เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘วีระ’ เตือนวิกฤตการคลัง จ่องบฯ ขาดดุล-รายได้ต่อจีดีพีต่ำ เสี่ยงติดกับดักงบฯผูกพัน

13 ส.ค. 2568 | 12:14น.
นายวีระ ธีระภัทรานนท์

นายวีระ ธีระภัทรานนท์

‘วีระ’ เตือนไทยเสี่ยงเจอวิกฤตการคลัง หากยังจัดงบฯขาดดุล-ไม่สอดคล้องความจริง ชี้ยอดเก็บรายได้ต่อจีดีพีต่ำจุดอันตราย จี้เร่งแก้ไขงบฯผูกพัน อย่าพอกพูนจนเกิดกับดัก ชงตัดงบฯ 69 ร้อยละ 10 ปรับให้อยู่ระดับเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 สงวนความเห็นอภิปรายว่า การจัดทำงบประมาณรายประจำปีซึ่งอาศัย พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ในการกำหนดกรอบกติกาและมาตรฐานในการบริหารรายได้ การใช้จ่าย และการก่อหนี้ของรัฐ เพื่อให้การเงินการคลังของประเทศมีความมั่นคงและยั่งยืน

แม้จะดำเนินการอย่างรอบคอบก็จริง แต่จากประสบการณ์ที่เข้ามาทำหน้าที่ กมธ. ตนมีความเป็นห่วงต่อสถานภาพทางการเงินและการคลังของประเทศในปัจจุบันและในอนาคตมากกว่าเดิม เพราะหากการบริหารการคลังยังมีวิธีคิดแบบเก่า หรือใช้วิธีการแบบเดิมอย่างในปัจจุบัน เราจะมีปัญหา และจะเจอวิกฤตการเงินการคลังในอนาคตอย่างแน่นอน

นายวีระกล่าวว่า สิ่งที่เป็นปัญหามาตลอด และจะหนักหนาสาหัสมากขึ้นต่อไปในอนาคต คือการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล โดยในงบประมาณปี 2569 มียอดขาดดุล 860,000 ล้านบาท และประมาณการรายได้ไว้ที่ 2,920,600 ล้านบาท ซึ่งปัญหาคือการประมาณการที่ใช้ในการจัดทำงบฯปี 2569 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 1.3-3.3 ซึ่งผมมองว่าอัตราการขยายตัวน่าจะต่ำกว่านั้นมาก

ทำให้การประมาณการรายได้สูงกว่าความเป็นจริง และทำให้ต้องนำเงินคงคลังมาใช้ และตามมาด้วยการตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลังในอนาคต นอกจากนี้ งบประมาณรายจ่ายจำนวนหนึ่งไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ เพราะเป็นเพียงการโอนเงินเท่านั้น เช่นการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืม และการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับรัฐวิสาหกิจ สิ่งนี้เป็นภาระทางการคลังที่น่าห่วงใยมาก

นายวีระกล่าวต่อว่า การตั้งงบประมาณรายจ่ายที่ไม่สอดคล้องกับประมาณการรายได้ ทำให้การตั้งวงเงินงบประมาณรายจ่ายนั้นสูงกว่าความเป็นจริง ทำให้ต้องกู้ยืมด้วยการทำงบประมาณขาดดุลเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ทำก็เป็นเพียงไม่ให้ขัดต่อกฎหมายเท่านั้น การบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายแบบนี้ นับวันจะสะสมพอกพูนความเสี่ยงทางด้านการคลังของประเทศมากขึ้น

นายวีระกล่าวว่า การจัดเก็บรายได้เมื่อเทียบกับจีดีพี มีลักษณะถดถอย จากเดิมที่เคยเก็บได้ร้อยละ 19-20% แต่ปัจจุบันลงมาเหลือร้อยละ 14-15% ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย จึงขอตั้งข้อสังเกตให้ได้คิดพิจารณากันในอนาคต

นายวีระกล่าวว่า หากดูไส้ในของงบประมาณ สิ่งที่น่าตกใจและควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือภาระผูกพันในงบประมาณที่มียอดสูงถึง 1,656,643 ล้านบาท โดยเป็นภาระผูกพันใหม่ในงบปี 2569 จำนวน 352,091 ล้านบาท เท่ากับว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีในอนาคต จะมีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก เกิดสภาพกับดักทางงบประมาณ เพราะมีภาระผูกพันที่พอกพูน ซึ่งแก้ไขยากหากไม่เริ่มแก้ไข ณ ตอนนี้

นายวีระกล่าวว่า หากดูยอดงบประมาณที่มีการขาดดุลร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับจีดีพี เป็นอัตราที่เป็นอันตราย เพราะมาตรฐานในการขาดดุลงบประมาณไม่ควรเกินร้อยละ 3 ด้วยเหตุที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยชะลอตัวต่ำ ตนอยากจะบอกว่า หากได้อ่านรายงานความเสี่ยงทางการคลังในงบประมาณปี 2567 และแผนการคลังระยะกลางปีงบประมาณ 2569-2572 ได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะเกิดวิกฤตการเงินการคลังในอนาคต หากไม่แก้ไขตอนนี้ ตนจึงเสนอให้ตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ลงเป็นร้อยละ 10 เพื่อปรับฐานการเงินการคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งบประมาณ 2569