‘อนุทิน’ ลงพื้นที่ กทม. เซอร์ไพรส์ช่วยภูมิใจไทยหาเสียง อ้อนคนกรุงเลือกพรรคมากที่สุด
อนุทิน
‘อนุทิน’ เปิดซิงโผล่เซอร์ไพรส์ช่วยลูกพรรคหาเสียงย่าน ”บึงพระรามเก้า ห้วยขวาง“ ไร้พิธีรีตอง ได้ทีคว้า “มอเตอร์ไซค์” เรียก “เอกนัฏ” ซ้อนท้าย บึ่งไปเวทีปราศรัย-ทักทายขอคะแนนเสียงชาวบ้าน อ้อนคน กทม.ขอเลือก “ภูมิใจไทย” มากที่สุด มั่นใจเป็นทางเลือกที่เข้มแข็งที่สุด กล้าประกาศวางตัวมืออาชีพทำงาน ทลายกำแพงครหาพรรคบ้านใหญ่ ซัดพวกโจมตีนโยบายพรรคอื่น ใช้เวลาทำของตัวเองให้ประชาชนเชื่อมั่นดีกว่า
วันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย กำกับดูแลการเลือกตั้งพื้นที่ กทม. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นหาเสียงเขต 5 ห้วยขวาง-วังทองหลาง ช่วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 5 พรรคภูมิใจไทย โดยมีการตั้งเวทีปราศรัยย่อย 2 เวที ได้แก่ บริเวณชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา และบริเวณชุมชนบึงพระราม 9 ปากคลอง บ่อที่ 3
ทั้งนี้ ระหว่างที่ทีม กทม. พรรคภูมิใจไทย ทั้ง น.ส.ศุภมาส นายเอกนัฏ และนายประเดิมชัย กำลังเดินเท้าหาเสียงกับชาวบ้านในพื้นที่เขต 5 กทม. ปรากฏว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้สร้างความเซอร์ไพรส์ ลงพื้นที่มาช่วยลูกพรรคหาเสียง โดยไม่ได้มีการแจ้งนัดหมายล่วงหน้า เป็นไปตามที่นายอนุทินเคยให้สัมภาษณ์ระบุว่า แนวทางการหาเสียงของตัวเองจะเป็นในลักษณะออร์แกนิก ไม่มีจัดตั้ง ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีเวทีใหญ่
ซึ่งบริเวณที่นายอนุทินเดินทางมาถึง เป็นจุดที่อยู่ห่างเวทีปราศรัยย่อยมากพอสมควร นายอนุทินจึงได้ขึ้นขี่รถจักรยานยนต์เพื่อขับไปยังเวทีปราศรัยทั้ง 2 จุด โดยเรียกให้นายเอกนัฏซ้อนท้ายไปด้วย ทำให้บรรดาทีมงานนายกฯ และทีมงานผู้สมัคร สส. ต้องรีบหารถจักรยานยนต์ เพื่อขับตามนายอนุทิน ทั้งนี้ ในระหว่างที่นายอนุทินขับจักรยานยนต์ ได้ทักทายและขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่หาเสียงครั้งนี้ของนายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นครั้งแรกในการเลือกตั้ง 2569

ทั้งนี้ หลังจากขึ้นเวลาปราศรัยย่อยครั้งแรกในพื้นที่ กทม. นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า ตอนนี้เริ่มเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค พยายามจัดเวลาให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่กับการเจาะพื้นที่ กทม. นายอนุทินกล่าวว่า ต้องบอกว่ามั่นใจทุกครั้ง แต่การตัดสินใจเป็นของประชาชน หน้าที่เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ให้ได้เกิดความมั่นใจ ว่าหากเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยแล้ว สิ่งที่ต้องการจะบังเกิดขึ้น และโชคดีว่าเที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสทำงานระยะเวลา 3 เดือน ก็ได้แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีความตั้งใจจะทำ ได้ทำอย่างสมบูรณ์แบบ และรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ปราศจากข้อครหา ส่วนจะได้กี่พื้นที่อยู่ที่พี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่า จะเจาะพื้นที่ กทม.ได้สักเขตหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็เป็นความมุ่งมั่นปรารถนาและไม่ใช่สักเขต แต่อยากได้มากที่สุด ก็อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่น เชื่อใจ
ส่วนที่มีการโจมตีเรื่องนโยบาย นายอนุทินกล่าวว่า คนที่โจมตีนโยบายของพรรคอื่น ต้องถือว่าเป็นคนที่ไม่มีความปรารถนาดีต่อพี่น้องประชาชน นี่คือเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยโจมตีนโยบายของพรรคอื่น ต้องให้ความเชื่อมั่นนโยบายของทุก ๆ พรรค
“เพราะวันหนึ่งหากต้องมาทำงานด้วยกัน ต้องนำนโยบายของทุกพรรคมารวมกัน พี่น้องประชาชนก็จะยิ่งได้ประโยชน์ พื้นฐานของนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องดีอยู่แล้วสำหรับประชาชน ไม่ควรโจมตีด้อยค่ากัน และควรใช้เวลาที่มัวแต่ไปโจมตีนโยบายพรรคอื่น ไปทำให้นโยบายของพรรคตัวเองได้รับความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนจะดีกว่า” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามย้ำว่า ในพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทยจะขายนโยบายอะไร นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายอยู่ 4 ภัย ก็ได้ออกนโยบายแล้ว และพรรคภูมิใจไทย กล้าประกาศวางตัวบุคลากรที่เป็นมืออาชีพ เพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ทลายกำแพงที่บอกว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่ ซึ่งหากเป็นพรรคบ้านใหญ่คงใช้มืออาชีพขนาดนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น แม้จะเป็นบ้านใหญ่ แต่ก็เป็นพรรคเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้น อิทธิพลอะไรต่าง ๆ จะไม่มีผลเท่ากับการจัดคนที่เหมาะเข้าไปทำงานหลังการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า หาเสียงแบบออร์แกนิกได้เสียงสะท้อนอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ออร์แกนิกก็ดีไม่มีปรุงแต่ง และก็ไม่มีสารพิษ สร้างความแข็งแรง ให้สุขภาพร่างกาย และสุขภาพร่างกายในเชิงประเทศ ออร์แกนิกก็คือ ความแข็งแกร่งของประเทศ ความแข็งแกร่งของประเทศก็มาจากความแข็งแกร่งของพี่น้องประชาชน เพียว ๆ ขายกันตรง ๆ แบบนี้

เมื่อถามว่า ไม่เคยได้ สส.ใน กทม.เลย จะอ้อนคนกรุงอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่อ้อน แต่ต้องขอกราบพ่อแม่พี่น้องชาว กทม.ทุกคน ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องต้องการคนทำงาน พรรคภูมิใจไทยก็เป็นทางเลือกที่เข้มแข็งที่สุด ที่แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า เมื่อเราเข้ามาทำงาน ทำงานได้ด้วยความใจกว้าง ด้วยการให้เกียรติทุก ๆ พรรค และด้วยการไม่ด้อยค่าใครเลย และด้วยความพยายามที่จะแสวงหาความเป็นมิตร ความสงบสุข เพราะถ้านักการเมืองทะเลาะกันเองก็แสดงว่าคนไทยทะเลาะกันเอง เพราะนักการเมืองก็คือผู้แทนของราษฎร จะทะเลาะกันเองไม่ได้ ต้องสามัคคีกัน
”ผมถึงไม่ค่อยกล้าไปออกทีวีกับเขา เพราะพูดไม่ค่อยเก่ง แต่รับรองว่าทำงานไม่แพ้ใคร สมัยก่อนยังไม่เป็นนายกฯ ขึ้นเวทีผมพูดน้ำไหลไฟดับ แต่พอเป็นนายกฯ มันยังมีหมวกอยู่ เดี๋ยวงานเข้า เดี๋ยวทัวร์ลง แต่ขอให้มั่นใจว่าพวกเราทุกคน พรรคภูมิใจไทยวันนี้มาขอโอกาส ไม่เคยน้อยใจ ไม่เคยผิดหวัง เพราะมันเป็นการตัดสินใจของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ผิดหวังไม่ได้ คาดหวังไม่ได้ ประชาชนว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น โกรธยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย ท้อไหม ก็นิดหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ท้อแล้ว เป็นนายกฯท้อไม่ได้ ต้องมาทำงานให้ประชาชน เหลืออย่างเดียวที่ต้องทำคือตื๊อขอให้ประชาชนให้โอกาสเรากลับมาทำงาน“ นายอนุทินกล่าว



