ภูมิธรรมลั่นมีอำนาจปิดประชุม ก.ตร. แจงเลื่อนไป 31 ส.ค. เหตุอยากเคลียร์ปมร้องเรียนให้จบ รับมีกรรมการตะโกนไล่หลัง บอกตัวเองใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ โต้ข่าวเด้ง ผบ.ตร. บอกไร้สาระ ยันสัมพันธ์แน่นปึ้ก
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเลื่อนการประชุมคณะกรรมการข้าราชการ (ก.ตร.) ไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. ว่าตนไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้รู้จักใครทั้งหมด ไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว แต่มีเรื่องร้องเรียนจากนายตำรวจ 4 คน
ประกอบด้วย พล.ต.ต.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. และพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ในจำนวนนี้มีตำรวจอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในการทำงาน คนหนึ่งเป็นนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจในคดีชั้น 14 โดยทั้ง 4 คนได้เขียนจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการมาที่ตน
โดยตนได้หารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และได้ให้คำแนะนำในข้อกฎหมายว่า ในส่วนของ พล.ต.ต.นพ.โสภณรัชต์ เป็นสิทธิของเขาที่จะสามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ เพราะยังไม่ได้มีความผิดอะไร กรรมการที่ตั้งเป็นการพูดถึงเรื่องข้อเท็จจริง ตามกฎ ก.ตร. เขามีสิทธิที่จะเสนอชื่อเข้ามา จะรับได้หรือไม่ เป็นสิทธิของ ก.ตร.
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ในส่วนของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้พูดกับเราว่าเขาไม่ได้สนใจ ถ้าเขาไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เขาเห็นว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มันไม่ชอบ อยากให้มีการทบทวน ส่วนกรณี พล.ต.ต.นพศิลป์ เป็นตำรวจคนหนึ่งที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับ ก็ไม่ได้รับการพิจารณา ตนไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกัน อีกคนคือ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการถูกเสนอชื่อ ฉะนั้น ในการประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ชวนตนเข้าไปคุยในห้องรับรอง เลยสอบถามว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร
ท่านมีความตั้งใจและพยายามอธิบายหลายเรื่อง แต่มันอยู่ที่ข้อเท็จจริง ตนไม่มีปัญหาอย่างใด แต่มีปัญหาว่าถ้าเขาร้องเรียนมาและตนไม่สามารถทำได้ตามสิ่งที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย ตนจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ และมันมีข้อเสนอแนะของกฤษฎีกาที่เป็นข้อเท็จจริงและส่วนหนึ่งที่จะพิจารณาได้ ผบ.ตร.พยายามทำความเข้าใจในหลายเรื่อง
“ผมบอกว่าเลื่อนไปก่อนได้หรือไม่ เพราะในเมื่อพูดถึงเรื่องระบบ ลองไปทบทวนดู ซึ่งมีเวลาที่เราจะพิจารณา ควรจะทำก่อน และเรื่องนี้เมื่อทำแล้ว โผตำรวจออกแล้ว ก.ตร.ตัดสินใจ เราจะต้องนำขึ้นกราบบังคมทูลฯ ด้วย ฉะนั้น ผมไม่อยากให้เกิดความไม่เรียบร้อย อยากให้คุยกันให้จบก่อน ผบ.ตร.เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นให้นำเข้าที่ประชุม ก.ตร.ในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา” นายภูมิธรรมกล่าว
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ได้คุยกันว่าถ้าเลื่อนจะเลื่อนอีกสัก 2 สัปดาห์ ให้ได้ทำงาน แต่มีข้อกฎหมายโต้แย้งหลายเรื่อง และได้ความชัดเจนแล้ว การขยายเกินวันที่ 31 ส.ค. มันมีข้อกฎหมายที่โต้แย้งกัน ในระเบียบ ก.ตร.ระบุว่าต้องจัดการให้เสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค. เว้นแต่มีเหตุผลที่เพียงพอถึงจะขยายเวลาต่อไปได้ และเมื่อเรียกประชุมแล้วควรจะต้องประชุม
โดยตนได้แจ้งในห้องประชุม ก.ตร. ว่าตนได้รับเรื่องร้องเรียน และมีหนังสือแนบของกฤษฎีกาที่มีความเห็นว่าเป็นสิทธิของเขาที่จะเสนอได้ เพื่อประกันสิทธิของผู้ที่ร้องเรียน และยังมีเวลา จึงขอเลื่อนไปถึงวันที่ 31 ส.ค. เวลา 15.00 น. ซึ่งยังอยู่ในกรอบของกฎหมายทุกประการ และขอให้ปิดประชุม หลังจากนั้นมีกรรมการ ก.ตร.คนหนึ่งยกมือขอพูด แต่ตนเดินออกมาจะถึงประตูอยู่แล้ว
โดยขอแสดงความเห็น ขอพูดหน่อย ไม่มีอะไร ตนจึงกลับไปนั่งใหม่ทั้งที่ปิดประชุมไปแล้ว มีการพูดยาว มีการเอาสไลด์ขึ้นมา ตนเลยบอกว่าตนปิดประชุมไปแล้ว พบกันวันที่ 31 ส.ค. ทั้งหมดนี้เป็นอำนาจของประธานที่สามารถเลื่อนการประชุมได้ แต่ขยายเวลาไม่ได้ การที่ตนทำคือเลื่อนประชุมในกรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้
“มีคนตะโกนตามหลังมา ซึ่งผมไม่ทราบว่าเสียงใคร คล้าย ๆ มาบอกว่าผมกำลังทำในสิ่งที่ผิด ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งผมบอกว่าไม่เป็นไร ผมทำตามหน้าที่ เพราะถือว่าผมตัดสินใจไปแล้ว โดยอำนาจและกรอบในการพิจารณาที่ผมคิดในฐานะประธาน ต้องการทำให้กระบวนการมันชอบธรรมก่อน ซึ่งผมไม่ทราบว่าเป็นเสียงของใคร” นายภูมิธรรมกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าจะเด้ง ผบ.ตร. นายภูมิธรรมกล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องที่เกินเลย สื่อมวลชนต้องดูว่าข่าวมาจากไหน ตนไม่เคยพูดอย่างนี้ ความสัมพันธ์ของตนและ ผบ.ตร.ยังดีอยู่ และเห็นใจท่านเพราะทำงาน และเห็นใจตัวเองด้วย เพราะก็โดนหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ตนไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลเลย สิ่งที่เขาร้องมาคือ ให้มีกระบวนการกลับไปทบทวน ซึ่งยังมีเวลา ถ้าทบทวนแล้วจะตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกอย่างไรก็อยู่ที่ ก.ตร.
“ผมไม่ได้มีอะไรที่ไม่สบายใจกับ ผบ.ตร. เมื่อเช้าวันเดียวกันยังหัวเราะ มีหนังสือพิมพ์ลงบอกจะเด้ง ผบ.ตร. ผมเลยบอกว่าไร้สาระ ผมมีสิทธิอะไรอยู่ ๆ จะไปเด้ง ผบ.ตร. ไม่อยู่ในความคิดผมเลย และความสัมพันธ์ของผมกับ ผบ.ตร.ก็ดี มีแต่คนจะปั่นให้ทะเลาะกัน ซึ่งคิดว่าไม่เป็นผลดี เวลานี้ทุกอย่างยังทำอยู่ภายใต้กฎหมาย การจะเด้งทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล และท่านก็มีไมตรีจิต
การตัดสินใจแบบนี้ผมรับผิดชอบ ซึ่ง ผบ.ตร.บอกว่าไม่ต้องให้ถึงผมหรอก ท่านก็จะรับผิดชอบให้ ผมบอกว่าไม่เป็นไร ว่าไปตามกระบวนการ เมื่อคืนผมก็ยังไลน์คุยกับท่านว่าต้องขอโทษนะ วันนี้ที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ เพราะมีการร้องเรียนมาทั้งหมด และผมอยากจะทำให้มันโปร่งใส ไม่อยากให้ยื่นเรื่องขึ้นไปถึงพระองค์ท่าน ทั้งที่ยังมีเรื่องคาราคาซัง” นายภูมิธรรมระบุ