Skip to content

ภราดร ชี้ช่องใช้ข้อยกเว้น ทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง ช่วยประหยัด 3 พันล้าน

16 ธ.ค. 2568 | 15:31น.
ภราดร ชี้ช่องใช้ข้อยกเว้น ทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง ช่วยประหยัด 3 พันล้าน

ภราดรชี้ช่องใช้ข้อยกเว้นกฎหมายประชามติ มาตรา 11 ส่งให้ กกต. ทำประชามติพร้อมวันเลือกตั้ง โดยระยะเวลาไม่ต้องถึง 60 วันได้ ชี้ช่วยประหยัดงบฯ 3,000 ล้าน ขณะที่กฤษฎีกาก็ไม่คัดค้าน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีเสียงท้วงติงการทำประชามติพร้อมวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.ไม่สามารถทำได้ เพราะระยะเวลาไม่ถึง 60 วัน ว่าตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติมาตรา 11 ที่ระบุว่า ให้นำมาตรา 9 (2) (3) (4) และ (5) ส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำประชามติได้

โดยสามารถร่นระยะเวลาเป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็อาจจะดำเนินการตามนี้ โดยเฉพาะมาตรา 9 (2) ที่ระบุว่าการออกเสียงประชามติ กรณีเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร ซึ่งเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีโดยแท้ และ (4) ที่ระบุว่าการออกเสียงประชามติในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรออกเสียง

และได้แจ้งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะ (4) รัฐสภาก็ได้ส่งเรื่องมายังคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งเข้าข้อยกเว้นของมาตรา 11 เพราะเห็นว่าหากทำพร้อมวันเลือกตั้งจะเป็นการประหยัดงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ทำให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ส่งความเห็นตามข้อกฎหมายไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 11 ประกอบมาตรา 9 (2) และ (4) ซึ่งกฤษฎีกาก็ไม่ได้ทักท้วง

นายภราดรกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการยกเลิก MOU 43-44 ที่ไม่สามารถทำประชามติได้นั้น เนื่องจากเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทักท้วง เพราะมองว่าจะทำให้มีผลผูกพันกับรัฐบาลหน้า ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 เกี่ยวกับข้อห้ามของรัฐบาลรักษาการ

เมื่อถามว่า เรื่อง MOU จะอธิบายสังคมอย่างไร เนื่องจากถูกบรรจุอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่เคยแถลงต่อรัฐสภา แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้ นายภราดร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีความจริงใจและแสดงให้เห็นมาตลอด ว่าจะทำคำถามประชามติเรื่องดังกล่าว แต่เนื่องจากอุบัติเหตุ เราจึงถามไปที่กฤษฎีกาว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งกฤษฎีกาบอกว่าทำไม่ได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงไม่สามารถทำการใดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญได้