เล็งคุย ‘รัสเซีย’ ขอซื้อน้ำมันเพิ่ม ย้ำไม่ขาดแคลน ยังมี 36 ลูกเรือไทยอยู่ที่ UAE
เล็งคุย 'รัสเซีย' ขอซื้อน้ำมันเพิ่ม ย้ำไม่ขาดแคลน ยังมี 36 ลูกเรือไทยอยู่ที่UAE
พิพัฒน์ เผยหาน้ำมันดิบสำรองเพิ่มเป็น 98 วัน ขอ ปชช.มั่นใจไม่ขาดแคลน เล็งเจรจารัสเซียขอซื้อเพิ่ม ย้ำเบนซินต้องปล่อยราคาตามกลไกตลาด ‘กรมเจ้าท่า’ เผยยังมีเรือบริษัทไทย สัญชาติสิงคโปร์ พร้อมลูกเรือไทย 36 คนจอดเทียบท่าที่ UAE
ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ฯ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานด้านพลังงาน และกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการประชุมด้วยนั้น
นายพิพัฒน์แถลงผลการประชุมเรื่องค่าการกลั่นที่มีการขยับขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท ว่า ต้องให้สมาคมโรงกลั่นและอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมาช่วยชี้แจง แต่สิ่งสำคัญที่สุด ยืนยันถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในเรื่องของราคาน้ำมันดีเซล ที่จะต้องตรึงราคาไปจนถึงวันที่ 16 มีนาคม หลังจากนั้นจะมีการประชุมกับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ว่าหลังครบกำหนด 15 วันจะต้องมีการขยับราคาน้ำมันดีเซลอย่างไร
ซึ่งน่าจะมีข้อสรุปหลังการประชุมในวันที่ 16 มีนาคม น่าจะมีการแถลงข่าวให้คนไทยได้ทราบว่าหลังจากวันที่ 16 มีนาคม ราคาน้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลจะมีการปรับอย่างไร โดยเฉพาะราคาหน้าสถานีบริการน้ำมัน ส่วนน้ำมันภาคอุตสาหกรรมที่ปกติจะซื้อในระบบขายส่ง ส่วนใหญ่จะซื้อจาก ปตท. บางจาก หรือคาลเท็กซ์ ที่มีบริษัทค้าส่งเป็นของตัวเอง

ส่วนนอกเหนือจากนี้แม้จะไม่มีบริษัทขายส่งแต่ก็มีบริษัทขายปลีก หน้าสถานีบริการ เช่น บริษัท พีที บริษัท ซัสโก้ หรือบริษัท เชลล์ ก็ต้องมีการพูดคุยถึงลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมทุกประเภท ทั้งอุตสาหกรรมการขนส่ง อุตสาหกรรมโรงงาน หรือสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงภาคการเกษตร ซึ่งจะต้องมีการหารือกันว่าจะทำอย่างไร
และกระทรวงพลังงาน ก็ต้องหารือว่าในขั้นต่อไปจะเป็นอย่างไร ส่วนน้ำมันเบนซินขณะนี้น่าจะมีการปรับในแต่ละสัปดาห์ จะปรับไปตามสถานการณ์ของราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นตลอดเวลา อย่างไรก็แล้วแต่ขอยืนยันว่าขณะนี้เราสามารถหาน้ำมันดิบสำรอง ที่จะนำมากลั่นขยายเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 98 วัน
นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังมีความมั่นใจว่าจะสามารถจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มได้ โดยปัจจุบันแหล่งน้ำมันดิบ 50% มาจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังมีอีก 50% ที่เป็นน้ำมันนอกอ่าว ซึ่งรัฐบาลพยายามจะขอเจรจาขอซื้อเพิ่มขึ้น
มีข่าวดีเล็ก ๆ จากการประกาศของสหรัฐอเมริกาว่าขณะนี้เลิกบอยคอตน้ำมันจากรัสเซีย ที่จะส่งออกขายให้กับประเทศอื่น ซึ่งไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่จะเข้าไปเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย โดยในส่วนน้ำมันดีเซลได้เติมไบโอดีเซลเป็น 7% แต่ในอนาคตน่าจะต้องเพิ่มเป็น 10% ไปจนถึง 20% ซึ่งในอดีตคือขยายไปถึง 20%
สำหรับรถบรรทุกที่สามารถใช้ได้ทุกยี่ห้อ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ารัฐบาลสามารถจัดหาน้ำมันมาสำรองได้โดยไม่ขาดตลาดอย่างแน่นอน แต่ในเรื่องของราคาก็จำเป็นต้องปล่อยไปตามกลไกของตลาดในภาวะสงคราม

ด้าน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย มาพบ โดยฝ่ายไทยได้ประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษ และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยได้แสดงความเสียใจและจะรายงานการประชุมสูงสุดของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป
ในโอกาสนี้ฝ่ายไทยยังได้ย้ำความกังวลอย่างยิ่งต่อความรุกรามบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาค และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งใช้ความยับยั้งชั่งใจและกลับเข้าสู่กระบวนการทางการทูต รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์
พร้อมกันนี้ นายปาณิดลยังเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศโอมาน โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมรับฟังด้วย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอบคุณโอมานที่ได้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างทันท่วงที และขอให้ฝ่ายโอมานช่วยเร่งดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน ยืนยันว่าพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และหวังว่าจะพบลูกเรือทั้ง 3 คนโดยเร็ว
ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า หน่วยงานของไทยจะดำเนินการทุกวิถีทางอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้สามารถค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือทั้งสามคนได้โดยเร็วที่สุด เพราะความปลอดภัยของคนคนไทยคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด
ส่วนสถานะของลูกเรือไทย 20 คนที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว นายปาณิดลกล่าวว่า ได้รับรายงานว่าเจ้าของเรือจะนำลูกเรือเดินทางด้วยรถยนต์ออกจากเมืองคาซาบ โอมาน ไปสนามบินมัสกัต เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป โดยสถานเอกอัครราชทูตนักกรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้กับลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว และได้มอบถึงลูกเรือเรียบร้อยแล้ว คาดว่าลูกเรือจะสามารถออกเดินทางจากเมืองมัสกัตได้โดยเร็ววัน
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวต้องเดินทางผ่านยูเออี ก่อนกลับเข้าโอมานอีกครั้ง สถานทูตที่เกี่ยวข้องได้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านแดนของลูกเรือ จนกว่าจะสามารถเดินทางขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับไทยได้
สำหรับพัฒนาการสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวมยังความรุนแรงตึงเครียด และเริ่มมีสัญญาณจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่จะยุติความขัดแย้ง ซึ่งมาพร้อมกับเงื่อนไขของแต่ละฝ่าย โดยผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์ครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยย้ำว่าหากไม่มีการปิดฐานทัพสหรัฐ อิหร่านจะโจมตีฐานทัพสหรัฐและอิสราเอลในภูมิภาคต่อไป และจะยังคงการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม
ล่าสุดมีรับรายงานว่าอิหร่านได้วางทุนระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ และยังคงมีการโจมตีเรืออย่างต่อเนื่อง นอกชายฝั่งยูเออีส่งผลให้การขนส่งน้ำมันหยุดชะงักบางส่วน และเริ่มมีการหารือมาตรการที่จะควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว
ในส่วนกรอบอาเซียนวันนี้เวลา 13.30 น. จะมีการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทยเพื่อหารือถึงสถานการณ์และผลกระทบต่อภูมิภาครวมถึงแลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือในระยะยาว ซึ่งภายหลังการหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะมีการแถลงข่าวในเวลา 14.30 น. เพื่อสรุปผลการประชุมรวมทั้งพัฒนาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง

ด้าน นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นอกจากเรือมยุรี นารี ที่ลอยลำอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ไม่มีเรือไทยหรือเรือที่มีสัญชาติไทยลอยลำอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง ที่จดทะเบียนเป็นเรือสัญชาติสิงคโปร์จอดเทียบท่าอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จำนวน 2 ลำ ซึ่งมีลูกเรือคนไทย
โดยลำแรก มีลูกเรือคนไทย 14 คน ลูกเรืออินเดีย 8 คน ส่วนอีกลำเป็นลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน ทั้งนี้ยืนยันว่าเรือทั้ง 2 ลำ เป็นเรือบริษัทไทย แต่มีสัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งขณะนี้ยังมีความปลอดภัย

ขณะที่ พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง กองทัพเรือ ในสั่งการให้เสนาธิการทหารเรือและกลไกที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงได้ประสานการปฎิบัติและเฝ้าระวังตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์
ฉะนั้นจะได้เห็นว่าการดำเนินการของกองทัพเรือที่ผ่านมา ได้ออกการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด 4 ฉบับ ส่วนเหตุผลของเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ร้อนใจและได้เชิญผู้ประกอบการ ทุกภาคส่วนที่เดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงเนื่องจากพบว่ามีสถิติของการขนส่งที่ลดลงจาก 183 ลำเหลือจำนวนเลขตัวเดียว
เนื่องจากกลไกการขนส่งพลังงานทางทะเลถือเป็นเส้นเลือดหลักที่กระทบต่อความมั่นคง กองทัพเรือที่มีบทบาทในการเฝ้าระวังผลเส้นทางคมนาคมกระทบทางทะเล การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์ ซึ่งมีศูนย์ติดตามสถานการณ์และศูนย์ปฏิบัติการ ของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และศูนย์ปฏิบัติการของกรมเจ้าท่า ได้ทำงานร่วมกันในการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นคำแนะนำต่าง ๆ ที่ออกไปจึงมีผลที่ช่วยให้เรือต่าง ๆ ได้มีความพร้อมมากขึ้น
ทั้งนี้ พล.ร.ต.จุมพล เปิดเผยว่า สถานการณ์ ณ ปัจจุบันยังไม่พบทุนระเบิดลอยน้ำในช่องแคบฮอร์มุซแต่อย่างใด และการตรวจสอบในพื้นที่ทำได้ยากเนื่องจากเรือมีการผ่านเพียงแค่หนึ่งลำที่เหลือยังจอดอยู่ในท่า อีกทั้งในพื้นที่ยังมีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของการกำหนดตำแหน่งที่เรือและอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียม
ดังนั้นการเข้าพื้นที่จึงถือว่ามีความเสี่ยง โดยเมื่อวานนี้องค์การทางเดินเรือระหว่างประเทศ เลยออกมาตรการยกระดับเป็นพื้นที่งดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยง 100% จึงขอย้ำว่าขณะนี้ไม่มีเรือไทยเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติม เหลือเฉพาะเรือบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งวันนี้กองทัพเรือก็จะออกการแจ้งเตือนตามข้อมูลที่ได้รับและจะติดตามข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง ตามพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเต็มขีดความสามารถ