Skip to content

ครม.ไฟเขียว “คนละครึ่งพลัส” ปักเรือธง กระตุ้นเศรษฐกิจ ฉุดจีดีพีไตรมาส 4

07 ต.ค. 2568 | 14:28น.
ครม.ไฟเขียว “คนละครึ่งพลัส” ปักเรือธง กระตุ้นเศรษฐกิจ ฉุดจีดีพีไตรมาส 4

ครม.ไฟเขียว “คนละครึ่งพลัส” ปักเรือธง กระตุ้นเศรษฐกิจ ฉุดจีดีพีไตรมาส 4-เพิ่มออปชั่น ใช้ซื้อดีลิเวอรี่ฟู้ด เปิดให้ร้านค้าเริ่มลงทะเบียนวันที่ 15 ต.ค. 68 ประชาชนทั่วไป 20-26 ต.ค. และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. ถึง ธ.ค. 68 เช็กรายละเอียด ขั้นตอนการติดตั้งและใช้งานแอปเป๋าตังได้ที่นี่  

วันที่ 7 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ร่วมแถลงโครงการคนละครึ่งพลัส

นายเอกนิติกล่าวว่า ครม.เห็นชอบให้ดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นความเร่งด่วนเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ ที่จะเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้ประชาชน มีกำลังจ่ายในชีวิตประจำวันในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพื่อต่อสู้กับภัยเศรษฐกิจ ในไตรมาส 4 ที่มีแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะติดลบและชะลอตัวลง โครงการนี้จึงเป็นเรือธงที่เสริมจากโครงการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ ครม.อนุมัติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อฟื้นเศรษฐกิจให้กระจายตัวและได้ผลในระยะยาว

นายเอกนิติกล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัส จะกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและกระจายตัว โดยจะให้สิทธิกับประชาชน 20 ล้านสิทธิ ซึ่งรัฐบาลจะสมทบเงินครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะช่วยฝั่งร้านค้ารายเล็กรายย่อย เพิ่มยอดรายได้จากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน

รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว โดยประชาชนในระบบภาษีจะได้เงิน 2,400 บาท นอกจากนั้น คือ เพิ่มทักษะให้กับพ่อค้าแม่ค้า โดยใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การค้าขายและลดรายจ่าย โดยนำเทคโนโลยีที่จะมีโครงการเรียนรู้เข้ามาช่วยร้านค้า

“รัฐบาลมุ่งเน้นโครงการนี้จะเป็นเครื่องจักรช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ไม่ให้ติดลบ ซึ่งโครงการนี้ จะแตกต่างจากของเดิม ที่กำหนดช่วงอายุของผู้ที่สามารถใช้สิทธิได้คือ 18 ปีบริบูรณ์ แต่ครั้งนี้กำหนดให้ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป เพราะคนรุ่นใหม่มีกำลังซื้อและสามารถค้าขายออนไลน์ได้ จึงมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ นอกจากนั้นจะเพิ่มเงินสมทบของรัฐต่อวัน จากเดิม 150 บาทเป็น 200 บาทต่อวัน เพื่อเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น

และยังเพิ่มวงเงินสิทธิของผู้ที่อยู่ในระบบภาษีเป็น 2,400 บาทเมื่อเทียบกับสิทธิ ให้กับประชาชนทั่วไป 2,000 บาท โดยจะเริ่มใช้ได้ในวันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค.นี้ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนแล้วและยังไม่ได้ใช้สิทธิ จะต้องเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย.นี้”

รมว.คลังกล่าวว่า นอกจากนั้นยังเพิ่มให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งมีรายได้ต่อปีที่เป็นร้านไมโครเอสเอ็มอี สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ รวมถึงวิสาหกิจชุมชน และเพิ่มทักษะความรู้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเรียนรู้ทักษะใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาขยายธุรกิจ สร้างเศรษฐกิจให้แข็งแรงจากล่างขึ้นบน ทั้งหมดนี้เป็นไปตามแนวคิด ”ควิก บิ๊ก วิน“ โดยทำให้เร็ว ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตังและถุงเงิน ซึ่งทุกคนมีและคุ้นเคยอยู่แล้ว สามารถนำมาใช้ได้และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทันที

นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับแหล่งเงินงบประมาณ จะใช้งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นงบประมาณเดิมของปี 2569 วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท และงบฯกลาง รายจ่ายสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น 1.9 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 44,000 ล้านบาท

ซึ่งจะเป็นครึ่งหนึ่งในส่วนของรัฐบาล รวมกับครึ่งหนึ่งของประชาชน จะเป็น 88,000 ล้านบาท และเมื่อรวมกับเงินที่เติมเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมกัน 1 แสนล้านบาท จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 0.3 ถึง 0.4% ของจีดีพี เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยติดลบ เป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และร้านค้าขนาดเล็กจะได้ประโยชน์ และสามารถซื้อสินค้าทางฟู้ดดีลิเวอรี่ได้

คนละครึ่งพลัส รัฐบาลแถลงโครงการคนละครึ่งพลัส เอกนิติ สิริพงศ์ วรภัค
(เครดิตภาพ ศูนย์ภาพเครือมติชน)

สำหรับรายละเอียด ดังนี้ มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.-31 ธ.ค. โดยเปิดรับลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.-19 ธ.ค.นี้ หรือระยะเวลาตามที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนด สำหรับการเปิดรับลงทะเบียนประชาชนตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.-ถึงวันที่ 26 ต.ค.นี้ เวลา 06.00-22.00 น.

ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. เวลา 06.00-23.00 น. โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.-31 ธ.ค. เวลา 06.00-21.00 น.

นายเอกนิติกล่าวอีกว่า สำหรับแหล่งเงินงบประมาณ เราใช้จากงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ จากงบประมาณ 2.5 หมื่นล้าน จากงบประมาณ 2569 และงบฯกลาง 1.9 หมื่นล้าน รวมเป็น 4.4 หมื่นล้าน ตรงนี้จะเป็นครึ่งของรัฐบาล รวมกับอีกครึ่งหนึ่งของประชาชนที่ใช้จ่าย จะมีงบฯรวม 8.8 หมื่นล้าน และรวมกับงบประมาณที่เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.2 หมื่นล้าน ทั้งหมด เม็ดเงินทั้งหมดรวมกันแสนล้าน จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.3-0.4% ของจีดีพี

อย่างน้อยไตรมาส 4 คิดว่า จากเดิมถ้าติดหล่มจีดีพีจะอยู่ที่ 0.3% ถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งพลัส จะทำให้จีดีพีขยับขึ้นมา 0.6% แต่จะมีมาตรการอื่นที่ตามมา พยายามให้ออกทุกสัปดาห์ จะช่วยให้ไตรมาส 4 ไม่น่าจะต่ำกว่า 1% มั่นใจเศรษฐกิจไม่ติดหล่มแน่นอน

“อยากให้มั่นใจว่าโครงการคนละครึ่งพลัส จะกระจายให้เกิดความคึกคักให้กับเศรษฐกิจไทย เพิ่มกำลังจับจ่ายใช้สอย เพิ่มรายจ่ายให้กับประชาชน เพิ่มรายได้ให้พ่อค้าแม่ค้า และโครงการนี้จะช่วยเพิ่มกำลังใจให้กับประชาชนในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งรัฐบาลยังมีอีกหลายนโยบายเรือธง ช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นจากหล่มในไตรมาส 4 และยืนยันว่ารัฐบาลคำนึงถึงวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด” นายเอกนิติกล่าว

ด้านนายลวรณกล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัสนั้น ให้สิทธิประชาชน 20 ล้านสิทธิ และให้สิทธิร้านค้ารายย่อยประเภท Micro SMEs เข้าร่วมโครงการอีก 1 แสนราย จากเดิมที่มีร้านค้าอยู่ในระบบ 1.4 ล้านราย รวมเป็น 1.5 ล้านราย ที่น่าจะเข้าร่วมโครงการ ส่วนกรณีที่ร้านค้ากังวลว่าจะมีการเก็บภาษีย้อนหลังนั้น ยืนยันว่า จะไม่มีการนำรายได้จากโครงการนี้เข้าสู่ระบบภาษีแน่นอน

ขณะที่นายผยงกล่าวว่า การรองรับของระบบคนละครึ่งมีเสถียรภาพมาก รองรับได้ 100,000 Transaction/วินาที จากแต่ก่อน 50,000 Transaction/วินาที ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ของโครงการคนละครึ่ง ยืนยันว่าระบบมีเสถียรภาพสูงมาก

“คนละครึ่งพลัส” ไทม์ไลน์

สำหรับกำหนดการลงทะเบียนและเริ่มใช้สิทธิของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” มีดังนี้

  • วันที่ 15 ต.ค. 2568

เปิดลงทะเบียนร้านค้าจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ โดยจะมีการเพิ่มกลุ่มร้านค้านิติบุคคลที่เป็น Micro SMEs ที่อยู่ในระบบ และมีรายได้ต่ำกว่า 30 ล้านบาทต่อปี

  • วันที่ 20-26 ต.ค. 2568

-ประชาชนทั่วไปราว 20 ล้านคน ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยระบบจะมีการตรวจสอบผู้ที่อยู่ในระบบภาษี

-สำหรับผู้ใช้เก่าที่เคยลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งก่อนหน้านี้ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงยืนยันสิทธิผ่านแอปเป๋าตังในช่วงวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 โดยเปิดแอปเป๋าตัง เข้าสู่ G-Wallet และกดยืนยันสิทธิ

  • วันที่ 29 ต.ค. 2568

เริ่มใช้จ่ายเงินจนถึงเดือนธันวาคม 2568 ระยะเวลา 2 เดือน

คนละครึ่งพลัส การลงทะเบียนโครงการ

กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส”

1.ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  • ได้สิทธิแบบพิเศษ รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% (60 : 40)
  • จำนวนสิทธิประมาณ 11 ล้านคน
  • จะได้เงินคนละ 2,400 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท

2.ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี

  • ได้รับสิทธิในรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่าย 50% (50 : 50)
  • จำนวนสิทธิประมาณ 9 ล้านคน
  • จะได้เงินคนละ 2,000 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่

  • เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com (รอเปิดใช้งาน)
  • แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” (ต้องผูกกับ G-Wallet และเติมเงินก่อนใช้งาน)

ขั้นตอนติดตั้งและใช้งานแอป “เป๋าตัง”

1.ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play (รองรับ Android 9.0+ และ iOS 15.0+)

2.ค้นหาแอป “เป๋าตัง” แล้วกด “ติดตั้ง”

3.เปิดแอปและยินยอมการจัดการข้อมูล

4.เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปบัตร กรอกเบอร์มือถือรับรหัส OTP

5.ยืนยันตัวตนได้ 2 วิธี

  • Krungthai NEXT : เข้าสู่ระบบ กรอกรหัส รับ OTP ตั้ง PIN
  • สแกนใบหน้า : สแกนหน้า ตั้ง PIN เปิดใช้งาน Face/Touch ID

6.ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จจะแสดงการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ

คนละครึ่งพลัส ร้านค้าลงทะเบียน