Skip to content

นายกฯ ชี้ยังไม่ชัดบัตร 4 ใบเลือกตั้ง ปม MOU 43-44 ลั่น “ถ้าถามผม ผมยกเลิกแน่”

30 ก.ย. 2568 | 09:53น.
นายกฯ ชี้ยังไม่ชัดบัตร 4 ใบเลือกตั้ง ปม MOU 43-44 ลั่น “ถ้าถามผม ผมยกเลิกแน่”

นายกฯ ชี้ยังไม่ชัดใช้บัตร 4 ใบในการเลือกตั้งครั้งหน้า รอ กมธ.ศึกษา MOU 43-44 ให้ความเห็น ลั่น “ถ้าถามผม ผมยกเลิกแน่” ชี้ 20 ปี ตกลงกันไม่ได้จะเก็บไว้ทำไม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุเตรียมทำประชามติในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า โดยใช้บัตร 4 ใบ (บัตรเลือก สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ ประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ และประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา) ว่ารัฐบาลจะทำความเข้าใจประชาชนอย่างไร ว่าเรื่องนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบ

ก่อนหน้านี้เคยมีการทำประชามติหลายครั้งแล้ว ทางรัฐบาลจะประสานงาน และหาความร่วมมือกับทุกฝ่าย อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระทรวงมหาดไทยที่จะเร่งทำความเข้าใจ และความคุ้นเคยให้กับประชาชนเพื่อใช้สิทธิให้ถูกต้องตามบัตรลงคะแนน

ส่วนที่เกรงว่าประชาชนจะเกิดความสับสนเนื่องจากมีบัตรเลือกตั้งหลายใบในคราวเดียว นายกฯ กล่าวว่าเป็นการคาดการณ์ของนายบวรศักดิ์ เพราะการลงคะแนนต้องใช้งบประมาณ 5-6 พันล้านบาทต่อครั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ที่สำคัญเราต้องไม่ดูถูกภูมิปัญญาของประชาชนที่จะสามารถทำความเข้าใจได้ จากการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ว่าจะต้องลงคะแนนอย่างไร

เมื่อถามว่า MOU ไทย-กัมพูชา ที่จะนำมาลงประชามติจะเป็นฉบับปี 43 หรือ 44 นายกฯ กล่าวว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การวิสามัญศึกษา MOU 2543-2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา สภาผู้แทนราษฎรกำลังศึกษาอยู่ก็ต้องรอผล หากผลออกมามีความชัดเจนว่าไม่ต้องศึกษา ก็อาจจะยกเลิกได้เลยโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอำนาจอยู่ที่ ครม. เพียงแต่เราต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม

พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นการโยนภาระให้ประชาชน แต่เป็นการให้เกียรติมากกว่า เรื่องอะไรที่มีความแตกต่างทางความคิด และเป็นความสนใจเกี่ยวข้องกับอธิปไตยความมั่นคงของประเทศ ซึ่งทอดยาวมานานก็เลยอยากถามประชาชน

“ผมขอย้ำว่า หากผลการศึกษาออกมาแล้วชัดเจนว่าไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย หรืออะไรที่ประเทศไทยได้เปรียบกัมพูชา เราก็เว้นไว้ เราเลือกประเทศไทยก่อน ดังนั้น ถ้าหากชัดเจนก็อาจจะเลิกเลยก็ได้ และขอย้ำอีกครั้งว่านี่เป็นการให้เกียรติประชาชน ถ้าถามผม ผมทำเองผมเลิกไปแล้ว” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวด้วยว่า คำว่า MOU คือ Memorandum of Understanding ถ้า MOU ทั่วไปเขาจะเขียนว่าภายใน 2 ปี หากไม่บรรลุวัตถุประสงค์ก็ต้องถือว่าเป็นอันสิ้นสุด ดังนั้น ตนต้องดูบริบทใน MOU 43-44 ว่ามีการกำหนดให้มีการสิ้นสุดไปของ MOU นี้หรือไม่ อย่างไร หากไม่มีการกำหนดเลย ตนก็จะบอกว่าทำไม 20 ปี ยังไม่มีความเข้าใจ ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ แล้วจะเก็บไว้ทำไมถ้าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ จึงขอย้ำว่า ถ้าประเทศไทยได้ประโยชน์ก็จะเก็บ แต่ถ้าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ก็จะเลิก

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน คือ MOA ตรงนี้ผูกพันเบี้ยวไม่ได้ 4 เดือนต้องยุบสภา แต่ MOU เมื่อเกิดความไม่เข้าใจกันเมื่อไหร่ก็ต้องเลิก นี่คือบริบทของตน แต่ก็มีคนพยายามไปตีความว่าจะต้องเลิกทั้งสองฝ่าย ซึ่งตนมองว่าแบบนั้นต้องเป็นสัญญา อย่างไรก็ตาม คงต้องฟัง และถามผู้รู้ทางกฎหมาย

เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงให้ข้อมูลว่าเห็นควรจะต้องยกเลิก MOU หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “เป็นเรื่องของ ครม. ถ้าจะตัดสินใจก็ต้องตัดสินใจโดย ครม.”

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ากรณีจำนวนบัตรเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน ว่าจะมีการทำประชามติเรื่องยกเลิก MOU ด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ต้องรอกรรมาธิการ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

MOU อนุทิน ชาญวีรกูล