เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
World สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
Finance ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
News กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
Finance SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
World ‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
Real Estate LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
โตโยต้า ครองแชมป์ขายรถ ครึ่งปีแรก ขาย 5.39 ล้านคันทั่วโลก
Automotive โตโยต้า ครองแชมป์ขายรถ ครึ่งปีแรก ขาย 5.39 ล้านคันทั่วโลก
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
TK Park ผนึกพลังเครือข่ายทั่วประเทศร่วมออกแบบ “พื้นที่เรียนรู้แห่งอนาคต”
Biz Movement TK Park ผนึกพลังเครือข่ายทั่วประเทศร่วมออกแบบ “พื้นที่เรียนรู้แห่งอนาคต”
ดูทั้งหมด

จิราพร ชี้ รัฐบาลอนุทินตั้งตามคำผู้นำเพื่อนบ้าน ห่วงนายกฯเป็นผู้ต้องหา ข้าราชการไม่อยากยุ่ง

30 ก.ย. 2568 | 11:40น.
จิราพร สินธุไพร

จิราพรตั้งข้อสังเกตรัฐบาลอนุทินเกิดท่ามกลางสถานการณ์ผิดปกติ ตามคำประกาศประเทศเพื่อนบ้านราวจับวาง เชื่อ 4 เดือนภูมิใจไทยเร่งสะสม สส. เย้ยรัฐบาลเกิดจาก MOA แต่ทำตาม MOA น้อยสุด ต้องโดนซักฟอก ติง MOA คืนชีพฝ่ายอนุรักษนิยมและอำนาจพิเศษเต็มรูปแบบ

ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญเป็นวันที่ 2 โดยเริ่มในเวลา 09.00 น.

น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่ารัฐบาลที่นำการแถลงโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นรัฐบาลพิเศษ เกิดท่ามกลางสถานการณ์ที่ผิดปกติ และจัดตั้งรัฐบาลด้วยวิธีพิสดาร ที่บอกว่าเกิดจากสถานการณ์ผิดปกติ เพราะหลังจากที่พรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 18 มิ.ย. ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ต่อมาในวันที่ 24 มิ.ย. ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านได้ประกาศว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนนายกฯ ในอีกสามเดือน คำประกาศของประเทศเพื่อนบ้านเพียงหนึ่งอาทิตย์ในวันที่ 1 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ในขณะนั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และในที่สุดวันที่ 29 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกฯ จนตอนนี้เกิดรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่นำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

น.ส.จิราพรอภิปรายว่า นับเวลาดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยเรามีรัฐบาลใหม่ใน 3 เดือนตามที่ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านประกาศไว้จริง ๆ เป็นความน่าอัศจรรย์ว่าความเคลื่อนไหวของผู้นำประเทศเพื่อนบ้านสอดคล้อง สอดประสานกับการตั้งรัฐบาลในประเทศไทยพอดีดิบพอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ เป๊ะราวกับว่าจับวาง นอกจากนี้ ในระหว่างการเปลี่ยนรัฐบาลจนถึงวันตั้งรัฐบาล

เราจะพบว่ามีข่าวลือ มีความลึกลับเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลมากมาย แม้แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคยังบอกว่าพูดไม่ได้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าแท้จริงแล้ว MOA ที่ทำให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยภาคพิสดารนี้ อาจเป็นเพียงแค่ข้อตกลงฉากหน้า แต่แท้จริงแล้วฉากหลังมีข้อตกลงที่ไม่ได้ระบุไว้ใน MOA อีกหรือไม่ เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนคาใจว่าข้อตกลงเหล่านั้นคืออะไร หรือมีเบื้องหลังใน MOA อย่างไร

น.ส.จิราพรอภิปรายต่อว่า พรรคฝ่ายค้านที่ร่วมทำข้อตกลงนี้ หวังว่าจะใช้ MOA บังคับรัฐบาลให้ทำตามข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ แต่ในความเป็นจริงแม้ว่ารัฐบาลนี้เกิดจาก MOA แต่ปรากฏว่ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทยคลอดออกมามีชีวิตขึ้นได้ ก็เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์ทำลายข้อตกลง MOA นี้ทันที

โดยในข้อที่สี่ที่ห้ามรัฐบาลแปลงร่างเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่ข้อตกลงนี้ก็ถูกฉีกวันแรกตั้งแต่วันที่โหวตเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ ด้วยคะแนนที่โหวต 311 เสียง และเมื่อไม่นานมานี้ปรากฏภาพและคำสัมภาษณ์จากกลุ่ม สส.ซึ่งแสดงท่าทีชัดเจนว่าเตรียมย้ายเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย

ตนมีความเชื่อส่วนตัวว่า ในระยะเวลาสี่เดือนก่อนการยุบสภา พรรคภูมิใจไทยจะเร่งเครื่องเพิ่มจำนวน สส.อีก หากเกิดจริงแบบนี้รัฐบาลย่อมขยับเข้าใกล้เสียงข้างมากเข้าไปทุกที เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ท่านผู้นำฝ่ายค้านอภิปรายเน้นย้ำกับท่านนายกฯ ว่าอยากให้ท่านนายกฯ เคารพข้อตกลงที่ทำไว้กับพรรคประชาชน แต่การที่พรรคภูมิใจไทยมีท่าทีและเจตนาอย่างโจ่งแจ้งในการสะสมกำลังคนแบบนี้ เท่ากับว่ากำลังจงใจฉีกข้อตกลง MOA แบบไม่เกรงใจท่านผู้นำฝ่ายค้านเลย

น.ส.จิราพรอภิปรายว่า ในเมื่อรัฐบาลและนโยบายนี้เกิดจาก MOA แต่รัฐบาลไม่เคารพ MOA ที่ตกลงไว้ แล้วเราจะเชื่อ จะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลนี้จะทำภารกิจในสี่เดือน และทำตาม MOA และจะทำนโยบายที่แถลงไว้สำเร็จได้จริง หากไปศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะพบว่าในอดีตเคยมีนายกฯ และรัฐบาลเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเตรียมการยุบสภาโดยเฉพาะ นั่นคือรัฐบาลของนายอานันท์ ปันยารชุน ที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตทางการเมืองหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

แต่ถ้าเราไปดูในรายละเอียดคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอานันท์ ที่แถลงวันที่ 12 มิ.ย. 35 จะเห็นคำแถลงของรัฐบาลที่เตรียมขึ้นมาจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่นั้น มีความยาวเพียงแค่หนึ่งหน้ากระดาษ ระบุชัดเจนว่าเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อคืนอำนาจธิปไตยให้กับประชาชน ทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยสามารถพัฒนาต่อเนื่องได้ ซึ่งในคำแถลงนโยบายครั้งนั้นก็อาจจะมีการระบุนโยบายในการแก้ปัญหาสำคัญอยู่บางประการ ซึ่งเป็นงานเฉพาะหน้าที่ต้องทำในห้วงการเป็นรัฐบาลระยะเวลาอันสั้น

นี่คือการแถลงที่ไม่ได้มีข้อตกลงกับพรรคการเมืองใด แต่สร้างภารกิจผ่านการแถลงอย่างตรงไปตรงมา และรัฐบาลของนายอานันท์ได้ทำตามสิ่งที่แถลงไว้ คือการยุบสภาในระยะเวลาอันรวดเร็ว เปิดทางให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ทำให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เกิดพัฒนาการทางการเมืองที่ปูทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่เป็นประชาธิปไตยในที่สุด

น.ส.จิราพรอภิปรายต่อว่า ในขณะที่รัฐบาลนายอนุทินมีสถานะที่มีข้อตกลงกับพรรคฝ่ายค้านกันผ่านการทำ MOA ซึ่งจริง ๆ แล้วสิ่งที่นายอนุทินควรแถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ คือการเอา MOA มาบรรจุในคำแถลงนโยบาย และนำมาอ่านทีละข้อ พร้อมอธิบายว่าจะทำตามข้อตกลงนั้นให้สำเร็จภายในสี่เดือนได้อย่างไร เพราะว่าการที่ท่านนายกฯ มาอ่านนโยบายเจ็ดหน้า พร้อมกับมีนโยบายเยอะแยะเต็มไปหมด แสดงว่าท่านนายกฯ ไม่ได้ฟังสิ่งที่ผู้นำฝ่ายค้านทำข้อตกลงกับท่านไว้เลย ท่านผู้นำฝ่ายค้านบอกว่าไม่ได้เลือกท่านมาบริหาร แต่เลือกมาทำตาม MOA แล้วยุบสภา MOA ไม่มีผลผูกพันกับรัฐสภา

แต่เมื่อดูสถานะทางการเมืองแล้ว MOA มีสถานะที่มีน้ำหนัก และมีผลต่อรัฐบาลชุดนี้มากกว่านโยบายที่นายอนุทินอ่านให้เราฟังเสียอีก และเป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลนี้เกิดจาก MOA แต่ปรากฏว่าคนที่พูด MOA น้อยที่สุดกลับเป็นรัฐบาลเสียเอง แม้แต่วันแถลงนโยบายซึ่งเป็นวันที่สำคัญที่สุด ท่านก็ไม่พูดถึง ถ้าดิฉันเป็นพรรคที่โหวตให้ท่านเป็นนายกฯ ดิฉันคิดว่าการทำแบบนี้ต้องถึงขั้นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว

“สิ่งที่ประชาชนอยากฟัง ไม่น่าจะใช่นโยบายที่ท่านนายกฯ อ่าน เพราะเวลาจำกัดไว้เพียงแค่สี่เดือน ไม่ใช่เวลาที่เราจะสามารถทำอะไรได้มากมาย ตนคิดว่าสิ่งที่คนอยากฟังคือนโยบายที่ท่านนายกฯ ไม่ได้อ่าน คือคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและพัวพันกับท่านนายกฯ และรัฐมนตรีบางท่าน เช่น คดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง รัฐบาลจะเอาอย่างไร ประชาชนหวาดระแวงสงสัย กลัวว่าท่านนายกฯ จะเข้ามายุบคดีก่อนที่จะยุบสภา ความจริงแล้วก่อนที่จะมาแถลงนโยบาย ท่านนายกฯ ได้แถลงข่าวยืนยันกับประชาชนว่าคดีเหล่านี้ท่านไม่ได้ทำ แต่ท่านถูกกลั่นแกล้ง

ท่านนายกฯ ที่เป็นผู้ต้องหาของคณะกรรมการการเลือกตั้งและดีเอสไอยืนยันว่าถูกกลั่นแกล้ง แบบนี้ยิ่งเท่ากับว่าเป็นการแถลงนโยบายกับข้าราชการแล้วว่าถ้าใครทำคดีฮั้ว สว. ใครทำคดีเขากระโดงต่อ เท่ากับเป็นการกลั่นแกล้งท่านนายกฯ หรือไม่ แบบนี้ข้าราชการนั่งตัวแข็งหมด ไม่กล้าทำ ดังนั้น ท่านนายกฯ ที่เพิ่งแถลงนโยบายในหน้าที่หนึ่ง ว่ายึดมั่นในหลักนิติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม

ท่านกล้าให้คำมั่นสัญญากับรัฐสภาแห่งนี้ว่าจะไม่กลั่นแกล้ง หรือโยกย้ายข้าราชการผู้เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ทำคดีเหล่านี้ และจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใด ๆ ซึ่งท่านยังไม่เคยลุกขึ้นมายืนยันว่าท่านนายกฯ จะรับปากกับรัฐสภาแห่งนี้ได้หรือไม่” น.ส.จิราพรระบุ

น.ส.จิราพรอภิปรายอีกว่า ถ้าเราไปดูในรายละเอียดของ MOA ภารกิจที่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องที่ใหญ่ที่สุดใน MOA กลายเป็นเรื่องที่เล็กที่สุดใน MOA เมื่อไปดูเนื้อหานโยบายเจ็ดหน้ากระดาษ พูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเพียงสามบรรทัดเศษเท่านั้น รายละเอียดน้อยกว่าที่เขียนไว้ใน MOA อีก นี่ขนาดแถลงนโยบายก็เห็นความจริงใจของรัฐบาลที่จะทำตาม MOA ที่ตกลงกันไว้แล้ว นโยบายความยาวเจ็ดหน้ากระดาษที่ท่านแถลงควรต้องบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยละเอียด ท่านต้องบอกทีละข้อว่าจะแก้ให้สำเร็จตามที่ตกลงใน MOA ไว้อย่างไร

นอกจากนี้ MOA ใช้ตั้งรัฐบาลชุดนี้ ยังทำให้เกิดความจริงทางการเมืองที่ว่ากลไกของระบบรัฐสภา กลไกการตรวจสอบ กลไกการถ่วงดุลอำนาจ ได้ถูกทำให้อ่อนแอลงไปหมด MOA นี้ทำให้ฝ่ายค้านตั้งคำถามกับฝ่ายค้านด้วยกันเอง ทำให้ฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของฝ่ายค้านด้วยกันเอง และ MOA นี้ทำให้ฝ่ายค้านบางพรรคไม่สามารถอยู่แบบไร้ตัวตนได้ ต้องมาอยู่แบบมีตัวตน แต่ไร้จุดยืนหรือไม่ เนื่องจากมีฝ่ายค้านส่วนหนึ่งยกมือตั้งนายกฯ และต้องเป็นองค์ประชุมให้กับรัฐบาล

น.ส.จิราพรอภิปรายว่า MOA นี้ทำให้การถ่วงดุลอำนาจมีปัญหา มีคนบอกว่ารัฐบาลกับสภาสูงเป็นสีเดียวกัน ทำให้มีการเชื่อมโยงอำนาจบริหารกับองค์กรอิสระผ่านกลไกของ สว. ดังนั้น ความจริงทางการเมืองเหล่านี้ทำให้เราไม่เห็นความเป็นไปได้ที่จะสร้างประชาธิปไตยด้วยการทำลายระบบรัฐสภา ทำลายระบบตรวจสอบ และทำลายการถ่วงดุลอำนาจ ตนขอถามท่านนายกฯ ว่าตอนที่ท่านไปเซ็น MOA ที่สภาวันที่ 3 ก.ย. เมื่อท่านมาอ่านคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ท่านไม่รู้สึกหรือว่ามันขัดกัน ท่านเชื่อในสิ่งที่ท่านแถลงไปหรือไม่ว่าจะทำได้จริง

ถ้าท่านเชื่อว่านโยบายที่แถลงไปจะนำไปสู่ความสำเร็จตาม MOA ถ้าท่านเชื่อเช่นนั้นท่านต้องทำให้พวกเราเชื่อด้วย เริ่มต้นด้วยวันนี้ขอให้ท่านนายกฯ ลุกขึ้นมายืนพูดกับสมาชิกวุฒิสภาในสภาแห่งนี้ ชวนท่าน สว.กลางสภาเลยว่าให้มาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เปิดทางให้มีการทำประชามติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องการสร้างหลักประกันที่ทำให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าการทำ MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยได้จริง ก็ควรทำสัตยาบันร่วมกันระหว่างท่านนายกฯ ผู้นำฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การทำประชามติ และยุบสภา แบบนี้คนถึงเชื่อว่ารัฐบาลจะทำตามที่ตกลงกันไว้ และทำสำเร็จได้จริงตาม MOA

“วันนี้เราไม่อาจรู้ว่า MOA จะสร้างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยได้จริงหรือไม่ แต่ MOA ฉบับนี้ทำให้เกิดรัฐบาลที่กลุ่มอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเป็นรองก็เพียงแค่รัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร รัฐบาลนี้ขาดอย่างเดียวคือมาตรา 44 ที่เหลือมีครบทุกอย่าง ถ้าเกิดกลุ่มอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแบบนี้ เท่ากับว่าในอนาคตแม้มีการเปลี่ยนรัฐบาลไป แต่ประเทศไทยต้องอยู่กับระบอบสีน้ำเงินไปอีกนับ 10 ปี” น.ส.จิราพรระบุ

น.ส.จิราพรอภิปรายว่า การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยด้วย MOA ด้วยวิธีพิสดาร แปลกประหลาด ถือเป็นการชุบชีวิตพรรคสีน้ำเงินและฝ่ายอนุรักษนิยมให้มีอาวุธครบมือ ตนจึงเห็นว่าการทำ MOA ไม่ได้ทำให้ประเทศเดินเข้าใกล้ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูประชาธิปไตยเลย แต่เป็นการฟื้นฟูคืนชีพ ฟื้นคืนชีพของฝ่ายอนุรักษนิยม และอำนาจพิเศษอย่างเต็มรูปแบบ

ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะทำให้สี่เดือนต่อจากนี้เป็นสี่เดือนแห่งการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เราจะใช้ทุกองคาพยพที่มี กลไกของรัฐสภาในการติดตาม ตรวจสอบ ถ่วงดุลรัฐบาลอย่างเต็มที่ ไม่เว้นแม้แต่การตรวจสอบองค์ประชุมที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือตามกลไกรัฐสภาในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

สุดท้ายนี้ท่านนายกฯ ให้คำมั่นสัญญาต่อรัฐสภาว่า จะยุบสภาในช่วงปลายเดือน ม.ค. 69 ตนเชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้อยากอยู่แค่สี่เดือน แต่มีเป้าหมายที่วางแผนจะอยู่ต่ออีกสี่ปี แต่ก่อนที่ท่านนายกฯ จะยุบสภา พรรคเพื่อไทยจะทำให้พี่น้องประชาชนเห็นว่ารัฐบาลแบบนี้สมควรที่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อในอีกสี่ปีข้างหน้าหรือไม่