สธ.ย้ำเงินบัตรทองหาย 6 หมื่นล้าน สปสช.แจงใช้จ่ายโรงพยาบาลสังกัดสาธารณสุข
รมว.สธ. ย้ำงบบัตรทอง 6 หมื่นล้าน ไม่หายไปไหน หลังขีดเส้นหน่วยงาน 7 วัน ชี้จัดสรรกระจายไปบริการดูแลประชาชน 80% ของประเทศ เผยเตรียมปรับวิธีทำงานให้สอดคล้อง พ.ร.บ.ปฐมภูมิ ยันต้องคุ้มค่าทุกบาท
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงถึงกรณีการจัดสรรงบประมาณกองทุนบัตรทองปี 2568 จำนวนเงิน 60,000 ล้านบาท ว่า งบที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ได้รับในปี 2568 ไม่นับเงินเดือนจะได้รับอยู่ที่ประมาณ 170,000 ล้านบาท ซึ่งในระบบของโรงพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุขจะมีบันทึกรายรับจากงบประมาณตรงนี้ประมาณ 110,000 ล้านบาท เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมจึงได้ตั้งคำถามไปว่างบประมาณ 60,000 ล้านบาทหายไปไหน

ซึ่ง สปสช. มีอนุกรรมการด้านการเงินชี้แจงว่าเงินจำนวนนี้อยู่นอกระบบของกระทรวงสาธารณสุข และมีอีก 10,000 กว่าล้านบาท ที่ สปสช.ใช้กระทรวงสาธารณสุขผ่านโรงพยาบาลราชวิถีเป็นช่องทางในการจัดซื้อยา และอาจจะมี 3,000 ถึง 4,000 ล้านบาท ที่ไม่ได้เป็นเรื่องของการซื้อยา แต่ไปยังโรงพยาบาลนอกสังกัดโรงพยาบาลสาธารณสุข เช่น สังกัดกระทรวงกลาโหม สังกัดกรุงเทพมหานคร
และอีกครึ่งหนึ่งถูกจัดสรรไปให้กับคลินิก รวมถึงหน่วยให้บริการเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่เราต้องดูว่าการให้บริการมีประสิทธิภาพ มีหลักเกณฑ์และมาตรฐานหรือไม่ และหากต้องมีการปรับปรุงในการวางเงินเหล่านี้ไปที่ใดควรจะต้องถูกหยิบยกมาหารือในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
โดยรวม ๆ จะอยู่ที่ประมาณ 120,000 กว่าล้านบาท ที่กระทรวงสาธารณสุขมีเงินผ่านมือ
เพราะฉะนั้นงบประมาณ 60,000 ล้านบาท จะเป็นการจัดสรรให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูแลประขาชนราว ๆ 80% ของประเทศ ทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่เราเจอ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 50,000 ล้านบาท
พร้อมยืนยันว่านโยบายของผมและรัฐบาลเงินภาษีของประชาชนต้องอธิบายได้ ว่าเส้นทางการเงินต่าง ๆ ได้ถูกนำไปวางจัดสรรไว้ที่ไหน และ สปสช.เองต้องนำข้อมูลเหล่านี้ออกมาให้เกิดความชัดเจน
ส่วนหากหน่วยงานเหล่านี้มีเงื่อนไขทางกฎหมายเปิดช่องให้สามารถรับเงินได้หรือไม่นั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องติดตามดูกัน ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ประธานอนุกรรมการด้านการเงินให้ชี้แจงภายใน 7 วัน
ซึ่งต้องชี้แจงลงไปในรายละเอียดถึงหน่วยที่รับเงิน กิจกรรมต่าง ๆ และการกระจายตัวของเงินว่าเป็นอย่างไร ที่ต้องมีเอกสารหลักฐานและการตรวจสอบไปพร้อมพร้อมกัน ว่าการใช้เงินเหล่านั้นนำไปปฏิบัติงานจริงหรือไม่
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังมีพระราชบัญญัติปฐมภูมิ ปี 2562 ที่จะต้องวางมาตรฐานการให้บริการต่าง ๆ ของงานป้องกันและงานส่งเสริมเรื่องระบบสาธารณสุขหรือสุขภาพ โดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งรัดให้เกิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับหน่วยบริการในสังกัด สปสช. รวมถึงสังกัดอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้เห็นว่าหากมีการเบิกงบประมาณไปใช้ในการดูแลประชาชนจะต้องได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงสาธารณสุขนำงบประมาณไปใช้กับกิจกรรมต่าง ๆ ค่อนข้างมาก นายพัฒนาระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่ทั้งลึกและกว้าง ดูแลประชาชนทั่วประเทศ และมีภารกิจต่าง ๆ มากมาย ช่วงที่ผมรับตำแหน่งที่ผ่านมามีเวลา 2-3 เดือน จะเห็นว่าผมลงพื้นที่ในภูมิภาคค่อนข้างมาก มีการพูดคุยในเรื่องการบริหารราชการของโรงพยาบาล และมีการนำนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติในเรื่องของนวัตกรรม AI ต่าง ๆ
ดังนั้นต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ทำให้เห็นในภาพกว้างว่ามีการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งเรื่องการใช้งบประมาณเป็นเรื่องของโรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่เป็นผู้จัดสรร ซึ่งยึดหลักให้ทุกโรงพยาบาลใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า