พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
รมว.กลาโหม แจงปม ‘จีน’ ส่งรถถัง T59D ให้ ‘กัมพูชา’ เป็นดีลเก่าใช้ซ้อมรบ ยันการข่าวยังไม่พบนำมาชายแดน เตือน ‘ฮุน เซน’ จะใช้กำลังก็ต้องคิดให้ดี ขอคนไทยเชื่อมั่นกองทัพพร้อมตลอดเวลา
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีทางการจีนได้ขอเข้าพบหลังส่งรถถัง T59D ให้กัมพูชาจำนวน 39 คัน ว่าเมื่อวาน (9 มิ.ย.) ผมเดินทางไปกับนายกรัฐมนตรีที่ประเทศเวียดนาม ไปร่วมประชุมและพาผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และมีโอกาสได้พบรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมของเวียดนาม ซึ่งเป็นเรื่องปกติในโอกาสที่ผมได้รับตำแหน่งใหม่
เมื่อถามถึงกรณีที่จีนส่งมอบรถถังให้กับกัมพูชา ทางจีนอธิบายเรื่องนี้ให้กับฝ่ายไทยฟังอย่างไรบ้าง พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า จีนและกัมพูชา มีการฝึกร่วมกันมานานตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นรถถังเก่าที่จีนได้รีโนเวตขึ้นมาใหม่ และไทยก็รับทราบมาว่าทางกัมพูชามียุทโธปกรณ์ใหม่ ซึ่งนำมาใช้ในการป้องกันประเทศ
เมื่อถามว่าการส่งมอบรถถังในครั้งนี้จะมีผลต่อการป้องกันชายแดนไทยหรือไม่ พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า คงต้องดูว่ากัมพูชานำมาไว้ที่ไหน ตอนนี้ทางการข่าวรับทราบว่ามีการนำเข้ามาที่ท่าเรือของกัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาที่ชายแดน และขณะนี้เรามี Joint Statement ในเรื่องของการนำยุทโธปกรณ์และกำลังพลเข้ามาพื้นที่ชายแดน
เมื่อถามว่า การส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นดีลเก่าระหว่างจีนและกัมพูชาใช่หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ระบุว่า
เป็นดีลเดิม แต่เราไม่ได้ประมาท เรารู้ว่าเป็นดีลเดิมในการฝึกร่วมกัน ที่มีการรับปากกันว่าจะมีการนำยุทโธปกรณ์บางส่วน ซึ่งก็คือรถถัง T59D
เมื่อถามว่าไทยจะมีการโต้แย้งหรือหารือจีนในประเด็นนี้หรือไม่ เพราะตามสัญญาจะมีการส่งมอบรถถังถึง 93 คัน พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า ต้องดูว่ากัมพูชานำมาแล้วเอามาไว้ในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ และทางจีนก็ยังบอกว่าจะมีการส่งมอบเรือให้กับกัมพูชาด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มา
เมื่อถามว่าจะมีการเดินทางหารือกับจีนในประเด็นนี้หรือไม่ พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า หลังจากนี้ผมน่าจะได้เดินทางไปพบในโอกาสที่รับหน้าที่ใหม่ ซึ่งจะต้องพบทุกประเทศที่เป็นพันธมิตรกับไทย สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปฝรั่งเศสมา และเวียดนาม รวมถึงรัสเซีย ที่จะเดินทางไปอีกรอบหนึ่ง
เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่า ทำไมกัมพูชาถึงมีอาวุธเข้ามาตอนนี้ พล.ท.อดุลย์มองว่าตอนที่มีการสู้รบกัน หากเราสังเกตดูหลังจากสู้รบกับไทยจบ เรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบในพื้นที่ เราทราบกันอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่กัมพูชาพยายามจะสร้างกระแสความรักชาติ ให้เกิดขึ้นในประเทศหรือการหาเสียงของเขาภายในประเทศ เราห้ามเขาพูด เขาทำอะไรไม่ได้
แต่ถ้ามีผลคุกคามกับไทยในทางนโยบาย ซึ่งเราจะสังเกตว่านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ได้เดินสายในลักษณะการทูตเชิงรุกกับทุกประเทศ ตั้งแต่ฝรั่งเศส เวียดนาม
และขณะนี้กำลังเดินทางไปญี่ปุ่น มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เคยเกิดแบบนี้มาก่อน เป็นงานการทูตเชิงรุกที่ทำควบคู่กับงานด้านความมั่นคง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ผมก็มีหน้าที่ของเรื่องนโยบาย และในเรื่องของความพร้อม ขอให้เชื่อว่ากองทัพ กองกำลัง และหน่วยในพื้นที่มีความพร้อม
ส่วนการยั่วยุมันมีอยู่แล้ว กัมพูชาต้องการให้เราทำตามในสิ่งที่ต้องการ แต่เราก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ เดิมในการพูดคุยตาม Joint Statement ต้องยืนยันตามนี้ กัมพูชาอยากให้มีการพูดคุยในวง JBC และ GBC แต่หากกัมพูชาไม่ทำตาม Joint Statement เรายืนยันว่าขอให้มั่นใจในศักยภาพกองทัพ ในตัวรัฐบาล และทุกหน่วย
เมื่อถามว่ามีการนำประเด็นดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่สมเด็จฮุน เซนประกาศทวงคืนดินแดนจากฝ่ายไทย พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า ผมไม่แน่ใจว่าสมเด็จฮุน เซนพูดจริงหรือไม่จริง ในเรื่องการทวงพื้นที่ ทั้งด้านการทูตและการใช้กำลัง แต่ถ้าใช้กำลังหากมีการคิดในเชิงนี้ เมื่อวานนี้ (9 มิ.ย.) นายกรัฐมนตรีก็บอกแล้วว่าให้ท่านคิดดี ๆ
เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนอย่างไร พล.ท.อดุลย์ย้ำว่า ผมก็บอกแล้วว่า ถ้าท่านจะใช้กำลังก็ให้ท่านคิดดี ๆ