Skip to content

พิชัย แจงสื่อนอกนโยบายเพื่อไทย แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้-ชี้ต่อรองภาษีทรัมป์เหลือ 19%

05 ก.พ. 2569 | 11:58น.
พิชัย แจงสื่อนอกนโยบายเพื่อไทย แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้-ชี้ต่อรองภาษีทรัมป์เหลือ 19%

“พิชัย” แจงสื่อนอกนโยบายพรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้ ดร.เชน ยศชนัน ทำคะแนนให้เพื่อไทยมาก ชี้เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ทำให้รัฐได้ภาษีเพิ่มขึ้น ยืนยันเพื่อไทยเจรจาลดภาษีทรัมป์เหลือ 19% และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ให้สัมภาษณ์กับ Channel News Asia ที่พรรคเพื่อไทยว่า นโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ โดยนโยบายที่ต้องเร่งทำคือการแก้ไขปัญหาหนึ้ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงเกือบ 90% ของจีดีพี ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก ทั้งนี้ เพราะที่ผ่านมา แม้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะสามารถทำให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจของไทยฟื้นขึ้นมาก

โดยในปี’68 การส่งออกขยายเพิ่มได้ถึง 12.93% และการขอส่งเสริมการลงทุนพุ่งถึง 1.87 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ประชาชนจะยังไม่ได้รู้สึกดีขึ้นทันที ทั้งนี้ เพราะหนี้ที่มีอยู่สูง ดังนั้น นโยบายการแก้หนี้จึงเป็นความสำคัญเร่งด่วน โดยมีการช่วยประชาชน 5 กลุ่ม ซึ่งหากสามารถแก้ไขเรื่องหนี้เหล่านี้ได้ เศรษฐกิจจะขยายขึ้นอีกมาก ทั้งนี้ ต้องเร่งให้มีการส่งออกและการลงทุนมากขึ้น ซึ่งหากการส่งออกและการลงทุนขยายตัวในระดับสูงแบบนี้ไปอีกหลายปีเศรษฐกิจไทยจะฟื้นแน่

สำหรับเรื่องการสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนนั้น ขออธิบายว่านโยบายนี้เป็นวิธีการที่ชาญฉลาดในการหาทางเก็บภาษีแวตให้ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษีแวต ในหลายประเทศประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะที่ไต้หวันที่สามารถเก็บภาษีแวตได้เพิ่มขึ้น 15-20% ทุกปี มีพรรคอื่นเสนอแนวคิดหวยใบเสร็จ ซึ่งต้องใช้เงินมากกว่ามาก แต่คนไม่เข้าใจ แต่นโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ประชาชนเข้าใจทันที และเชื่อว่าโดนใจประชาชนมาก

ในเรื่องค่าจ้างแรงงาน พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าหากประเทศไทยสามารถสร้างอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น Semiconductors, PCB, EV, Electronics, พลังงานสะอาด, Data Center, Ai ฯลฯ ค่าจ้างแรงงานจะเพิ่มขึ้นสูงเอง และเมื่อไทยเป็นประเทศรายได้สูงได้ ประชาชนและแรงงานจะมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

ส่วนเรื่องภาษีทรัมป์นั้น เป็นที่ทราบดีว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ไปเจรจาทำให้ภาษีทรัมป์ลดลงจาก 36% เป็น 19% ซึ่งเท่า ๆ กับประเทศคู่แข่ง ทำให้การส่งออกของไทยยังคงรักษาระดับได้ ขนาดเดือนกันยายนยังขยายได้ 19% และเดือนธันวาคมขยายได้ 16.8% ส่งออกทั้งปี’68 ขยายได้ 12.93% หลังจากปี’67 ขยายแล้ว 5.4% ทั้งนี้ ต้องให้เครดิตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวง, เหล่าอธิบดี และทีมงาน ที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อเจรจาต่อรองจนสำเร็จ

ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและสหรัฐ โดยที่ตนเองได้พบกับ USTR Jamieson Greer ถึง 2 ครั้ง และได้พบกับสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐที่รู้จักกันมานานหลายท่าน เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยสามารถเจรจาการค้ากับสหรัฐไปได้ด้วยดี และหวังว่าจะสามารถลดภาษีทรัมป์ลงได้ในอนาคต ทั้งนี้ แปลกใจว่า รมว.พาณิชย์คนปัจจุบันไปสหรัฐ แต่กลับไม่มีภาพไปพบกับ USTR Jamieson Greer เลย

อีกทั้งไปยุโรป แต่กลับไม่มีภาพการไปพบกับนาย Maros Sejkovic ที่เป็น EU Commissioner on Trade ผู้รับผิดชอบเรื่อง FTA ของ EU ซึ่งเป็นคนที่ตนไปพบและเจรจากำหนดวันกันด้วยเลย จึงแปลกใจว่าจะเจรจาสำเร็จได้อย่างไรถ้าไม่ได้เคยเจอหน้ากัน ดังนั้น จึงขอให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเจรจาให้เสร็จได้แน่นอน เหมือนที่ทำสำเร็จมาแล้วกับกลุ่มประเทศ EFTA