกบาททุกสตางค์ ขณะที่บางรายอาจมีติดบัญชีไว้บ้าง 1,000-2,000 บาท
ส่วนใหญ่จากการสืบสวน พบว่ามีทั้งโอนตรงเข้าบัญชีและเอาเงินสดไปให้ ซึ่งมีความต่อเนื่องมาตลอด ตั้งแต่ก่อนเลือก สว. และหลังเสร็จสิ้นการเลือก สว.ไปแล้ว
ส่วนการประสานขอเอกสารของดีเอสไอ เกี่ยวกับการกรอกประวัติส่วนตัวของผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาของ สว. ทั้ง 200 ราย เพื่อไปใช้ประกอบการสอบสวนในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.นั้น สว.เล็งเห็นว่าจะต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมของวุฒิสภาก่อน เพื่อขอมติการยินยอมให้หน่วยงานอื่นเข้าถึงข้อมูล เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA