Skip to content

“อนุทิน” มั่นใจ ประชาชน ให้โอกาสเป็นรัฐบาลเดินหน้าคนละครึ่งพลัส

11 ม.ค. 2569 | 13:04น.
“อนุทิน” มั่นใจ ประชาชน ให้โอกาสเป็นรัฐบาลเดินหน้าคนละครึ่งพลัส

“อนุทิน” มั่นใจ ประชาชนโหวตกลับมาเป็นรัฐบาล เดินหน้าคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ปลัฟสูตร 70:30 เพื่อไทย ให้ดูอดีตทำได้หรือไม่

รู้สึกได้ชัดเจนประชาชนเชื่อมั่นภูมิใจไทย หลังนำทัพใหญ่ลุยหาเสียงตลาด อตก. ย้ำ คนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่ดี แต่ยังมีนโยบายเศรษฐกิจอื่นอีกมากพร้อมนำเสนอ ไม่หวั่นนโยบาย 70:30 เพื่อไทย ย้อนให้ดูอดีตพูดแล้วทำได้หรือไม่

พรรคภูมิใจไทย จัดอีเวนต์ “วันเดย์ทริป” นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำขุนพลพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ใน กทม.โดยเริ่มตั้งแต่สวนลุมพินี ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.หาเสียง ทั้งนี้ ที่สวนลุมพินี นำโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย นางศุภมาส อิศรภักดี นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพ กทม. นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ

โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถือว่าบรรยากาศดีได้พูดคุยกับผู้ที่มาออกกำลังกายตอนเช้าทั้งผู้สูงวัย และไม่สูงวัย ถือว่าเป็นการมาช่วยสนับสนุนผู้สมัคร ขณะที่ นางศุภจี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เดินช่วยหาเสียง และได้พูดคุยพบปะกับพี่น้องประชาชนที่มาออกกำลังกายที่สวนลุมพินี รู้สึกดีที่ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ที่สำคัญที่สุดคือเห็นรอยยิ้มของทุกคนที่มาออกกำลังกายมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ หากประชาชนมีรอยยิ้มมีความสุขมีสุขภาพที่แข็งแรง ก็จะทำให้ประเทศของเราเดินไปข้างหน้าได้ และทุกคนทุกช่วงวัยก็จะมีความหวัง

ด้าน นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงครั้งแรก รู้สึกดีใจที่ได้มาเจอกับคุณลุงคุณป้าอาเจ็กน้องๆหลานๆ ที่มาวิ่งออกกำลังกาย นอกจากได้เจอรอยยิ้มแล้ว สิ่งสำคัญคือได้ฟังความเห็น ซึ่งนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย คือ เศรษฐกิจ 10 พลัส ทั้งเศรษฐกิจสีเขียวพลัส สูงวัยพลัส ซึ่งรับฟังความเห็นจากหลายท่านบอกว่าชอบคนละครึ่งพลัส และบอกว่าครั้งหน้าให้ลงทะเบียนง่ายๆ ส่วนสูงวัยพลัสก็ได้เคล็ดลับอาเจ็กหลายคนแนะนำให้ยิ้มเยอะๆ ใครด่าใครชมก็ให้ยิ้ม สงสัยต้องเอาไปคิดนโยบายเศรษฐกิจยิ้มเยอะๆ ทำให้นางศุภจี พูดขึ้นมาว่า “สงสัยต้องมีสไมล์พลัส”

“สิ่งสำคัญคือเศรษฐกิจสีเขียว พอได้มาฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัยในครั้งนี้ ถือว่าได้ประโยชน์เยอะมาก ช่วยทำให้นโยบายชัดขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงกระแสตอบรับจากการลงพื้นที่สวนลุมพินีวันนี้ ว่าหลายคนบอกว่าดีใจ และขอให้ช่วย ขอบคุณที่พวกเราทุกคนได้มาช่วยประเทศ อยากให้ช่วยนานๆ เราก็บอกว่าเราเต็มที่เพราะอยากให้ประเทศไทยดีขึ้น อยากให้เศรษฐกิจของประเทศคึกคักคนมีความสุข ที่สำคัญคือการเห็นรอยยิ้ม และเห็นคนสุขภาพแข็งแรง เราก็ดีใจที่คนตอบรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำพลัส ซึ่งทุกคนไว้เนื้อเชื่อใจ จึงรู้สึกดีใจที่ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี

ต่อมาที่ตลาด อ.ต.ก. นายอนุทิน กล่าวภายหลังลงพื้นที่หาเสียงพบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ว่า รู้สึกอย่างชัดเจนว่าประชาชนให้ความเชื่อมั่น และชื่นชมในสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ทำให้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่ผ่านมา และขออย่าดูว่าพรรคภูมิใจไทยมีเพียงโครงการคนละครึ่งพลัส แน่นอนว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่มีประโยชน์ เดินตามตลาดตามร้านค้าทุกคนชื่นชม และขอให้มีอีก ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว

ถ้าไม่ต้องประสบเหตุยุบสภาก่อนขณะนี้คงมีเฟส 2 เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าเป็นโครงการที่ดี ประชาชนจะให้โอกาสเราได้กลับไปทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 แต่พรรคภูมิใจไทยยังมีนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆด้วย ทั้งเศรษฐกิจชุมชนพลัส การยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ยกระดับผู้สูงวัย การเปิดโอกาสช่องทางสร้างรายได้ทุกช่วงวัย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลนโยบายรัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 ของพรรคเพื่อไทย ว่าจะบลัฟนโยบายของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนละครึ่งคือ 50 : 50 แต่ของพรรคภูมิใจไทยพลัสเยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้แน่นอน ส่วนอะไรที่เกินจากนี้ต้องไปดูในอดีตที่ผ่านมาว่าพูดแล้วทำได้หรือไม่ พรรคภูมิใจไทยอะไรที่พูดแล้วต้องทำได้ จึงเป็นที่มาของความเชื่อถือต่างๆนานา ที่เกิดขึ้นโดยพี่น้องประชาชน เราต้องดูเรื่องของวินัยการเงินการคลังด้วย

เมื่อถามว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้คนกทม. มีความเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย เพราะที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีสส.ในเมืองหลวง นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยเติมเต็มด้านบุคลากร เราเอาคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงานตรงสาขาอาชีพ ตรงกับประสบการณ์ และให้อำนาจเต็มที่ในการทำงาน และการตัดสินใจ

เมื่อถามว่า แสดงว่ามั่นใจในการเลือกบุคลากรที่ชูในการหาเสียง ว่าจะทำให้คนกทม. เลือกพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องมีหน้าที่นำเสนอ แต่จะบอกว่ามั่นใจว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ เรามีหน้าที่นำเสนอให้ประชาชนพิจารณา ส่วนจะพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น นี่คือวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด การที่เราให้เกียรติพี่น้องประชาชน ให้เกียรติโหวตเตอร์ของเรา ทำให้พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโตมีจำนวนสส. เพิ่มทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เราจึงเน้นการนำเสนอว่าจะทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชน ดีกว่าที่จะมานั่งบอกว่ามั่นใจ กลัวหรือไม่กลัว หรือพูดว่าเราได้ 200 แบบนั้นทำไมเราไม่ทำให้ได้ 500 แน่ๆไปเลย ซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะไปพูดแบบนั้น เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

เมื่อถามว่า ช่วงหลังของการหาเสียงเลือกตั้งโค้งแรกโพลของพรรคภูมิใจไทยแผ่วลง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนชอบคิดแบบผู้ชนะ ถ้าเกิด 15 แล้วเหลือ 13 กับ 0.6 ขึ้นมาเป็น 13 ตนขอคิดแบบหลัง และคงต้องร้องโอ๊ย แค่นี้ก็เป็นบุญแล้ว

เมื่อถามว่า เดินตลาดแล้วได้ยินประชาชนพูดว่าเบอร์ 37 แล้วนายกฯตอบกลับว่าอิ่มอกอิ่มใจเลยหมายถึงอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือปรากฏการณ์ที่เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับพรรคภูมิใจไทย สมัยก่อนไม่มีแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้มี เชื่อว่าสิ่งที่พรรคได้นำเสนอ และผลงานที่เกิดขึ้นช่วงที่เราได้บริหารประเทศคงเป็นที่เชื่อมั่น และเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ก็ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เราจะทำให้ดีที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนละครึ่ง อนุทิน