เฉลิมชัย ไขก๊อกหัวหน้าพรรค ปชป. เตรียมหาคนใหม่ใน 60 วัน
“เฉลิมชัย” ลาออกหัวหน้าพรรค ปชป. กะทันหัน เตรียมหาคนใหม่ใน 60 วัน ผอ.พรรค เผยยังไม่ได้วางใครไว้
ตามที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยหนังสือระบุว่า ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งอาจทำให้พรรคเกิดความเสียหาย และขอมอบให้ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช รองหัวหน้าพรรค รักษาการแทนหัวหน้าพรรค
น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยอมรับว่า นายเฉลิมชัยลาออกจริง โดยให้เหตุผลเรื่องสุขภาพ ต้องการที่จะกลับไปดูแลสุขภาพของตัวเอง หากยังเป็นหัวหน้า อาจดูแลสุขภาพได้ไม่เต็มที่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นายเฉลิมชัย ยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายประมวล ประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคแทน ซึ่งขั้นตอนต่อไป จะเรียกประชุมกรรมการบริหาร เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรคต่อไป แต่ต้องรอ กกต.ก่อน เนื่องจากจะต้องแจ้งการลาออกไปถึง กกต.อย่างเป็นทางการด้วย
ขณะที่ นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้รับทราบเรื่องที่นายเฉลิมชัยขอลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จากสำนักงาน กกต.ที่แจ้งมาเป็นการภายในให้ตนทราบว่านายเฉลิมชัยส่งตัวแทนมายื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค
และหลังจากตนได้ส่งหนังสือดังกล่าวจาก กกต.เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. แล้ว ก็ได้แจ้งต่อนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรคฯ คนอื่นๆให้รับทราบทั่วกัน ซึ่งเลขาธิการพรรคฯ กำชับให้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ตามข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯ คนใหม่ภายใน 60 วันตามที่ข้อบังคับพรรคฯกำหนดไว้ ซึ่งนายประมวลจะเป็นผู้ดำเนินการในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค
“นายเฉลิมชัยไม่เคยกล่าวอะไรไว้ก่อนหน้านี้ว่าอยากจะลาออกจากหัวหน้าพรรค แต่นายเฉลิมชัยยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และเนื่องจากเรื่องนี้เกิดขึ้นแบบกะทันหัน จึงยังไม่มีการพูดถึงตัวบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่”นายธนิตพล กล่าว
“ชัยชนะ” เพิ่งทราบ “เฉลิมชัย” ลาออกหัวหน้า ปชป.
ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ยื่นหนังสือลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนก็เพิ่งทราบข่าว โดยไม่ได้มีการบอกกล่าวล่วงหน้ามาก่อน แต่ยืนยันว่าในพรรคไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งอะไร รักกันดีทุกคนแต่การตัดสินใจลาออกครั้งนี้เป็นอย่างไรต้องไปถามนายเฉลิมชัยเอง แต่ยืนยันว่า หัวหน้าพรรคกรรมการบริหารพรรค ทุกคนมีความรักใคร่กันดี
“ผมเชื่อว่านายเฉลิมชัยก็เป็นคนหนึ่งที่รักพรรคประชาธิปัตย์ และทำงานให้กับพรรคมาโดยตลอด ซึ่งผมก็รู้สึกเสียดายและใจหาย ที่ผ่านมานายเฉลิมชัย ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณหรือบอกอะไร” นายชัยชนะกล่าว
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ จะดำเนินการอย่างไรนั้น นายชัยชนะกล่าวว่า ก็ต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรคและตามกฎหมาย โดยต้องเรียกประชุมวิสามัญ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคใหม่
เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นายชัยชนะกล่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องทำหน้าที่กันต่อไป ส่วนกรรมการบริหารพรรคก็มาเลือกคัดสรรกันใหม่ หลังจากนี้ต้องรอดูว่าใครจะเข้ามาบริหารพรรค และกำหนดนโยบายทิศทางพรรคอย่างไร แต่ตนก็เป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่งที่ยังยืนหยัด อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์
เมื่อถามว่าการที่นายเฉลิมชัย ลาออกตอนนี้ เป็นสัญญาณอะไรหรือไม่เนื่องจาก มีไทม์ไลน์ จะยุบสภา ภายใน 4 เดือน จะไปสังกัดพรรคอื่นหรือไม่ ชัยชนะกล่าวว่า อย่ามองเช่นนั้น เพราะตนเชื่อว่านายเฉลิมชัย เป็นบุคคลที่รักพรรคประชาธิปัตย์มาก คงไม่คิดไปไหน ขออย่ามองลึกเช่นนี้
เมื่อถามย้ำว่าประชาธิปัตย์จะแพแตกหรือไม่ นายชัยชนะ ย้อนถามว่าจะแตกได้อย่างไร เมื่อทุกคนยืนยันว่ายังอยู่กับพรรค ส่วนคนที่ไป ก็ถือว่าไป
ส่วนกรณีที่มี สส.บางส่วน ไปโหวตให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ทางพรรคจะมีการดำเนินการอย่างไรนั้น นายชัยชนะกล่าวว่า ในพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน แต่เห็นว่าคนที่ตัดสินใจแล้วบอกว่าเป็นเอกสิทธิ์ของสส.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แม้ตามรัฐธรรมนูญ จะถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. แต่ทุกคนก็ต้องคิดให้ได้ว่า การที่เราจะได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรามาในนามพรรค หากเราไม่ทำตามมติพรรค ต่อไปจะมี สส.ในนามพรรคทำไม ก็ควรเป็น ส ส.อิสระไปเลย
จึงเน้นย้ำ ฝากรัฐบาลใหม่ว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรเขียนข้อนี้ให้ชัดเจนว่าในการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ หรือ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องโหวตตามมติพรรคกัน หากไม่ทำตามมติพรรค ต่อไปใช้เอกสิทธิ์กันทุกคนก็ ไปตั้งกลุ่มก๊วน ไปจัดตั้งรัฐบาลกันได้ ทำให้การเมืองอ่อนแอทำให้ระบอบประชาธิปไตยอ่อนแอ
เมื่อถามว่า นาย ชัยชนะ ยังคงยืนหยัดอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ตนเกิดที่พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ไปไหน เติบโตอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งบางคน กินบุญ จากพรรคประชาธิปัตย์มากกว่าตน แต่พอออกไปก็ยังมาพูดวิจารณ์พรรคทุกวัน ซึ่งพรรคไม่ได้ผิดอะไรพรรคเป็นองค์กร ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารทุก 4 ปีอยู่แล้ว ซึ่ง ผู้บริหารบางคน ที่เข้ามาคงถูกใจเราบ้าง ไม่ถูกใจเราบ้าง แต่เราต้องอยู่ภายใต้องค์กรนี้ให้ได้