นายกฯ บอกมีเวลา 4 เดือน เศรษฐกิจต้องไปข้างหน้า “มีรูมีหนู” ต้องผลักดันเต็มที่ พร้อมแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ยันทำทุกทางให้ไทยเป็นคู่ค้าที่ได้เปรียบ เผยตนเป็นคนใจกว้าง ไม่ปิดกั้นนโยบายคนอื่น ขอให้วินวินทั้งคู่
เมื่อเวลา 11.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมหารือกับสภาหอการค้าไทยว่า ตนและทีมงานได้มาพบกับทางคณะกรรมการสภาหอการค้าไทย เหมือนกับวันที่ตนไปเยี่ยมที่สภาอุตสาหกรรม ถือเป็นความพยายามที่จะไปพบกับภาคเอกชนก่อนที่จะเข้าไปบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อที่จะได้รับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลได้สนับสนุนหรือแก้ไข จะรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อเวลาเข้าไปทำงานจะได้ดำเนินการให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยความรวดเร็ว
ในวันนี้มาพบกับคณะผู้บริหารสภาหอการค้าไทย ซึ่งถือเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการ มีการรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อกังวล สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลได้ดำเนินการ เพื่อทำให้เกิดความคล่องตัว ทั้งด้านการเงิน ภาระหนี้สิน ดอกเบี้ย พลังงาน การส่งออก แรงงาน และโอกาสต่าง ๆ
เมื่อถามว่าหารือแล้วได้จัดเตรียมมาตรการความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่ารับฟังปัญหาต่าง ๆ เรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ แรงงาน ภาษี ขนส่งต่าง ๆ ตนพยายามที่จะทลายข้อจำกัดที่มีอยู่ ไม่จำเป็นไม่ปิดกั้นโอกาส ส่วนรายละเอียดว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะนำสิ่งเหล่านี้ไปหาทางทำให้คล่องตัวขึ้น และแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่
เมื่อถามว่ามอบหมายให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมการทำงานอะไรบ้าง นายอนุทินย้ำว่าทำทุกอย่างให้การค้าคล่องตัวราบรื่น ไม่เสียเปรียบคู่ค้า และเจรจาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะให้เกิดกับประเทศไทยมากที่สุด ราคาพืชผลทางการเกษตร คำว่าพาณิชย์ไม่ใช่เฉพาะค้าขายกับต่างประเทศ แต่การค้าขายในประเทศก็ต้องทำให้มีความคล่องตัวสูงสุด ลดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ ต้องทำควบคู่กันไปทั้งพาณิชย์และคลัง
ทั้งการจัดหาแหล่งเงินทุนเข้ามาอัดฉีด เพื่อให้มีเงินสภาพคล่องที่จะไปดำเนินการต่อ ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยบางทีไปต่อไม่ได้ เพราะหนี้เก่ากลายเป็นหนี้เสีย สินค้าค้างสต๊อก ไม่มีเงินหมุน รัฐบาลต้องขายของให้เขา แต่ต้องเลือกดูด้วยว่าเป็นลูกค้าชั้นดี มีความตั้งใจที่จะผลิตสินค้า ไม่ได้เอาเงินมาหมุนให้ผ่านไปวัน ๆ เมื่อเราดูแลจะนำเงินทุนไปต่อยอดและทำให้เขาค้าขายต่อได้
เมื่อถามว่าในช่วงระยะเวลา 4 เดือนจะเห็นเศรษฐกิจไปทิศทางไหน นายกฯ ย้ำว่า ”ก็คงไม่ถอยหลังครับ“ ตนมีเวลาไม่นาน เป็นสัญญาที่เซ็นไว้คือ 4 เดือนยุบสภา 4 เดือนหลังจากการแถลงนโยบาย และการแถลงนโยบายจะเกิดขึ้นเมื่อทางคณะรัฐมนตรีได้ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว
สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้เตรียมตัวร่างนโยบายที่รัฐบาลจะแถลงต่อรัฐสภาให้เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังคงมีแก้ไขบางส่วนเล็กน้อย เหลือเพียงกระบวนการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องรอให้ทุกอย่างเป็นไปตามนั้น จึงดำเนินการเข้าบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มตัว 
เมื่อถามว่าเศรษฐกิจอย่างไรที่จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นายอนุทินกล่าวว่า ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต้องพยายามอย่างเต็มที่
”ผมเองใจกว้าง ไม่คิดหรอกครับถ้าผลักดันนโยบายนี้ออกไปจะเป็นนโยบายที่ผมไม่ได้คิดเอง อาจจะเป็นนโยบายของพรรคอื่น กลุ่มอื่น คนอื่น แต่ของผม ผมคิดอย่างเดียว ถ้าเกิดประโยชน์กับประเทศกับประชาชน เวลามีอยู่แค่นี้มัวแต่ไปคิดว่ากลัวใครดีเด่นดังหรือได้เครดิต ถ้าทุกคนได้เครดิตไปเลยครับ ถ้าสำเร็จคนที่คิดโครงการนั้นก็ได้ ผมในฐานะผู้ผลักดันก็ได้ วินวินทั้งคู่ สิ่งที่สุดคือทุกคนต้องวิน ไม่ใช่คนหนึ่งชนะคนหนึ่งแพ้ ก็นำไปสู่ความขัดแย้ง ดึงซึ่งกันและกัน วินวินทั้งคู่ไม่ต้องสนใจใครจะได้เครดิต แต่ประชาชนได้ ผมไปหมด มีรูมีหนู” นายอนุทินกล่าว