ประชาธิปัตย์ ชี้ ไม่เหมาะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เอาคืนการเมืองช่วงมีปัญหาชายแดน
พรรคประชาธิปัตย์ร่อนแถลงการณ์ วอนทุกพรรคหยุดต่อรองการเมือง ไม่เห็นด้วยพรรคประชาชนจ่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้ไม่เหมาะเอาคืนทางการเมืองช่วงที่มีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แถลงการณ์พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า สืบเนื่องจากการแถลงของพรรคประชาชนที่ประกาศจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายหลังจากแพ้การลงคะแนนมาตราสำคัญในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภา
พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบสำคัญของฝ่ายค้านต่อรัฐบาล ซึ่งมีหลายกรณีของรัฐบาลนี้ เช่นความเกี่ยวพันของคนในรัฐบาลกับขบวนการฟอกเงินสแกมเมอร์ รวมถึงความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาภัยพิบัติ ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติ พรรคพร้อมที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมลงชื่อในญัตติอภิปรายอย่างแน่นอน
แต่ขณะนี้สถานการณ์ของประเทศกลับมีความวิกฤตเร่งด่วนที่ต้องการการตัดสินใจของรัฐบาลให้ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ เพราะเกี่ยวพันถึงอธิปไตยของชาติและชีวิตของประชาชน ทั้งการรบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความตึงเครียดต่อเนื่อง ทำให้กองทัพและฝ่ายความมั่นคงต้องพร้อมสู้รบปกป้องอธิปไตยของประเทศตลอดเวลา ผลจากเหตุการณ์รุนแรงนี้ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของไทยต้องสละชีวิตแล้วอย่างน้อยถึง 9 คน และประชาชนได้รับผลกระทบกว่าแสนคน ทั้งยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายในเวลาอันสั้น
ในขณะเดียวกัน ผลกระทบรุนแรงจากเหตุการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดทางภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงมีความวิกฤตจากความเสียหาย ทั้งการไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติของประชาชนนับแสนคน บ้านที่อยู่อาศัยเสียหายไม่สามารถพักอาศัยได้ ถนนหนทางเสียหาย ขยะจำนวนมหาศาลที่รอการจัดการ คนตกงานจำนวนมาก ธุรกิจทุกชนิดเสียหาย ในขณะที่แผนการฟื้นฟูเยียวยาเร่งด่วนยังต้องการการตัดสินใจของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้วยเหตุดังกล่าว พรรคเห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เหมาะที่จะใช้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นการต่อรองทางการเมือง เพราะเหตุผลในการยื่นอภิปรายเป็นการเอาคืนทางการเมือง แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อเอกภาพในการร่วมมือกันของทุกฝ่ายในการแก้ปัญหาชายแดน และรู้อยู่ว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็จะตอบโต้เกมการเมืองด้วยการยุบสภา และจะทำให้มีรัฐบาลรักษาการที่ไม่อำนาจเต็มในการจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้าขณะนี้ได้
พรรคประชาชนเองในยามต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ประกาศว่ารัฐบาลไม่ได้ผิดร้ายแรง แต่ในยามพลาดหวังจากการแก้รัฐธรรมนูญตามแบบที่ต้องการ กลับยอมใช้การแลกความเสี่ยงของการปกป้องอธิปไตยของชาติที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย และความล่าช้าของการฟื้นฟูมหาอุทกภัย ตัดสินใจล้มกระดานการเมือง พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง หยุดต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองในทุกวิธีการ และหันหน้ามาร่วมมือกันแก้ปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้าของชาติให้ลุล่วงเรียบร้อย สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้พรรคการเมืองไม่ควรเอาอธิปไตยของชาติและชีวิตของประชาชน มาเล่นการเมืองจนเลยเถิด และอาจเกิดความเสียหายรุนแรงตามมา