เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
World สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
“รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
Business “รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
Economic ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
50th Impact ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
ดูทั้งหมด

ทวี ชำแหละ กบง. ชี้ ราคาน้ำมันอ้างอิงสิงคโปร์ เล่ห์กลสูบเงินคนไทย

01 เม.ย. 2569 | 13:13น.
น้ำมัน ราคาน้ำมัน สถานการณ์น้ำมัน

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ชำแหละ 4 มติ กบง. ส่งผลกระทบประชาชน ชี้ ราคาน้ำมันอ้างอิงสิงคโปร์ เล่ห์กลสูบเงินคนไทย ลั่น น้ำมันที่ขายในประเทศ ต้องใช้ต้นทุนการผลิตจริงในไทย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กถึงวิกฤตราคาน้ำมัน ระบุว่า “ราคาน้ำมันอ้างอิงสิงคโปร์ เล่ห์กลสูบเงินคนไทย”

เจาะลึกราคาน้ำมันอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ ต้นตอมาจากมติ กบง. ครั้งที่ 8/2561 (20 เมษายน 2561) ซึ่งในขณะนั้นมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่มีประวัติเคยเป็นผู้บริหารบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่และมีโรงกลั่นมาก่อน

มติ กบง. ครั้งดังกล่าวถูกใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องที่ 3 ว่าด้วย “หลักเกณฑ์การคำนวณราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าจับตา ดังนี้

ชำแหละ 4 มติ กบง. ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

• มติข้อที่ 1 : การอนุมัติสูตรคำนวณราคาหน้าโรงกลั่นแบบบวก “พรีเมี่ยม” (Premium)

เป็นการบวกต้นทุนแฝงเข้าไปในราคาน้ำมันทุกลิตร ประกอบด้วย

• ค่าปรับคุณภาพน้ำมัน 0.26 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

• ค่าขนส่ง World Scale ด้วยเรือขนาด LR1 แบบ Long Term Charter (สิงคโปร์-ศรีราชา)

• ค่าขนส่งทางท่อ (ศรีราชา-กรุงเทพฯ)

• ค่าประกันภัยร้อยละ 0.084 ของ C&F

• ค่าสูญเสียร้อยละ 0.3 ของ CIF

• ค่าสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง 0.68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

นี่คือการใช้หลักการ Import Parity หรือการ “สมมุติว่าไทยไม่มีโรงกลั่น” บังคับให้คนไทยจ่ายเงินเสมือนว่านำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ ทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าขนส่งและค่าประกันภัยทิพย์ รวมถึงค่าสำรองน้ำมันที่ผู้ค้าควรเป็นผู้แบกรับตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ค่าสูญเสียน้ำมัน (0.3%) ยังกลายเป็นรายได้แฝงของกลุ่มทุน ทั้งที่ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันถึง 6 แห่ง และมีกำลังการผลิตเกินความต้องการจนสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้

• มติข้อที่ 2 : การการันตีกำไรให้กลุ่มทุน (1.85 บาทต่อลิตร)

มีการเห็นชอบค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสมที่ 1.85 บาทต่อลิตร โดยระบุว่าจะมีการทบทวนตามการเปลี่ยนแปลง ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์

มติข้อนี้ส่งผลให้ยิ่งที่ดินแพง กลุ่มทุนยิ่งมีข้ออ้างในการขอเพิ่มกำไร ทั้งที่ราคาที่ดินไม่ได้เกี่ยวพันกับประสิทธิภาพการขายน้ำมันโดยตรง ปั๊มน้ำมันที่ตั้งอยู่บนที่ดินราคาถูกพลอยได้อานิสงส์ล็อกกำไรนี้ไปด้วย ทำให้ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิในการเลือกซื้อน้ำมันในราคาที่ถูกกว่าความเป็นจริง

• มติข้อที่ 3 และ 4 : การปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร

สั่ง “ห้าม” ผู้ค้าน้ำมันแจ้งราคาปลีกล่วงหน้า และสั่งให้กรมการค้าภายในคอยตรวจสอบผู้ที่ฝ่าฝืน โดยอ้างเหตุผลว่าขัดต่อ “การแข่งขันทางการค้า”

แท้จริงแล้ว นี่คือการทำให้ประชาชน “ตั้งตัวไม่ติด” ไม่สามารถวางแผนการเงินได้ และปิดโอกาสไม่ให้ประชาชนเลือกไปเติมน้ำมันที่ปั๊มอื่นก่อนจะมีการปรับขึ้นราคา

โครงสร้างคณะกรรมการพลังงาน : ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน

มติ กบง. ที่อ้างอิงราคาสิงคโปร์ ได้สร้างหลักประกันให้นายทุนพลังงานกลายเป็น “เสือนอนกิน” รับผลกำไรจากราคาทิพย์ที่สูบเอาจากคนไทย ถึงเวลาแล้วที่ต้องรื้อสูตรคำนวณเพื่อคืนความเป็นธรรม มติ กบง. ไม่ใช่กฎหมาย และไม่มีกฎหมายฉบับใดบังคับให้ต้องใช้ราคาอ้างอิงจากสิงคโปร์

น้ำมันที่ขายในประเทศต้องใช้ต้นทุนการผลิตจริงในไทย ส่วนน้ำมันที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ จึงจะสามารถใช้ราคาอ้างอิงสิงคโปร์เพื่อแข่งขันในตลาดโลกได้

การบริหารจัดการพลังงานของไทยดำเนินงานในรูปของ “คณะกรรมการ” ต่าง ๆ อาทิ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.), คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.), คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) หรือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

ปัญหาที่พบคือ กรรมการบางส่วนมีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นตัวแทนเชิด (Nominee) ของกลุ่มทุนพลังงาน หรือขาดความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้มติที่ออกมามักเอื้อประโยชน์ให้ตนเองหรือพวกพ้อง สร้างความเสียหายต่อส่วนรวม

พลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ถือเป็นโครงสร้างหรือโครงข่ายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ซึ่งตามหลักรัฐธรรมนูญได้ บัญญัติมิให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด

ดังนั้น การปฏิรูปพลังงานต้องเริ่มต้นที่การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่น้อยที่สุดแต่ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสูงสุดสำหรับประชาชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทวี สอดส่อง น้ำมัน