เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาพอากาศวันนี้ (11 ก.ค.) ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (11 ก.ค.) ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
ฮอนด้า รีแบรนด์ธุรกิจรถมือสอง ผุด 120 สาขาทั่ว ปท. ดูแลลูกค้าครบวงจร
Automotive ฮอนด้า รีแบรนด์ธุรกิจรถมือสอง ผุด 120 สาขาทั่ว ปท. ดูแลลูกค้าครบวงจร
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.36% อยู่ที่ 64,128 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.36% อยู่ที่ 64,128 เหรียญสหรัฐ
ซี.พี. ชิงปิดฉากไฮสปีด EEC สะเทือนอาณาจักร ‘มักกะสัน’ 2 แสนล้าน
Real Estate ซี.พี. ชิงปิดฉากไฮสปีด EEC สะเทือนอาณาจักร ‘มักกะสัน’ 2 แสนล้าน
มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ
Economic มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ
‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
Business ‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
“เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
Economic “เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
Economic คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
ดูทั้งหมด

ทูลเกล้าฯ สัปดาห์นี้ ‘ครม. อนุทิน 1’ นายกฯถก ส.อ.ท. ฟื้นเศรษฐกิจ

15 ก.ย. 2568 | 11:31น.
อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกฯ แจ้งข่าวสภาอุตสาหกรรมฯ ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม. สัปดาห์นี้ ย้ำสไตล์รัฐบาลทำงานเร็ว เน้น แก้ไขเศรษฐกิจระยะสั้น วางรากฐานเพื่อการต่อยอด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในประเด็น แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย, การเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐและสงครามการค้า, การรับมือปัญหาสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน, การส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs รวมถึงการรับมือผลกระทบจากปัญหาการค้าชายแดน เป็นต้น

โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสุชาติ ชมกลิ่น ว่าที่รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมด้วย

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้แนะนำ นายสุชาติ และนายธนกร ให้กับนางศุภจี พร้อมกล่าวว่า ให้ทำความรู้จักกันไว้ เพราะนี่คือรัฐมนตรีของเรา จากนั้นเมื่อถึงห้องประชุม บรรดาผู้ร่วมประชุมได้ปรบมือต้อนรับนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ประธาน ส.อ.ท. ได้มอบกระเช้าแสดงความยินดีและอวยพรวันเกิดให้กับนายอนุทินที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวให้การต้อนรับ โดยระบุว่าในนามของสภาอุตสาหกรรมฯ ผมและทีมงานทุกท่านรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มาร่วมหารือกับ ส.อ.ท. ในวันนี้ ซึ่งเมื่อสักครู่ก่อนเข้าห้องประชุม ได้แนะนำผู้บริหาร ส.อ.ท.ให้รู้จักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอแนะนำบางท่านที่ยังเหลืออยู่

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดการประชุมว่า ในวงหารือวันนี้เป็นพี่น้องกันทั้งนั้นรู้จักกันมานาน หลังจากนี้เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต้องขับเคลื่อนให้ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องได้รับการแก้ไข และจะมีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ แต่เราคงไม่ปล่อยเวลาให้เสียประโยชน์ ได้ประสาน กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รัฐบาลกับผู้นำทางเศรษฐกิจต้องไปคู่กัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงในมิติอื่น ๆ เช่น หากเศรษฐกิจดีคุณภาพชีวิตก็จะดี สังคมก็จะมีความสงบสุข

นายอนุทินกล่าวว่า จริง ๆ วันนี้ต้องการมารับฟังข้อกังวลข้อเสนอแนะจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราได้ประชุม ร่างการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เนื่องจากเวลามีจำกัด ซึ่งแม้ยังไม่ได้ทำงานแต่หลังไมค์แล้วทำทุกอย่าง เพราะสไตล์ของพวกเราคือต้องทำงานเร็ว นโยบายของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นนั้นมุ่งเน้น แก้ไขเศรษฐกิจระยะสั้น วางรากฐานเพื่อการต่อยอด ให้มีความมั่นคงต่อไปในระยะยาว ปัญหาเฉพาะหน้า ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะปัญหาของผู้ประกอบการ

แต่ไทย-กัมพูชาก็ต้องมีการค้าขายกันอยู่ แต่ด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาถึงปัจจุบันนี้ เงื่อนไขข้อจำกัดต่าง ๆ การที่เราจะต้องรักษาอธิปไตย เกียรติภูมิของประเทศ การเปิดด่านจะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้นนี้ ซึ่งก่อนจะเกิดสิ่งเหล่านั้นก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่เราเป็นผู้กำหนด เพราะเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ต้องพูดให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความกังวล อย่างไรก็ตามเราต้องใช้ทุกวิธี เช่นการทหาร การทูตและหารือกับฝ่ายกัมพูชา ใช้องคาพยพทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาของ 2 ประเทศ โดยเร็วที่สุด

นายอนุทินกล่าวว่า ในเรื่องของผู้ประกอบการที่อยู่ในโครงการ Thailand Plus One ในส่วนของกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวคิดที่จะต้อง Matching กับเรา โดยเฉพาะ Local Content ที่เราเคยทำกับประเทศเพื่อนบ้านจะต้องลงทุนผลิตในประเทศไทยแทน

ดังนั้น คำว่า Local Content เป็นคำที่พวกเราต้องให้การสนับสนุน และให้ความสำคัญมาก ด้วยการเจรจากับประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเรา ว่าเขามีข้อกำหนดมา ถือว่าประเทศไทยเรา ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่น แต่ยังมีเงื่อนไข โดยเฉพาะพวกแปลงร่าง Local Content ที่กำหนดเงื่อนไขมา ตนมองว่านี่เป็นโอกาสที่ดี ทำให้เราสามารถผลิตสินค้าส่งไปสหรัฐอเมริกาได้

และหากมีปัญหาก็ควรต้องส่งเสริมการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ตนมองว่าเรื่องนี้ไม่แปลก เพราะเมื่อ 20-30 ปีก่อน ที่ไทยเราเริ่มอุตสาหกรรม OEM แต่ครั้งนี้อย่าให้เป็นการรับจ้างทำของ หรือจ้างประกอบ เราต้องเริ่มตั้งแต่ เปิดช่องทางเศรษฐกิจ ถือเป็นโอกาส ให้ไทยขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาได้วางรากฐานเอาไว้ ของการขยายตัวอุตสาหกรรมของประเทศไทย

เรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการชะลอตัว ซึ่งตอนนี้เราต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น เพราะคู่แข่งข้างนอกเกิดมากขึ้น เช่น เวียดนาม และกัมพูชา ก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

นายอนุทินกล่าวอีกว่า บางครั้งต้องยอมรับว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่จะทำให้เห็นว่า จะทำให้เป็นตัวอย่าง ให้เห็นว่าเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาล ที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปได้

“ที่ผ่านมาผมอยู่มา 6 ปี เห็นปัญหาเยอะแยะ ที่สำคัญการหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เอาตรงนี้เสนอขึ้นมา เช่น พรรคนี้คุมกระทรวงอุตสาหกรรม แต่นายกฯเป็นคนละพรรคกัน ก็ไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะกลัวคะแนนตก ไปที่พรรคอื่น ซึ่งขอเรียนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตน เพราะถือคติ คนละพรรคแต่พวกเดียวกันสำคัญกว่า พรรคเดียวกันคนละพวก” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า ผมอยู่ภาคเอกชนมาก่อน มีความเชื่อมั่น ถ้าเศรษฐกิจดี ประเด็นอื่นเป็นเรื่องเล็ก จะบอกว่าคนมีกินมีใช้ หรือมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีด้วยก็ได้ ซึ่งจังหวะนี้ทำให้ผู้ร่วมประชุมหัวเราะขึ้นมา

ผมและทีมงานจะเร่งให้เกิดการวางรากฐาน ให้ได้มากที่สุดด้วยสไตล์การทำงานยึดภาพรวมเป็นหลัก ไม่ยึดภาพตัวเองเป็นหลัก ขอให้มั่นใจอะไรที่ดีต่อส่วนรวมจะใช้อำนาจหน้าที่ ของตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ช่วยผลักดันความคาดหวังของพวกท่านให้เกิดความสำเร็จ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครม. ส.อ.ท. อนุทิน ชาญวีรกูล