เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
ดูทั้งหมด

9 กฎเหล็กรัฐธรรมนูญใหม่ รื้ออำนาจสถาบันการเมือง ยึดโยงประชาชน

10 ธ.ค. 2568 | 10:35น.
9 กฎเหล็กรัฐธรรมนูญใหม่
คอลัมน์ : Politics policy people forum

วันที่ 10-11 ธันวาคมจะมีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่ 2 พิจารณาเรียงลำดับเป็นรายมาตรา

ความสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ใช้ฉบับของ “พรรคประชาชน” เป็นร่างหลัก คือการให้มีกลไกในการ “ยกร่างรัฐธรรมนูญ” ฉบับใหม่

จุดมุ่งหมายเดิม พรรคประชาชน ที่ทำสัญญา MOA กับพรรคภูมิใจไทย ต้องการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากการเลือกตั้งโดยตรง

แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เมื่อ 10 กันยายน ขีดเส้นว่า “ห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” จึงปิดประตู ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง

ดังนั้น เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ใช้ฉบับของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก ที่จากเดิมเสนอให้มี 2 กลไกหลักคือ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกแบบบัญชีรายชื่อ และ สภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก่อนให้รัฐสภาเลือกอีกชั้น แต่ถูกท้วงว่าอาจขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจึงถูกเขย่าส่วนผสมใหม่ กลายเป็น 6 ขั้น ของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่รัฐสภาจะพิจารณาวาระ 2 ดังนี้

2 กลไก ยกร่าง-รับฟังความเห็น

ขั้นที่ 1 ก่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้จัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มี “คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ” ประกอบด้วย กรรมาธิการจำนวน 35 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เสร็จภายใน 160 วัน นับแต่ที่มีการประชุมนัดแรก ซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือก

คุณสมบัติ อาทิ สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น สอนหรือเคยสอนวิชา นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือบริหารราชการแผ่นดินในสถาบันอุดมศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

เคยรับราชการในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นไม่น้อยกว่า 3 ปี เป็นอัยการประจำกองหรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่า 3 ปี เป็นข้าราชการระดับ 8 ไม่น้อยกว่า 3 ปี

เคยเป็น สส. สว. รัฐมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้ว่าฯกทม. หรือนายกเมืองพัทยา โดยพ้นตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ทำงานภาคประชาสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

“คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ” ทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เผยแพร่สาระ เนื้อหา ความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญ มีกรรมาธิการจำนวน 35 คน ซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือก โดยมีคุณสมบัติ อาทิ สัญชาติไทยโดยกำเนิด อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

กมธ.ยกร่างฯต้องแนบวิสัยทัศน์

ขั้นที่ 2 ผู้ใดประสงค์จะสมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องเสนอวิสัยทัศน์และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 100 คนที่ให้การสนับสนุนตนเป็นผู้สมัคร ต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยวันรับสมัครต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร และภายใน 60 วันนับแต่ที่มีเหตุทำประชามติ ที่ประชาชนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เมื่อ กกต.ตรวจคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร และเห็นว่าถูกต้อง
แล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เรียงรายชื่อของผู้สมัครตามลำดับอักษร และส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ไปยังประธานรัฐสภาภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นสุดการรับสมัคร

ขั้นที่ 3 เมื่อประธานรัฐสภาได้รับบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ให้เผยแพร่บัญชีรายชื่อผู้สมัคร ผู้สนับสนุนผู้สมัคร รวมทั้งวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อผู้สมัครในบัญชีรายชื่อเป็นรายบุคคลได้ และให้เผยแพร่ความคิดเห็นดังกล่าวต่อประชาชนด้วย

สเต็ปเลือก กมธ.ยกร่างฯ

ขั้นที่ 4 เมื่อประธานรัฐสภาได้รับบัญชีรายชื่อผู้สมัครแล้ว ให้รัฐสภาคัดเลือกคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน โดยใช้วิธีดังนี้

ให้นำจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา (สส. และ สว.) หารด้วย 35 ซึ่งเป็นจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน

ให้กลุ่มสมาชิก สส. หรือ สว. หรือกลุ่มสมาชิกทั้ง 2 สภาที่จับกลุ่มกันเพื่อเลือกกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา จากบัญชีรายชื่อ (ในขั้นที่ 3) กลุ่มละ 1 คน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประธานรัฐสภาได้รับรายชื่อจาก กกต.

เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว ให้ประธานรัฐสภารวบรวมรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ที่กลุ่มของ สส. สว. หรือกลุ่มสองสภารวมกัน เสนอ และให้แจ้งต่อที่ประชุมรัฐสภา

การเลือกดังกล่าว เป็นโมเดล 20 หยิบ 1 คือ สส.-สว. หรือ สส.ร่วมกับ สว.รวมกลุ่มกัน 20 คน เลือกผู้สมัครจากบัญชีผู้สมัครกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ 1 คน

วิธีการเลือกกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นวิธีที่ใช้เลือกกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ

9 กฎเหล็กรัฐธรรมนูญใหม่

ขั้นที่ 5 คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญ มีเนื้อหาที่สำคัญ 9 ข้อนี้ด้วย

1.การรับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ 2.การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชน 4.การกำหนดสถาบันทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมืองให้มีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนตรวจสอบถ่วงดุลได้ และมีความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากขึ้น

5.การวางกลไกที่มีประสิทธิภาพ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ การใช้อำนาจโดยมิชอบ และผลประโยชน์ทับซ้อน 6.การจำกัดขอบเขตการใช้อำนาจรัฐ และการใช้ดุลพินิจขององค์กรของรัฐ 7.การสร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค

8.การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนนโยบายรัฐที่ยืดหยุ่น คล่องตัว และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงและความต้องการของประชาชน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9.การวางหลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

สภาโหวตก่อนทำประชามติ

ขั้นที่ 6 เมื่อ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จแล้ว ให้ส่งไปยังประธานรัฐสภา และให้รัฐสภาประชุมเพื่ออภิปรายให้ความเห็นโดยไม่ลงมติภายใน 30 วัน

จากนั้นให้รัฐสภาส่งคืนร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมข้อเสนอแนะกลับไปยังคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมให้เสร็จใน 30 วัน แล้วเสนอกลับมาให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ในการให้ความเห็นชอบของรัฐสภา จะต้องใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ถ้าที่ประชุมรัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบก็ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป

แต่ถ้าที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประธานรัฐสภาจะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้นายกฯ และ กกต.ภายใน 7 วัน เพื่อเริ่มต้นกระบวนการออกเสียงประชามติ

ถ้าประชาชนเห็นชอบก็ให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

แต่ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบ โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้คณะรัฐมนตรี หรือ สส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. และ สว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสองสภา สามารถเสนอญัตติต่อรัฐสภา เพื่อให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาจัดให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง

การแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมกลไกการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อนำไปสู่การมีรัฐธรรมนูญใหม่แทนฉบับ 2560 กำลังถึงจุดที่พลาดไม่ได้