เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
Business ‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
“เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
Economic “เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
Economic คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
Tech Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
Economic ‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
Economic ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
Tech ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
ศุภจี เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
Politics ศุภจี เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
ดูทั้งหมด

ฉลุย ‘อนุทิน’ นายกคนที่ 32 เฟ้นรัฐมนตรีคนนอก-ชงขึ้น VAT

06 ก.ย. 2568 | 06:31น.
อนุทิน ชาญวีรกูล

มติสภาผู้แทนราษฎรโหวต “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อยในรอบ 50 ปี 4 สัปดาห์ได้ ครม.ใหม่ นับถอยหลัง 6 เดือนสู่ขั้นตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ทีดีอาร์ไอเสนอรัฐบาลใหม่ต้องกล้าขึ้น VAT เป็น 10% หารายได้เพิ่ม เฟ้นรัฐมนตรีคนนอก 3 กระทรวงหลัก “คลัง-ต่างประเทศ-พาณิชย์” นักรัฐศาสตร์คาดไฟสงคราม-ภาษีทรัมป์ประชิดทำเนียบ พิชัย-รมว.คลังฝากดูดนักลงทุนต่างชาติ ตลาดหลักทรัพย์หวังทีมรัฐมนตรีใหม่เข้าใจตลาดทุน ส.อ.ท.ขอรัฐลดภาษีที่ดินจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ธุรกิจคอมเมนต์ครึ่งปีหลังไร้ปัจจัยบวก ไม่มีมู้ดจับจ่าย

รัฐบาลเสียงข้างน้อยรอบ 50 ปี

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานจากรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาเรื่องด่วน ในวาระที่ 8 พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธาน

พรรคภูมิใจไทยได้รวบรวมเสียง 146 เสียง พร้อมกับทำข้อตกลงทางการเมืองกับพรรคประชาชนที่มีอยู่ 143 เสียง เพื่อให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 และตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภาภายใน 4 เดือน

เนื่องจากในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีพรรคไหนได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล 146 เสียง

นับเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในรอบ 50 ปี ต่อจากยุครัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จากพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากผลเลือกตั้ง 26 มกราคม 2518 ไม่มีพรรคใดได้เสียงในสภาเกินครึ่ง แม้สภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากจะโหวต ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นนายกฯ แต่ทันทีที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา กลับถูกคว่ำ ม.ร.ว.เสนีย์ ได้เป็นนายกฯ ได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ไม่พลิก อนุทิน เป็นนายกฯ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ 2 ชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอนายอนุทิน เป็นนายกฯ ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯ

กระบวนการการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อตามตัวอักษร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 โดยบุคคลที่จะได้เป็นนายกฯ จะต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา คือ 247 เสียงขึ้นไป จากจำนวน สส.ปัจจุบัน 492 คน

ซึ่งก่อนการลงมติเลือกนายกฯ นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้เปิดให้ที่ประชุมได้มีการอภิปรายสนับสนุนนายอนุทิน หรือ นายชัยเกษม เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนจะเข้าสู่การลงคะแนน

ต่อมาที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ให้นายอนุทิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเสียง 311 ต่อ 152 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง จากผู้เข้าประชุม 490 คน

4 สัปดาห์ ได้ ครม.ใหม่

ขั้นตอนหลังจากโหวตเลือกนายกฯแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีการนำชื่อนายกฯ คนที่ 32 ขึ้นทูลเกล้าฯ และหลังจากโปรดเกล้าฯ และพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ จากนั้นจัดทำบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ก่อนที่จะนำชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ นายกฯจะต้องนำ ครม.เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนตามรัฐธรรมนูญ รวมขั้นตอนทั้งหมด พรรคภูมิใจไทยประเมินว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์

จากนั้น การทำงานของรัฐบาลใหม่ ตามเงื่อนไข MOA ที่พรรคภูมิใจไทย ได้ตกลงกับพรรคประชาชน จะยุบสภาใน 4 เดือน และเป็นรัฐบาลรักษาการก่อนการเลือกตั้งอีกประมาณ 2 เดือน ซึ่งจะมีปัจจัยที่เกี่ยวโยงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ จะต้องทำประชามติ 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้ง

โดยข้อตกลง MOA กำหนดว่า ในกรณีที่ทำประชามติ 3 ครั้ง คือ ทำประชามติก่อนแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เป็นการทำประชามติครั้งที่ 1 ครม.ใหม่จะต้องจัดทำประชามติ โดยออกเป็นมติ ครม. พร้อมทั้งหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อกำหนดวันทำประชามติ โดยใช้เวลาไม่เร็วกว่า 90 วัน แต่ไม่ช้า 120 วัน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป หรือประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง

อีกกรณีคือ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่จำเป็นต้องมีการทำประชามติก่อนแก้รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 คือ การทำประชามติ 2 ครั้ง ขั้นตอนต่อไป ครม. พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย จะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เปิดทางให้มี ส.ส.ร. ซึ่งค้างอยู่ในคิวการพิจารณาของรัฐสภา เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา

ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกฯ ทราบพร้อมกับส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสรุปสาระของรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้หารือกับ กกต.เพื่อกำหนดวันออกเสียงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256(8) โดยต้องไม่เร็วกว่า 90 วัน และไม่ช้ากว่า 120 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภา เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้โดยเร็ว

เมื่อรัฐบาลทำตามเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ ตาม MOA ก็จะยุบสภา โดยจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกายุบสภามีผลใช้บังคับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 103 โดยรัฐบาลจะมีสภาพเป็นรัฐบาลรักษาการ

คาดการณ์โผ ครม.อนุทิน 1

สำหรับโผ ครม.อนุทิน 1 มีการคาดการณ์ว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะได้โควตา สส. 4 คน ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี โดยจะเว้นโควตา กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจให้เป็น โควตากลางของพรรคแกนนำ โดยจะเลือกผู้เชี่ยวชาญคนนอก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชน และนักลงทุน

สำหรับบัญชีรายชื่อ ครม. รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยคาดว่า พรรคแกนนำจะคุมกระทรวงหลัก ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯควบ รมว.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นางศุภมาส อิศรภักดี รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.การอุดมศึกษาฯ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี โดยมี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

พรรคกล้าธรรม คาดว่าจะคุมกระทรวงเดิม เช่น เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และได้กระทรวงเพิ่ม คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการวางตัว โดยมีคนที่กลับมาเป็นรัฐมนตรี อาทิ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ นายอรรถร ศิริลัทธยากร

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ กลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น ที่มีอยู่ 16 เสียง มีแคนดิเดตคือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมว.อุตสาหกรรม นายธนกร วังบุญคงชนะ มีชื่อเป็น รมช.ศึกษาธิการ หรือ รมว.แรงงาน

พรรคพลังประชารัฐ มีกระแสข่าวว่าจะได้คุมกระทรวงกลาโหม โดยมีเครือข่ายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มานั่งในตำแหน่ง รมว.กลาโหม นายสันติ พร้อมพัฒน์ คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่บางกระแสระบุว่าจะนั่ง รมว.พลังงาน

โดยมีโควตาคนนอก คือ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ

ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ถูกทาบทาม ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ไฟ 10 กองรับ นายกฯหนู

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักรัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ ปัญหาความมั่นคงที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ เป็น ไฟ 10 กอง 1.ไฟความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายในการจัดการแต่อย่างใด ทั้งมีแนวโน้มที่อาจเป็นความขัดแย้งแบบลากยาว หรือกลายเป็นสงครามยืดเยื้อ

2.ไฟใต้ สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หวนกลับมาท้าทายรัฐไทยอย่างมาก 3.ไฟการเมือง-การเมืองไทยอยู่ในวังวนของความขัดแย้งทางการเมือง การต่อสู้ทางการเมือง การแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ผลที่เกิดขึ้นตามมา คือ ระบบรัฐสภาไทยอ่อนแอในตัวเองอย่างมาก และก่อให้เกิด การเมืองแห่งความไร้เสถียรภาพ

4.ไฟเศรษฐกิจ เป็นไฟกองใหญ่ที่สุดในชีวิตคนไทยปัจจุบัน เผาชีวิตคนไทยจากปัญหาหนี้ครัวเรือน

5.ไฟภาษีทรัมป์ ก็เตรียมรอเผาพวกเราคนไทยอีกแบบ ไฟกองนี้ยังเป็นผลจากเศรษฐกิจมหภาคของไทยที่มีอาการถดถอยมาโดยตลอด อีกทั้งเป็นเพราะไฟกองนี้แหละที่ทำให้ชีวิตของผู้คนในสังคมไทยยุคปัจจุบันไม่สดใสเท่าใดนัก

6.ไฟศรัทธา-ไฟที่น่ากลัวที่สุดในมิติของจิตวิทยาการเมือง คือ “ความเชื่อ-ความศรัทธา” และไฟนี้พร้อมที่จะเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ เพราะวิกฤตศรัทธา ที่เมื่อเกิดกับตัวบุคคลในฐานะนักการเมือง หรือเกิดกับรัฐบาล หรือแม้กระทั่งอาจเกิดกับระบบการเมืองได้ด้วย ดังจะเห็นได้จากนิด้าโพล ซึ่งคนไทยที่รู้สึกหมดหวังทางการเมืองมีจำนวนมากขึ้น จนแทบจะนิยามอาการได้ คือ เบื่อแดง-รำคาญส้ม-ไม่เอาน้ำเงิน

ศ.ดร.สุรชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีไฟกองที่ 7 ไฟสงครามกลางเมืองเมียนมา 8.ไฟปัญหาสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ 9.ปัญหายาเสพติด ความเปลี่ยนแปลงของอากาศและมลพิษข้ามชาติ 10.การแข่งขันของรัฐมหาอำนาจใหญ่

รมว.คลังขอนักลงทุนเชื่อมั่น

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการดำเนินนโยบายด้านต่าง ๆ ว่า การดำเนินงานยังคงเป็นไปอย่างธรรมชาติและปกติ ทุกอย่างในกระทรวงยังคงเดินหน้าต่อไป เพราะไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นช่วงไหน นโยบายจะต้องเดินได้ เนื่องจากเศรษฐกิจจะต้องเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง

พิชัย ชุณหวชิร
พิชัย ชุณหวชิร

รมว.คลังกล่าวว่า ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ทุกคนจะยังใช้หลักเดียวกัน ดูแลการเติบโตของเศรษฐกิจ และเรื่องสำคัญ คือ ความมั่นคงในสายตาชาวโลก และความมั่นคงทางการเงิน การคลัง ยังคงเป็นเรื่องสำคัญอยู่ ซึ่งคนที่มาจะพิจารณาอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI ) ของนักลงทุน ขอยืนกรานว่าได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจว่าทุกอย่างจะดำเนินต่อไปได้ โดยจะมีการสนับสนุนและซัพพอร์ตนักลงทุนเข้ามา จะต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

“ผมเหลือช่วยเหลืองานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับข้าราชการ แต่เป็นงานเบา ๆ ส่วนจะฝากอะไรมั้ย คงไม่มีอะไรฝาก เพราะฝากไปแล้วทุกเวที ส่วนเรื่องความเป็นห่วงในเรื่องงาน โดยปกติผมเป็นคนห่วงทุกเรื่อง แต่เชื่อว่าประเทศไทยเดินต่อไปได้”

หวังรัฐบาลใหม่เข้าใจตลาดทุน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงสร้างความกังวลต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจครึ่งปีหลังและต้นปีหน้า

อัสสเดช คงสิริ
อัสสเดช คงสิริ

นักลงทุนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับความผันผวนทางการเมืองไทย จึงไม่ได้มองเป็นปัจจัยลบรุนแรง สิ่งที่สำคัญกว่าคือความชัดเจนว่านโยบายเศรษฐกิจที่นำเสนอจะสามารถเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ นักลงทุนจึงคาดหวังว่าจะได้เห็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพ พร้อมทิศทางเศรษฐกิจชัดเจน เพื่อช่วยเสริมความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุน

“ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยยังต้องการแรงขับเคลื่อนจากการเบิกจ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ โดยคาดหวังว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่จะเข้าใจบทบาทของตลาดทุนในการเป็นเครื่องมือระดมทุน และสามารถใช้ตลาดทุนสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่เราต้องการเห็นคือ รัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพและเข้าใจตลาดทุน เพราะตลาดทุนไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ซื้อขาย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการออม การลงทุน และการระดมทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม” นายอัสสเดชกล่าว

TDRI ชงรัฐบาลใหม่กล้าขึ้น VAT

รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเข้ามาของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งมีเวลาในการบริหารประเทศเพียง 4-6 เดือน สิ่งที่ต้องการให้เดินหน้าเร่งด่วนมี 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ควรจะเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาภาษีสหรัฐ ซึ่งจะต้องมีมาตรการเข้ามารับมือ เนื่องจากการเก็บภาษีตอบโต้การค้าของสหรัฐ มีผลทั้งบวกและลบ

โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ภาคเกษตร อุตสาหกรรม ภาคประชาชนหรือกลุ่มเปราะบาง จำเป็นต้องได้รับการดูแล รายละเอียดของข้อตกลงควรจะนำมาพูดคุย เปิดเผยเพื่อพิจารณาร่วมกันถึงแนวทางการรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้น ไทยจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน กระทบต่อจีดีพีของประเทศ

2.ไทยมีการขาดดุลสูงมาก ดังนั้น รัฐจะต้องกล้าที่จะหารายได้เพิ่ม โดยเฉพาะกล้าที่จะปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7 % เป็น 10% ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะมีความลำบากในการบริหารจัดการแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากงบประมาณมีจำกัด ไม่เช่นนั้นก็ต้องหาเงินด้วยการกู้เพิ่ม

“รัฐบาลใหม่อายุแค่ 4 เดือน อีกทั้งน่าจะมีรัฐมนตรีคนนอก ในส่วนของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นจังหวะดีที่จะทำเพื่ออนาคต คนนอกจะกล้าทำเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำเรื่องความมั่นคง”

3.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้คนไทยมีความหวัง ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำที่สุดในอาเซียน ซึ่งไทยเป็นผู้ป่วยอาเซียนมา 10 ปีแล้ว อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ ยกเว้นประเทศเมียนมา ซึ่งก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ แต่ตอนนี้ไทยถือว่าต่ำกว่าอีก ดังนั้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็น และตอนนี้ถือเป็นจังหวะสำคัญ รัฐบาลใหม่ควรเปิดให้มีการระดมสมองจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางและทิศทางในการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ส.อ.ท.ขอรัฐลดภาษีที่ดินปี’69

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เอกชนยังคงย้ำที่จะต้องการนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่ไม่ว่าจะเป็นใครแต่ขอให้เป็นคนที่มีความรู้ เก่ง ดี และกล้าตัดสินใจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ให้สะดุด และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ส่วนโครงการเดิมที่มีอยู่บางเรื่องยังคงจำเป็นต้องมีและเดินหน้าต่อ เช่น มาตรการซอฟต์โลนช่วยผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์

เกรียงไกร เธียรนุกุล
เกรียงไกร เธียรนุกุล

ในมุมของ กกร. เอกชนต้องการให้รัฐบาลพิจารณาปรับลดหรือผ่อนปรนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่น้อยกว่า 50% ในปี 2569 หรือจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว เพื่อบรรเทาภาระต้นทุน เสริมสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงจากการปิดกิจการ และกระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากด้วยเช่นกัน

PTG ขอกระตุ้น ศก.แบบยาว

นายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและรัฐบาลใหม่ อยากเห็นนโยบายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน ไม่ใช่นโยบายระยะสั้น ต้องมองนโยบายระยะยาว รวมถึงการจัดสรรงบประมาณที่สนับสนุนครอบคลุมผู้ประกอบการทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดเล็ก หรือกลาง (SMEs)

4-6 เดือนไร้ปัจจัยบวก

นายธีรภพ กรานเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วง 4-6 เดือนหลังจากนี้ วงการธุรกิจร้านอาหารยังคงอยู่ในภาวะท้าทาย ใกล้เคียงกับช่วงครึ่งแรกของปี’68 เนื่องจากไม่มีปัจจัยเชิงบวกมากนัก ความไม่แน่นอนทำให้ผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้อชะลอการใช้จ่าย

“จุดสำคัญที่สุดน่าจะเป็นไตรมาส 4 ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคกำลังอยู่ในสภาวะชะลอ เชื่อว่าหากปัจจัยต่าง ๆ ชัดเจนหรือดีขึ้น ความเชื่อมั่นของธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงค้าปลีกจะกลับมา ผู้บริโภคกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อจะกลับมาใช้จ่ายมากขึ้น หากมีรัฐบาลใหม่ นโยบายชัดเจนประชาชนตอบรับได้ดี ความเชื่อมั่นและกระแสการจับจ่ายอาจจะพลิกฟื้นมาได้เร็วมาก”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อนุทิน ชาญวีรกูล