อ่านเสียงเรียกร้องกลุ่มนักศึกษา-สถาบันต่าง ๆ เรียกร้องนับคะแนนใหม่ เลือกตั้ง 2569 ท่ามกลางเรื่องความโปร่งใสที่หลาย ๆ คนตั้งข้อกังขา
แม้การเลือกตั้ง 2569 จะผ่านมาร่วม 1 สัปดาห์แล้ว แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นหลังการปิดหีบ ยังคงมีสิ่งที่ต้องจับตา โดยเฉพาะเรื่องของการนับคะแนน ที่มีภาคประชาชน พรรคการเมือง นักวิชาการ เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งสืบเนื่องจากประเด็นความโปร่งใสที่เป็นข้อกังขาในการเลือกตั้ง และเป็นประเด็นที่สำนักข่าวต่างประเทศให้ความสนใจและติดตามด้วย
ต่อไปนี้ คือ การเรียกร้องเรื่อง “การนับคะแนนใหม่” จากกลุ่มผู้เรียกร้อง และบรรดาองค์กรต่าง ๆ
แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ เรียกร้อง 5 ข้อ
เริ่มต้นจาก “กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ซึ่งได้มีการรวมตัวที่สำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 โดยตัวแทนอ่านแถลงการณ์ถึงข้อเรียกร้อง โดยเริ่มจากการตั้งคำถามว่า “กกต.มีไว้ทำไม?” นี่คือสิ่งที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดในสังคมไทย ณ ขณะนี้ ภายหลังปรากฏว่ามีความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ได้บัญญัติไว้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่ในการ “ควบคุม ดำเนินการ และจัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหลายเขตเลือกตั้ง กลับกลายเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่บกพร่อง ล้มเหลว และสุ่มเสี่ยงต่อ การเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จนเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าเกิดการทุจริตอย่างร้ายแรงและไม่อาจเชื่อถือได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม
จากการเฝ้าสังเกตการณ์และรวบรวมหลักฐาน เราพบความผิดปกติที่เป็นแบบแผนเดียวกัน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น
1.เหตุการณ์ไฟฟ้าดับระหว่างการนับคะแนนในหลายหน่วยเลือกตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม
2.การขานผลคะแนนที่ไม่ตรงกับบัตรเลือกตั้ง การขีดคะแนนที่กำกวม ไม่โปร่งใส และบิดเบือนตัวเลขจริง
3.การรายงานผลการเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ที่ผิดพลาด ล่าช้า หยุดชะงัก และมีการปรับแก้คะแนนให้ลดลงจนผิดสังเกต
4.การใช้อำนาจโดยมิชอบของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด ในการกีดกันการตรวจสอบของประชาชน
จากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เนื่องจากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ทุกท่าน ล้วนได้รับการอบรมจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) มาแล้วทั้งสิ้น
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือหากจะกล่าวหาให้ร้ายแรงกว่านั้น คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจกระทำการสมรู้ร่วมคิดกันเป็นขบวนการเพื่อบิดเบือนเจตจำนงของประชาชนอยู่หรือไม่?
การปล่อยปละละเลยในครั้งนี้คือการทำให้ผลการเลือกตั้งดำเนินต่อไปบนพื้นฐานของความไมโปร่งใส โดยมีเจตนาที่จะบิดเบือนเสียงของประชาชน เพื่อเรียกคืนความศรัทธาและรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย พวกเรากล่าวขอเรียกร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งหมด 5 ประการ ดังต่อไปนี้
1.ให้มีการ “นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ” อย่างเปิดเผย และให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นกระจายตัวเป็นวงกว้างจนระบบตรวจสอบปกติไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อีกต่อไป
2.ให้ริเริ่มดำเนินการกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางวินัยและอาญาต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที
3.เปิดเผยผลคะแนนเลือกตั้งรายหน่วยทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้
4.หากเขตเลือกตั้งไหนนับคะแนนใหม่แล้ว ยังพบความผิดปกติ เช่น มีบัตรเลือกตั้งมาก หรือน้อยกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องประกาศให้การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะและจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้น โดยเร็วที่สุด
5.ภายหลังการแก้ปัญหาทุกอย่างแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมด 7 คน ต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ หาก กกต.ยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้ และเดิบหน้ารับรองผลการเลือกตั้งต่อไป พวกท่านจะต้องรับผิดชอบกับความโกรธแค้นและวิกฤติศรัทธาที่มีอยู่ของประชาชนที่ไม่สามารถที่จะมีอะไรมาหยุดยั้งได้ทั้งสิ้น
พร้อมทิ้งท้าย “ด้วยความศรัทธาต่อเจตจำนง ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย”
สภานักศึกษา ม.ขอนแก่น “ความโปร่งใส ไม่ใช่ทางเลือก”
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น โพสต์แถลงการณ์ เพื่อเรียกร้องเรื่องการนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ และเปิดเผยคะแนนรายหน่วย พร้อมยืนยันว่าความโปร่งใส ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความชอบธรรมในสังคมประชาธิปไตย
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น เล็งเห็นว่ากระบวนการเลือกตั้งคือกลไกสูงสุดในการสะท้อนเจตจำนงของประชาชน ภายใต้หลักนิติธรรม ความสุจริต และความรับผิดชอบต่อสังคม อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอแสดงจุดยืนและเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งใหม่ และเปิดเผยคะแนนรายหน่วย เพื่อยืนยันถึงความสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอยืนหยัดเคียงข้างหลักการประชาธิปไตย และยืนยันว่าความโปร่งใสไม่ใช่ทางเลือก หากแต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความชอบธรรมในสังคมประชาธิปไตย
สนส.ชี้ รัฐต้องงดเว้นดำเนินคดีประชาชน
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) ออกแถลงการณ์กรณีความผิดปกติอันร้ายแรงในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 ระบุว่า สนส. ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมด้านสิทธิมนุษยชน ขอแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความผิดปกติร้ายแรงที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 ซึ่งปรากฏข้อร้องเรียนอย่างกว้างขวางในหลายเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี เขต 1 และจังหวัดอุบลราชธานี เขต 6 รวมถึงพื้นที่อื่นที่มีลักษณะปัญหาใกล้เคียงกัน มีข้อร้องเรียนดังกล่าว
ประกอบด้วย ความคลาดเคลื่อนระหว่างจำนวนผู้มาใช้สิทธิกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนได้ซึ่งเกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิจริง การขนย้ายหีบบัตรก่อนการติดประกาศผลหน้าหน่วย การพบบัตรเลือกตั้งถูกทิ้งในถังขยะ การกระทำอันมิชอบของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ตลอดจนการประกาศผลการเลือกตั้งล่าช้าโดยปราศจากคำชี้แจงที่ชัดเจน และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งถ้อยแถลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีมติไม่นับคะแนนใหม่อ้างเหตุเพราะผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นเหตุการณ์เองนั้น
สนส.เห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความสุจริต เที่ยงธรรม และความเป็นอิสระของกระบวนการเลือกตั้ง อันเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และส่งผลให้ประชาชนที่ถูกกระทบสิทธิจึงออกมาใช้สิทธิในการชุมนุมโดยสงบเพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและนับคะแนนใหม่อย่างโปร่งใสและเปิดเผยต่อสาธารณะ
ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีแห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งรับรองสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสิทธิในการเลือกตั้งที่แท้จริง (genuine electionis) ตามข้อ 25 โดยกำหนดให้การเลือกตั้งต้องสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างเสรีและเสมอภาค
ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้อธิบายไว้ใน General Comment ฉบับที่ 25 (1996) ว่า การเลือกตั้งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบโดยประชาชนตาม ICCPR เมื่อมีข้อกล่าวอ้างที่มีมูลว่าการเพิกเฉยหรือการไม่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และทันท่วงที ย่อมลดทอนความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งโดยรวม
ด้วยเหตุนี้ สนส. ขอเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้
1. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่มีข้อร้องเรียนอย่างเร่งด่วน เปิดเผย และตรวจสอบได้ โดยเปิดให้สาธารณชนและผู้สังเกตการณ์อิสระเข้าร่วมติดตามกระบวนการอย่างแท้จริง
2. รัฐ มีหน้าที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบของประชาชนที่ออกมาเรียกร้องการตรวจสอบการเลือกตั้ง โดยงดเว้นการคุกคาม การดำเนินคดี หรือการใช้กำลังโดยไม่จำเป็น อันเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตาม ICCPR ข้อ 19 ข้อ 21 และข้อ 25
3. กลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ รวมถึงผู้รายงานพิเศษที่เกี่ยวข้อง ควรติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 ของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมืองตาม ICCPR ข้อ 25
โดย ข้อเรียกร้องดังกล่าวนี้เป็นไปตามหลัก นิติรัฐ และนิติธรรม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง ความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย
ด้วยความเคารพหลักการสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
สถาบันปรีดี พนมยงค์ เรียกร้อง 3 ข้อ
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ออกแถลงการณ์ เรื่อง ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในกระบวนการนับคะแนนการเลือกตั้งและประชามติ พ.ศ.2569 ความว่า
สถาบันปรีดี พนมยงค์ เฝ้าติดตามสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงลงประชามติ เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยความกังวลยิ่งต่อข้อสงสัยและข้อร้องเรียนจำนวนมาก เกี่ยวกับกระบวนการนับผลคะแนนและการรายงานผลคะแนน ที่ปรากฏต่อสาธารณะในหลายพื้นที่ของประเทศ
รายงานจากเครือข่ายสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ทั้งในภาคประชาชน องค์กรด้านกฎหมาย และสื่อมวลชน ได้สะท้อนปัญหาที่ไม่อาจมองข้ามได้ อาทิ จำนวนบัตรลงคะแนนไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ การนับและรวมผลคะแนนที่คลาดเคลื่อน การจำกัดการสังเกตการณ์ในบางหน่วยเลือกตั้ง ตลอดจนความล่าช้าและความชะงักงันเป็นเวลายาวนานของระบบรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สถาบันปรีดี พนมยงค์ เห็นว่า แม้ในขณะนี้ยังไม่อาจสรุปได้ว่ามีเจตนาทุจริตในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่ความคลาดเคลื่อนและความไม่ชัดเจนในกระบวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในหลายกรณี ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อนึ่ง การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ความชอบธรรมของอำนาจรัฐมิได้ตั้งอยู่เพียงที่ผลสุดท้ายของการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเท่านั้น หากแต่ยังต้องอาศัยกระบวนการและขั้นตอนที่สุจริต โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนในการกำกับและร่วมตรวจสอบได้อย่างแท้จริง
สถาบันปรีดี พนมยงค์ จึงขอเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการโดยเร่งด่วนในประเด็นต่อไปนี้
1.เปิดเผยผลคะแนนดิบเป็นรายหน่วยเลือกตั้งและรายเขตให้ครบถ้วนทั้งหมด (ร้อยเปอร์เซ็นต์) โดยเร็ว เพื่อให้สาธารณชนสามารถเข้าตรวจสอบข้อมูลได้อย่างทั่วถึง
2.ชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนและเป็นระบบต่อกรณีที่มีข้อร้องเรียน หรือมีความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการนับผลคะแนน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการเปิดช่องทางการตรวจสอบและสามารถนับผลคะแนนใหม่ได้ด้วย ในพื้นที่ที่มีเหตุอันควรสงสัย
3.รับรองและให้หลักประกันสิทธิในการสังเกตการณ์การนับผลคะแนนโดยผู้แทนประชาชน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความโปร่งใสและความไว้วางใจของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอยืนยันว่า การยินยอมรับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และการชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใสของคณะกรรมการการเลือกตั้งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาใช่การบั่นทอนความมั่นคงของประเทศหรือเป็นภาระงานซ้ำซ้อนแต่ประการใดไม่ หากแต่เป็นเงื่อนไขสำคัญยิ่งในการธำรงศักดิ์ศรีและคุณค่าของประชาชน ในฐานะพลเมืองผู้เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด ไม่น้อยไปกว่าการเป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการเลือกตั้งโดยผ่านทางภาษีของรัฐ
สถาบันปรีดี พนมยงค์ จะยังคงติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และยืนยันอย่างหนักแน่นที่จะปกป้องหลักนิติรัฐ อันกอปรด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมของกระบวนการทางประชาธิปไตย รวมถึงสิทธิของประชาชนพลเมืองทั้งปวงในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยของประเทศ
สถาบันพระปกเกล้า
สถาบันพระปกเกล้า ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงลงประชามติ พ.ศ. 2569 โดยมีใจความว่า
สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะคลังสมองของฝ่ายนิติบัญญัติ ได้ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งและการออกเสียงลงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อข้อกังวลของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศ
จากรายงานของเครือข่ายการเมืองภาคพลเมืองของสถาบันพระปกเกล้า และสื่อมวลชนพบว่า ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปและการออกเสียงประชามติ ได้เกิดปัญหาที่ยังเป็นข้อสงสัยของประชาชน อยู่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการมีเจตนาทุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตต่อความผิดพลาดในกระบวนการนับคะแนน จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่สอดคล้องกับผู้มาใช้สิทธิ ความไม่เสถียรของระบบรายงานผลคะแนน ตลอดจนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการเลือกตั้งและกระบวนการประชาธิปไตยได้
สถาบันพระปกเกล้าจึงขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และชี้แจงต่อสาธารณะเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นของประชาชนโดยเร็ว
อนึ่ง การร่วมตรวจสอบของประชาชนต่อประเด็นดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นปรากฎการณ์เชิงบวก ของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันข้อมูลจำนวนมากบนสื่อออนไลน์มีความเสี่ยง ต่อการถูกบิดเบือนด้วยจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง สถาบันพระปกเกล้าจึงขอส่งเสริมและสนับสนุน ให้ทุกฝ่ายร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างมีทักษะที่เท่าทันสื่อดิจิทัล (Digital Literacy) อาทิ การตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ก่อนเชื่อและแชร์ อันจะเป็นส่วนสำคัญในการลดความสับสนให้แก่สถานการณ์ และธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้ยั่งยืนสืบไป

