เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
Biz Movement ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
Finance CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความร่วมมือหลากมิติ
Politics นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความร่วมมือหลากมิติ
ครั้งแรกในไทย! กลุ่มแม่ทองสุก เปิดตัว MTS Gold Investment Token ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้
Finance ครั้งแรกในไทย! กลุ่มแม่ทองสุก เปิดตัว MTS Gold Investment Token ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ดูทั้งหมด

‘บรรยง พงษ์พานิช’ ผ่าทางตันรัฐไทย: เลิกอุ้มเจ้าสัว-ลดอำนาจรัฐ เพิ่ม Productivity ประเทศ

04 มี.ค. 2569 | 18:50น.
คุณ**บรรยง พงษ์พานิช** ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ในงานสัมมนาหัวข้อ “มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ต่อทิศทางนโยบายภาครัฐใน 4 ปีข้างหน้า” ที่สมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

“ผมเป็นพวกเสรีนิยมใหม่ คือพวกที่เชื่อว่ารัฐต้องเล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้ และทำให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรัฐโดยหลักการคือไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีรัฐที่เก่งและดีในโลกนี้ คำว่าเก่งคือมีประสิทธิภาพ และคำว่าดีคือไม่โกง”

คำกล่าวข้างต้นคืออารัมภบทที่ตรงไปตรงมาของ “บรรยง พงษ์พานิช” ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ในงานสัมมนาหัวข้อ “มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ต่อทิศทางนโยบายภาครัฐใน 4 ปีข้างหน้า” จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงจุดบอด เชิงโครงสร้างของรัฐไทยที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

ชำแหละรัฐไทย “ใหญ่-บวม-ไร้ทิศทาง”

บรรยงวิเคราะห์ว่า ภายใต้แนวคิดเสรีนิยมใหม่ เป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะยอมรับแนวทางนี้ เพราะ “กว่าจะได้อำนาจมามันเหนื่อย พอได้มาแล้วจะมาแนะนำให้ลดอำนาจ… เมื่อพูดถึง ‘รัฐใหญ่’ มันหมายถึง 3 มิติ คือ ขนาด บทบาท และอำนาจ” ในเชิง “ขนาด” เมื่อเทียบกับ GDP แม้ตัวเลขงบประมาณไทยจะอยู่ที่ประมาณ 20% ของ GDP ซึ่งดูไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศยุโรปเหนือที่มีงบประมาณเกือบ 50% ของ GDP แต่ความแตกต่างที่น่าตกใจอยู่ที่ “ไส้ใน” ของงบประมาณ

“ของเขา (ยุโรป) 80% เป็นงบสวัสดิการหรือการกระจายรายได้ใหม่ (Redistribution) ขณะที่งบดำเนินการเล็กนิดเดียว แต่ของไทยสลับข้างกัน งบประมาณ 80% ของเราเป็นงบดำเนินการ”

นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นการขยายตัวของข้าราชการไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จาก 1.3 ล้านคน พุ่งขึ้นเป็น 2.2 ล้านคน (และปัจจุบันแตะระดับ 3.1 ล้านคน) ซึ่งเป็นการขยายตัวที่มากกว่าการเติบโตของ GDP อย่างมาก ส่งผลให้งบเงินเดือนและสวัสดิการรัฐไทยสูงเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย หรือคิดเป็น 8% ของ GDP รองจากเพียงกาตาร์และมัลดีฟส์เท่านั้น ขณะที่สิงคโปร์อยู่เพียง 2.5% และญี่ปุ่นที่มีประชากรมากกว่าไทย 2 เท่า กลับมีข้าราชการเพียง 5 แสนคน

“และถ้าทำตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ เราต้องตั้งหน่วยงานรัฐเพิ่มอีกถึง 52 แห่ง” บรรยงกล่าวเสริมถึงทิศทางที่สวนทางกับโลก

“บทบาท-อำนาจ” อุปสรรคการพัฒนา

ในมิติของ “บทบาท” บรรยงเสนอว่าบทบาทของรัฐในการเข้าแทรกแซงเศรษฐกิจควรเป็นเรื่องชั่วคราว (Temporary) แต่ของไทยกลับเป็นการเข้ามาแล้ว “แช่แข็ง” โดยเฉพาะการช่วยเหลือภาคเกษตรที่ไม่เคยถอนตัวออกมาได้เลย จนเกิดการบิดเบือนกลไกตลาดมหาศาล รวมถึงบทบาทผ่านรัฐวิสาหกิจที่มีมูลค่ามหาศาลถึงปีละ 6 ล้านล้านบาท

ส่วนมิติของ “อำนาจ” คือเรื่องของกฎระเบียบ (Regulation) ที่ไทยมีกฎหมายอยู่กว่า 1 แสนข้อ มีใบอนุญาตกว่า 5,000 ชนิด ขณะที่มาตรฐาน OECD แนะนำว่าไม่ควรเกิน 500 ชนิด การที่ทุกอย่างต้องผ่านรัฐหมดทำให้ต้องเพิ่มทั้งคนและงบประมาณ กลายเป็นอุปสรรคแทนที่จะเป็นตัวส่งเสริม

“เหตุผลสำคัญที่สุดที่การปฏิรูปไม่เดินหน้า คือเวลาจะแก้กฎ เรากลับไปถาม ‘เจ้าของอำนาจ’ ว่าควรแก้ไหม ซึ่งไม่มีใครอยากลดอำนาจตัวเอง เขามีเหตุผลสารพัดที่จะเก็บอำนาจไว้”

กับดัก Productivity ภาคเกษตรและบริการ

ปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทยคือประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ที่ไม่เพิ่มขึ้นใน 2 เซกเตอร์หลัก คือ เกษตรและบริการ

คุณบรรยงยกตัวอย่างออสเตรเลียที่มีแรงงานเกษตรเพียง 2.5% แต่ผลิตรายได้ได้ 2.8% ของ GDP ทำให้เกษตรกร 1 คนสร้างรายได้ถึง 75,000 เหรียญต่อปี ขณะที่ไทยใช้แรงงานเกษตรสูงถึง 20% แต่ผลิตได้เพียง 8% ของ GDP หมายความว่า Productivity ต่อหัวของไทยไม่ถึง 4,000 เหรียญต่อปี หรือ “น้อยกว่าออสเตรเลียถึง 20 เท่า มันเป็นไปได้อย่างไร?”

ทางออกที่เสนอคือ การเลิกแทรกแซงและส่งเสริมการรวมกลุ่มแบบ Cluster เหมือนในอิตาลีหรือเนเธอร์แลนด์ ที่เกษตรกรรวมตัวกันสร้างบริษัทกลางทำหน้าที่วิจัยและแปรรูป โดยให้เอกชนมืออาชีพเป็นผู้บริหารจัดการ

คุณ**บรรยง พงษ์พานิช** ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ในงานสัมมนาหัวข้อ “มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ต่อทิศทางนโยบายภาครัฐใน 4 ปีข้างหน้า” ที่สมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

“ชาตินิยม” ที่เอื้อกลุ่มทุน-ทำร้ายผู้บริโภค

สำหรับการลดลงของ Productivity ในภาคบริการ บรรยงชี้ว่าเกิดจากลักษณะ 3 ประการคือ

  1. การปกป้อง : กฎหมายที่บังคับให้คนไทยถือหุ้นใหญ่ทำให้ไม่ต้องแข่งกับโลก
  2. การผูกขาด : เกิดการรวมกลุ่มผูกขาดได้ง่าย เช่น ค้าปลีก ธนาคาร ประกัน
  3. อำนาจรัฐ: เป็นภาคส่วนที่เกิดคอร์รัปชันได้ง่ายที่สุด

“ในนามแห่งความรักชาติ เราไปคุ้มครองมหาเศรษฐี เจ้าสัว ในธุรกิจธนาคาร สายการบินโทรคมนาคม บนต้นทุนของผู้บริโภคและศักยภาพการแข่งขันของประเทศ คำแนะนำของผมต้อง ‘เปิดเสรี’ ทั้งหมด”

บทเรียน “การบินไทย” และรัฐวิสาหกิจ

ในช่วงท้าย กรณีศึกษา “การบินไทย” บรรยงชี้ว่าการที่บริษัทฟื้นตัวได้เพราะเลิกเป็นรัฐวิสาหกิจและใช้มืออาชีพเข้ามาบริหาร จนค่า PE อยู่ที่ 6 เท่า แต่ทันทีที่รัฐซึ่งถือหุ้น 38% กลับมาทำตัวเหมือนเจ้าของ 100% โดยการตั้งกรรมการเองและไล่ทีมบริหารที่ทำแผนฟื้นฟูออก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นตลาดลดลงและหุ้นร่วง

“รัฐควรขายหุ้นให้เหลือ 25% แล้วประกาศถอนตัวจากการตั้งกรรมการ ปล่อยให้กลไกตลาด (Market Governance) ทำงาน แค่ประกาศแบบนี้ PE ขึ้นแน่นอน และช่วยตลาดทุนด้วย”

คุณบรรยงทิ้งท้ายถึงบทสรุปของปัญหาว่า รัฐต้องค่อยๆ ถอยออกมาจากการเป็นผู้เล่นหลัก “การแนะนำให้ผู้มีอำนาจลดอำนาจตัวเองคือเรื่องที่ยากที่สุด แต่ถ้าประชาชนส่งเสียงดังๆ มันอาจจะเกิดขึ้นได้” เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากหล่มของการเป็นรัฐที่ใหญ่แต่ไร้ประสิทธิภาพ และก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันอย่างเสรีจริง ๆ