นายกฯ จ่อลุย สุรินทร์-บุรีรัมย์ 3-4 ต.ค. ตรวจสถานการณ์-เยียวยาชายแดน
นายกฯ นำคณะลุย สุรินทร์-บุรีรัมย์ 3-4 ต.ค. เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา-เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ วันที่ 3-4 ต.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และติดตามการเยียวยาและการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
พร้อมกับเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ร่วมคณะ
นายสิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับกำหนดการลงพื้นที่ นายกฯและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) วันที่ 3 ต.ค. เวลา 10.00 น. ไปท่าอากาศยานบุรีรัมย์ เพื่อรับฟังบรรยายสถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ที่ห้องประชุมเหมะบุตร กองกำลังสุรนารี อ.เมืองสุรินทร์
จากนั้นเวลา 12.40 น. นายกฯ และคณะตรวจภูมิประเทศและเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ฐานปฏิบัติการสามแยก อ.พนมดงรัก และในช่วงบ่ายจะตรวจติดตามการเยียวยาและการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และพบปะประชาชน หัวหน้าส่วน นายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และกำนันในพื้นที่ที่โดมโรงเรียนพนมดงรักวิทยา
นายสิริพงศ์กล่าวว่า ส่วนกำหนดการวันที่ 4 ต.ค. นายกฯ จะพบประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชน พร้อมมอบนโยบายแนวทางการเยียวยาและการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ห้องประชุมเทศบาลตลาดนิคมปราสาท อ.บ้านกรวด และเดินทางกลับหลังจบภารกิจ
“การเดินทางไปตรวจราชการ จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ เป็นการตรวจติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั่วประเทศ ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างเต็มกำลัง
โดยเน้นการทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง เพื่อให้การดำเนินการเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ขณะเดียวกันก็เร่งสร้างความมั่นคงและฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้ชายแดนไทยกลับคืนสู่ความสงบและมั่นคงโดยเร็ว”