ในหลวงพระราชทานผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ รายละ 2 หมื่นบาท รัฐบาลใช้อำนาจพิเศษ กวาดเงินทุกบัญชี งบกลางฯฉุกเฉิน จ่ายฟื้นฟูความเสียหาย 5 แสนล้าน สะเทือนประชาชน 2.9 ล้านคน นายกฯ เปิดทางพิจารณาจ่ายรายละ 2 ล้าน ชี้ พ.ร.ก.กู้เงินเป็นอำนาจ รมว.คลัง เป็นทางเลือกสุดท้าย ระดมใช้เครื่องมือทางการเงิน ขอแบงก์พาณิชย์ลดดอกเบี้ย-ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ พักต้น-พักดอก นาน 12 เดือน วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท แลกลดนำส่งเงินกองทุนฯ พาณิชย์ดึง 30 เอกชนร่วมช่วย
รัฐบาลเร่งฟื้นฟูภาคใต้หลังน้ำลด จัดเตรียมงบประมาณ เครื่องจักร เครื่องมือทางการเงิน ผ่านธนาคาร-สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ให้ประชาชน เศรษฐกิจภาคใต้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นายกฯดูเกณฑ์รายละ 2 ล้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีจำเป็นต้องขยายพื้นที่ประกาศ พระราชกำหนดการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ใน จ.สงขลา นอกเหนือ จ.สงขลา หรือไม่ เพื่อให้ครอบคลุมหลักเกณฑ์การเยียวยาเดียวกันว่า การเยียวยาผู้ประสบภัยไม่ใช่มีหลักเกณฑ์แค่เฉพาะในการประกาศพื้นที่ฉุกเฉินตาม พ.ร.ก.เท่านั้น แต่จะต้องดูภาพรวมในพื้นที่ภาคใต้
สำหรับการเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้าน ที่อยูนอกพื้นที่ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า “กฎเกณฑ์เยียวยามีหลายประเภท ต้องขอตรวจสอบในรายละเอียดก่อน พร้อมยกตัวอย่างกรณีผู้ป่วยติดเตียง ฉะนั้น จึงต้องตรวจสอบก่อน”
ส่วนกรณีที่งบประมาณเยียวยาไม่เพียงพอจะต้องออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีให้อยู่ในอำนาจของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พ.ร.ก.กู้เงินทางเลือกสุดท้าย
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การระดมใช้งบประมาณจากทุกภาคส่วนของรัฐบาล เพื่อใช้จ่ายในการฟื้นฟูหลังสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้หลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มีความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงสุด และรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ใน จ.สงขลา ดังนั้นการใช้จ่ายงบประมาณในพื้นที่ดังกล่าว จะอาศัยอำนาจพิเศษเพิ่มเติมในหลายรายการ
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ในเฟสแรกของการฟื้นฟูจะมีการใช้งบฯกลาง รายการฉุกเฉินเร่งด่วน และขยายวงเงินทดรองจ่าย ในจังหวัดที่มีการประกาศภัยพิบัติ จาก 100 ล้านเพิ่มเติมได้
ส่วนที่มีการคาดหมายกันว่ารัฐบาลจะกู้เงิน ผ่านพระราชกำหนด (พ.ร.ก.กู้เงิน) แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้รายการใช้เงินเพื่อการฟื้นฟูสามารถดำเนินการไปได้หลายช่องทาง และมีรายการใช้งบประมาณในหลาย ๆ ส่วน ยังไม่ถึงขั้นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน
ส่งเสริมให้แบงก์ลดหนี้
สำหรับงบประมาณที่ใช้เป็นมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลานั้น รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการผ่านการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2568 (ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน โดยด้านงบประมาณแบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรกมาจากมาตรการโดยใช้เงินของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และการลดการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (Financial Institutions Development Fund : FIDF) แบ่งเป็น
สำหรับมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนจากเหตุการณ์น้ำท่วม จะดำเนินการโดยใช้เงินกองทุนของสถาบันการเงินของธนาคารพาณิชย์ SFIs ทั้งหมด โดยไม่กระทบต่องบประมาณของภาครัฐ สำหรับธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) และผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(Nonbank) ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และ Nonbank ที่ประสบอุทกภัยได้รับความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือของ SFIs
โดย ธปท.อาจหารือกับกระทรวงการคลัง (สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ) เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (Financial Institutions Development Fund : FIDF) ต่อไป
ส่วนแหล่งเงินทุนที่ใช้จากมาตรการพักหนี้และสินเชื่อข้างต้นจะใช้เงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยจะตั้งเป็นบัญชี PSA (Public Service Account) เพื่อให้ความเป็นธรรม หากเกิดความเสียหายขึ้น ภาครัฐจะเข้ามาดูแล ทั้งนี้ “PSA” ที่ใช้ในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ไม่ใช่งบประมาณ หรือเงินชดเชยของรัฐ แต่เป็นหลักเกณฑ์การประเมินผลที่ใช้เพื่อให้ธนาคารของรัฐสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกลดผลการดำเนินงาน (KPI)
“เมื่อธนาคารออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น พักชำระหนี้ คิดดอกเบี้ย 0% หรือปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู ย่อมทำให้กำไรลดลง ซึ่งกำไรเป็นตัวสะท้อนศักยภาพขององค์กร และนำไปใช้ประเมินผลผู้บริหารในแต่ละปี ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงกำหนด PSA เพื่อเว้นไม่ให้นำผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือมารวมประเมินใน KPI เปรียบเสมือนการรับรองว่า กำไรที่ลดลงเพราะช่วยประชาชน จะไม่ถูกนำไปลดผลดำเนินการ”
ไฟเขียว 3 มาตรการด้านการเงิน
ที่ประชุม ครม. 2 ธค. เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องมาตรการด้านการเงิน เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ดังนี้ 1.โครงการช่วยเหลือ ลดภาระการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้ เพื่อช่วยเหลือให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ซึ่งต้องยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 ม.ค. 2569
ทั้งนี้ ลูกหนี้จะได้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 12 เดือน โดยแบงก์รัฐจะยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในช่วงดังกล่าว หรือคิดดอกเบี้ย 0% และให้ความช่วยเหลือรายละไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อแบงก์ ซึ่งหากลูกหนี้มีสินเชื่อคงค้างสูงกว่านี้ ให้แบงก์พิจารณาช่วยเหลืออย่างน้อยรายละ 1 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะมีการแยกบัญชี PSA
2.โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยา เพื่อให้ลูกหนี้เดิมมีสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพหรือใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพ หรือใช้เป็นเงินทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ โดยผู้กู้ต้องไม่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้สินเชื่้อต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท คิดดอกเบี้ยปีแรก 0% ปีต่อ ๆ ไปขึ้นกับแบงก์ ทั้งนี้ ยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 มี.ค. 2569 ซึ่งโครงการนี้จะมีการแยกบัญชี PSA เช่นเดียวกัน
3.โครงการสินเชื่อฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยมีเงินทุนเพื่อต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย หรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ โดยผู้กู้ต้องไม่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้กู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยปีแรก 0% ปีต่อ ๆ ไปทางแบงก์จะกำหนด และระยะเวลาเป็นไปตามที่แบงก์กำหนด ซึ่งต้องยื่นขอเข้าโครงการภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2569
ส่วนมาตรการช่วยเหลือ SMEs จะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. มาค้ำประกันให้ โดยนำต้นแบบสินเชื่อจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้มาปรับใช้ คาดว่าจะเข้าพิจารณาใน ครม. สัปดาห์หน้า
ใช้งบฯกลางแจกครัวเรือน 9 พัน
ขณะที่การช่วยเหลือผ่านการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในส่วนของงบฯกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยมีมติเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ลพบุรี และสงขลา โดยมีกรอบวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 3,814 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นมติที่เพิ่มเติมเงื่อนไขเดิมจากที่มีมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่เห็นชอบจัดสรรงบฯกลางจำนวน 6,169 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 685,554 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 9,000 บาท ครอบคลุม 65 จังหวัดทั่วประเทศ
ขณะที่ ครม.เห็นชอบอัตราหลักเกณฑ์ค่าปลงศพผู้ประสบภัยพื้นที่ จ.สงขลา โดยอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบฯกลาง รายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยให้ค่าปลงศพ ศพละ 2 ล้านบาท มาจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักนายกรัฐมนตรี 1 ล้านบาท และ 1 ล้านบาทมาจากงบฯกลาง
และยังได้อนุมัติงบฯกลางในรายการเดียวกัน วงเงิน 530 ล้านบาท ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อใช้ในการฟื้นฟูสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในกรณีเร่งด่วน
ในหลวงพระราชทาน 100 ล้าน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญพระราชกระแสเนื่องด้วยเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุโดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิต จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับศพผู้เสียชีวิตทุกรายไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
รวมทั้งให้กำลังใจกับบุคลากรทางการแพทย์และจิตอาสา ทั้งนี้จะได้พระราชทานเงินจำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ทดแทนที่เสียหาย และจะพระราชทานโดรนสำหรับค้นหาและส่งอาหาร ยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ ให้แก่กองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
“ผมได้รับแจ้งมาว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตรงนี้ขอให้กำชับว่าให้ดำเนินการตามประเพณี และให้ทำรายงานแจ้งกลับราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำความกราบบังคมทูลให้พระกรุณาทรงทราบว่าได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว”
กระทบเศรษฐกิจ 0.1%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังยืนยันว่า มาตรการที่เราช่วยประชาชนที่ประสบอุทกภัย จะสังเกตได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้งบฯกลางเยอะ เราใช้งบฯของธนาคาร PSA และ FIDF ซึ่งอยู่นอกงบประมาณเราไม่ได้ไปแตะเรื่องวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้ก่อภาระหนี้เพิ่ม งบฯกลางก็อยู่ในงบฯกลาง
ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมนั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินความเสียหายอยู่ที่ 0.1% ของจีดีพี เพราะผลกระทบภาคใต้ เทียบกับจีดีพี 20 ล้านล้านไม่ได้ใหญ่มาก แต่กระทบชีวิตของประชาชน ดังนั้น สิ่งที่ ครม.อนุมัติ เราต้องการฟื้นฟูชุบชีวิตให้กลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด
นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับเหตุอุทกภัยภาคใต้ที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท และกระทบประชาชนมากกว่า 2.9 ล้านคน
จับมือธุรกิจ 30 รายช่วยฟื้นฟู
วันที่ 2 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคณะรัฐมนตรี จัดกิจกรรม “รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้” โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์และเอกชนมากกว่า 30 ราย เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานร่วมกับภาคเอกชน ผ่านกิจกรรม “รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้” ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการเร่งฟื้นเมือง ฟื้นธุรกิจ และฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้ ผ่าน 3 กิจกรรมหลักที่เริ่มดำเนินการทันที ได้แก่
1.ลดค่าครองชีพประชาชน-สินค้าจำเป็นลดสูงสุดกว่า 50% ร่วมกับผู้ผลิตสินค้า 16 ราย แบ่งเป็น หมวดของใช้ประจำวัน ได้แก่ บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิลีเวอร์ไทย โอสถสภา ยูนิชาร์ม เอิร์ธ (ประเทศไทย) นีโอ คอร์ปอเรท หมวดอาหาร ได้แก่ ผู้ผลิตปลากระป๋อง โดยบริษัท ไทยยูเนี่ยนฯ ยูนิคอร์ด รอแยลฟูดส์ ไฮคิว, ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยบริษัท สหพัฒน์ วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย และผู้ผลิตนมพร้อมดื่ม โดยมีบริษัท ดัชมิลล์ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า และเนสท์เล่ (ไทย)
ในส่วนของห้างค้าปลีก-ค้าส่ง รายใหญ่ 8 ราย ได้แก่ ซีพีแอ็กซ์ตร้า (แม็คโคร โลตัส) บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เซ็นทรัล โฮลเซลล์ และเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (ท็อปส์ โก โฮลเซลล์) เดอะมอลล์ กรุ๊ป ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส ซีพี ออลล์ (7-11) และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกันลดราคาสินค้าจำเป็น เช่น อาหาร นม ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอก สบู่ โลชั่น รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นฐานและเครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือน
2.ลดภาระซ่อมแซมบ้านเรือน-วัสดุก่อสร้างลดสูงสุด 88% ได้รับความร่วมมือจาก 6 รายใหญ่ ได้แก่ เอสซีจี ไทวัสดุ โฮมโปร ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ และเมกาโฮม ลดราคาวัสดุที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมบ้านเรือน เช่น สายไฟ หลอดไฟ สีทาบ้าน ประตูหน้าต่าง วัสดุกันซึม อุปกรณ์ทำความสะอาด ฯลฯ สำหรับครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายหนัก
3.ลดภาระซ่อมแซมยานพาหนะ – บริการศูนย์รถยนต์ลดสูงสุด 18% ได้รับความร่วมมือจากศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ได้แก่ B-Quik TyrePlus COCKPIT และผู้ประกอบการยานยนต์จังหวัดสงขลาและใกล้เคียง ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถหลังน้ำท่วม และฟื้นฟูทำความสะอาด เช่น ล้าง ซักเบาะ-พรม เปลี่ยนถ่ายน้ำมัน-ของเหลว พร้อมจัดหาช่างซ่อมโดยลดค่าแรงและอะไหล่