Skip to content

ตรีนุช จ่อถก ครม.หาทางแก้หลังชะลอต่อใบอนุญาต ‘แรงงานกัมพูชา’

11 พ.ย. 2568 | 10:10น.
ตรีนุช จ่อถก ครม.หาทางแก้หลังชะลอต่อใบอนุญาต ‘แรงงานกัมพูชา’

ตรีนุชเตรียมเสนอ ครม. หาแนวทางจัดการ ‘แรงงานกัมพูชา’ หมดอายุ หลังนายกฯชะลอผ่อนผัน บอกทบทวนต้องผลักดันหรือไม่ เล็งต่ออายุแรงงานเพื่อนบ้านทดแทน ชี้ภาคเกษตรอาจได้รับผลกระทบ

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดการแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย ภายหลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิดจนขาขาดอีกครั้ง ว่าขณะนี้เรื่องแรงงานอาจได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในภาคการเกษตร ไทยพยายามหาแรงงานมาทดแทนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นจากเมียนมา สปป.ลาว หรือเวียดนาม โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้จะมีการเสนอให้ที่ประชุมรับทราบแนวทางด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยขณะนี้จะดำเนินการอย่างไร จะผลักดันออกนอกประเทศหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง จึงต้องหารือใน ครม.

แต่ยืนยันว่า สำหรับแรงงานที่ขาดแคลน ไทยจะหาแรงงานทดแทน และเร่งต่ออายุให้แรงงานจากเวียดนาม สปป.ลาว และเมียนมา อยู่ทำงานต่อได้ ซึ่งทั้ง 3 สัญชาตินี้เป็นแรงงานส่วนใหญ่ในประเทศไทย แต่ก็ยอมรับว่าภาคเกษตรของไทยอาจได้รับผลกระทบบ้าง เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้แรงงานกัมพูชา

เมื่อถามว่าแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยมีจำนวนเท่าไหร่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ประมาณเกือบ 1 แสนคน ในจำนวนนี้ราว 9 หมื่นคนเป็นแรงงานถูกต้องตามกฎหมายแต่บัตรหมดอายุ นอกจากนี้ ด่านชายแดนปิดทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ จึงตกค้างอยู่ในไทย

เมื่อถามว่าหากเจอแรงงานกัมพูชาที่บัตรหมดอายุจะผลักดันออกนอกประเทศหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่าต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง

เมื่อถามอีกว่า หากมีการผลักดันแรงงานกัมพูชาออกนอกประเทศจะกระทบภาคการเกษตร ภาคประมง หรือภาคอุตสาหกรรมหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ภาคประมงไม่ค่อยใช้แรงงานกัมพูชา ส่วนใหญ่ใช้ในภาคเกษตร โดยเฉพาะแรงงานตัดอ้อย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีรับทราบปัญหาเหล่านี้แล้ว และได้มอบมาตรการรองรับไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งการนำแรงงานในศูนย์พักพิงจำนวนกว่า 4 หมื่นคนออกมาช่วยบรรเทาการขาดแคลน รวมถึงการเร่งปลดล็อกแรงงานเมียนมาและเวียดนามที่หมดอายุหรือใกล้หมดอายุ เพื่อให้เข้ามาทดแทนแรงงานกัมพูชาได้

น.ส.ตรีนุชกล่าวอีกว่า แรงงานที่เข้ามาทดแทนอาจมีทักษะไม่ตรงกัน แต่ด้วยมิติด้านความมั่นคง และความกังวลของประชาชน จึงเป็นเรื่องที่ต้องทบทวนอย่างรอบคอบ