อภิสิทธิ์ ลงพื้นที่หาเสียง กทม.เขต 3 ขอบคุณผลโพลสงขลา คะแนนพุ่งอันดับ 1 ขอ ปชช.หันกลับมามอง ปชป.บอกมีดี วันนี้เปลี่ยนไปแล้ว จี้ กกต.เข้มงวดเลือกตั้งล่วงหน้าหลังสะพัดซื้อเสียงอื้อ
พรรคประชาธิปัตย์ นำทีมโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ นายอภิมุข ฉันทวานิช (ออม) ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 32 เบอร์ ลงพื้นที่หาเสียงกรุงเทพมหานครเขต 4
โดยเริ่มที่ซอยเจริญกรุง 103 ซึ่งตลอดซอยส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเรือนของชาวบ้านและมีการตั้งร้านร้านขาย อาหารตลอดทางโดยมีประชาชนมาขอต้อนรับและให้กำลังใจ ผู้สมัครและนายอภิสิทธิ์ อย่างคึกคัก ทั้งโต๊ะอิหม่ามและชาวบ้านหลายคนเข้ามาสวมกอด และบอกว่า คิดถึง รอการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ มานาน
นอกจากนี้ ยังมีประชาชน นำภาพถ่ายสมัยที่นายอภิสิทธิ์เคยลงพื้นที่หาเสียงสมัยแรก รวมถึงภาพของนายอภิรักษ์ ที่มีลายเซ็น นายอภิสิทธิ์ บนภาพดังกล่าวมาให้ นายอภิสิทธิ์ดูด้วย

ในจังหวะหนึ่งนายอภิสิทธิ์ ระบุว่าเสียดายที่วันนี้ไม่ได้ชวนนายอภิรักษ์มาด้วย และเขตนี้ถือว่าเป็นเขต “อภิ” เพราะตนเป็น สส.สมัยแรกที่เขตนี้ และ หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ก็เป็น สส.ที่นี่ และยังมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธินอดีตผู้ว่าฯ กทม. ด้วย จึงเป็น 3 อภิ อยากมห้ทีอภิที่ 4 คือ อภิมุข ถ้าให้ดีต้องมีอีกหนึ่งคือ “อภินิหาร”
โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ว่า ที่นี่มีความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน เพราะตนเคยเป็น สส.สมัยแรก และหลังจากนั้นก็มีอดีตส.สหลายคนของพรรคประชาธิปัตย์ เช่นหม่อมหลวงอภิมงคล ขณะที่พ่อนายอภิมุข ก็เป็น สส. และ นายอภิมุข เป็สก.ของเขตนี้มาก่อน ซึ่งแม้ว่าตนจะห่างหายไปจากการเมือง ก็มาร่วมกิจกรรมที่นี่ วันนี้ตนลงพื้นที่กทมทั้งหมด 4 เขต ซึ่งเมื่อช่วงเช้าได้ลงพื้นที่เขตบางกะปิและได้เจอประชาชนที่ผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์และบอกว่าจะกลับมาเลือกพรรคเป็นจำนวนมาก
ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนล่าสุด ของนิดาโพล พื้นที่เขตสงขลา ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สส และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนสูงสุด 40.67% นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวขอบคุณชาวสงขลา ซึ่งเมื่อวานตอนลงพื้นที่หาดใหญ่ได้พบปะกับประชาชนที่รอคอยที่จะมีรัฐบาล มาฟื้นฟูหาดใหญ่ และเอาจริงเอาจังกับปัญหาหลายอย่างของจังหวัด ซึ่งเมื่อวานนี้ตนและคณะ ได้ไปนำเสนอนโยบายหลายอย่างสำหรับหาดใหญ่
ส่วนขณะนี้เริ่มมีการตั้งข้อสังเกตถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าว่าอาจจะเป็นการทุจริตซื้อเสียงล่วงหน้า ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงกรณีดังกล่าว ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ กกต.มีความชัดเจนที่จะดูแลตรงนี้ เพราะการเลือกตั้งล่วงหน้า ถ้าเลือกในเขตก็ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงต้องเลือกล่วงหน้า ส่วนการเลือกนอกเขต เราเข้าใจอยู่แล้ว ว่าเป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิ์ไม่สะดวกกลับไปเลือกในเขตที่มีชื่อ จึงอยากให้กกตเอาจริงเอาจัง เพราะก็มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว พร้อมกับระบุว่าการเลือกตั้งล่วงหน้ากติกาหลายอย่างไม่เข้มงวดเท่าวันเลือกตั้งจริง
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีการติดต่อซื้อเสียงโหวตเลือก อ. เป็นนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า ถ้าได้รับเลือกเป็น สส. นายอภิสิทธิ์ถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวติดตลกว่า อ. มีหลายคน ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวว่าคงไม่ได้หมายถึงนายอภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ จึงขอให้ไปย้อนถามนายนิพิฏฐ์จะดีกว่า และขณะนี้นายนิพิฏฐ์ก็ยังไม่ได้รายงานมายังตนแต่อย่างใดทราบเพียงแต่ในข่าวเท่านั้น
เมื่อถามว่า ยังไม่ได้เลือกตั้งแต่กลับกลายว่ามีการซื้อเสียงล่วงหน้า นายอภิสิทธิ์ หวังว่าจะไม่มีเรื่องเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาจนสภาเสียชื่อเสียงมาหลายปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่พยายามพูดในครั้งนี้ ว่าจะทำอย่างไรที่จะกอบกู้การเมืองสุจริต ไม่ให้ภาพลักษณ์ของสภา เป็นการหยิบยื่นผลประโยชน์ให้ สส.และไม่มีวินัยพรรค และมีปัญหามาโดยตลอด รวมไปถึงมีการจับกลุ่มแยกค่าย อะไรต่างๆ ทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ในการเมือง

ส่วนกังวลหรือไม่กับการแข่งขันเลือกตั้งที่มีการใช้เงิน นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่กังวลเพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไร เที่ยวนี้พยายามเชิญชวนประชาชน เมื่อวานที่หาดใหญ่ ดูแล้วประชาชนมีความตั้งใจ เข้มแข็ง เที่ยวนี้ไม่อยากให้เรื่องของทุนมาครอบงำแล้ว
ส่วนกังวลหรือไม่ว่าการหาเสียงในครั้งนี้มีการปลุกกระแสให้ประชาชนเลือกข้างในการเลือกนักการเมือง นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า อยากให้ประชาชน เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ นั่นคือเจตนารมณ์ที่แสดงออกในการเลือกตั้ง ถ้าเราเป็นกังวลเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็จะวนเวียน เหมือนกับที่ผ่านมา สุดท้ายเราอาจจะสะใจดีใจชั่วคราว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไม่ได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ขณะนี้มีการใช้กระแสชาตินิยม และปัญหาชายแดนไทย -กัมพูชามาเป็นจุดขายในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนพึงพอใจที่กองทัพปฏิบัติการได้ดี และขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้กองทัพทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่จากนี้ไปจะเป็นงานของรัฐบาล ที่ยากขึ้นในเรื่องการต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ ทุกคนเสียสละกันมานั้นไม่สูญเปล่า ไม่ถอยหลังกลับไปสู่ที่เดิม จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองเอาใจช่วย และเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องนี้ไม่ควรเอามาแบ่งแยกแข่งขันกันในเรื่องนี้
เมื่อถามว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่จะใช้กลยุทธ์อะไรในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่ประชาชนตอบว่ายังหาใครไม่ได้ ยังไม่ตัดสินใจ แสดงว่าอาจจะยังไม่ถูกใจ ไม่ตรงใจ เราก็จะพยายามนำเสนอให้กลับมาพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหลายคนบอกว่ายังไม่มีโอกาสรับรู้และหันกลับมามอง ระยะหนึ่งก็ขอให้กลับมาดูพวกเราว่า สิ่งที่เราเคยมีดีกลับมาหรือยัง สิ่งที่เราจำเป็นปรับปรุงเรา ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือไม่
ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ยังหวังในเขตนี้เนื่องจากมีความผูกพันในพื้นที่ และเชื่อว่าสามารถทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนจากการลงพื้นที่หาเสียง ที่ผ่านมาสามารถประเมินได้หรือไม่ว่าจะสามารถปักธงในพื้นที่กทมได้กี่เขต นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ขอประเมินแต่ดีใจที่มีการตอบรับอย่างชัดเจนดีขึ้น อบอุ่นขึ้น และพรรคประชาธิปัตย์จะยังคงต้องทำงานอย่าง
