เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
Politics ‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
Politics ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
Tech จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
Finance PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
ทรัมป์ มัดรวมบิ๊กเทค วางกรอบให้ AI โตแรง-ไม่แหกกฎ
Tech ทรัมป์ มัดรวมบิ๊กเทค วางกรอบให้ AI โตแรง-ไม่แหกกฎ
สภาพัฒน์กาง ‘แผน 14’ ดัน GDP โตเกิน 3% ปักธงไทยติด Top 20 โลกปี 2572
Finance สภาพัฒน์กาง ‘แผน 14’ ดัน GDP โตเกิน 3% ปักธงไทยติด Top 20 โลกปี 2572
น้ำท่วมกระทบ ‘สวนสยาม’ ปิดปรับปรุง คาดใช้เวลาฟื้นฟู 6 เดือน
Business น้ำท่วมกระทบ ‘สวนสยาม’ ปิดปรับปรุง คาดใช้เวลาฟื้นฟู 6 เดือน
‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ คลังเคาะผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ 11.25 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 ล้านคน
Finance ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ คลังเคาะผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ 11.25 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 ล้านคน
คนไทยแห่ซื้อทองผ่านแอป Dime! โต 95% ทะลุ 5.1 แสนล้าน จับมือ MTS-YLG เปิดถอนทองจริง
Finance คนไทยแห่ซื้อทองผ่านแอป Dime! โต 95% ทะลุ 5.1 แสนล้าน จับมือ MTS-YLG เปิดถอนทองจริง
ดูทั้งหมด

‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม

30 ก.ย. 2569 | 13:53น.
ปกรณ์ ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม

มือกฎหมายรัฐบาล ฉายภาพแนวทางปฏิรูปภาครัฐ-ปลดล็อกประเทศไทยให้ไปต่อ แนะรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม ชี้หัวใจการพัฒนาต้องทำให้ยั่งยืน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ร่วมการประชุมประจำปี 2569 ของ สภาพัฒน์ ที่จัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 หรือ แผน 14 (พ.ศ. 2571–2575) พร้อมร่วมวงเสวนา โดยกล่าวในประเด็น ”การปฏิรูปภาครัฐ ปลดล็อกประเทศไทยให้ไปต่อ“

แผนสภาพัฒน์ 14 ต้องสมดุล เศรษฐกิจ-สังคม

นายปกรณ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนมองเห็นภาพร่วมกันว่าตอนนี้ประเทศอยู่ในสถานะใด แต่ส่วนตัวในฐานะกฎหมายมองว่า วิวัฒนาการโลกเดิมเปลี่ยนแปลงไปช้ามากจึงทำให้เรามักไม่ได้มองโลกภายนอกสักเท่าไหร่ และการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างก็สั้นลงเรื่อยๆ ซึ่งนี่ถือเป็นความท้าทายที่ทั่วโลกต้องเจอ อาทิ เทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมผู้คนเปลี่ยน และจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม

ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงในการทำแผนพัฒนาประเทศ คือ เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้คนที่เปลี่ยนไป พร้อมย้ำว่า การทำแผนพัฒนาที่ 14 จะต้องสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับสังคม 

ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ เกิดขึ้นทุกวันและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากข้อตกลงต่างๆ สำหรับประเทศไทยคีย์เวิร์ดสำคัญคือเรื่องสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ อาจจะนำมาซึ่งความไม่เท่าเทียม ฉะนั้นสิ่งที่ตนอยากจะชวนทุกคนคิดในการจัดทำแผนคือการเชื่อมโยงเป้าหมายทั้งหมด

โครงสร้างรัฐ ต้องเหมาะสม-ใช้เงินให้เป็นประโยชน์

ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย มี 2 เรื่องเกี่ยวข้อง คือ การปรับโครงสร้างภาครัฐ เพราะเราเป็นรัฐที่เน้นการควบคุมเห็นได้จากมักใช้รูปแบบการขออนุมัติ-อนุญาต เป็นหลักซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยนโยบายรัฐบาลต้องการเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐ จากผู้ควบคุมเป็นการอำนวยความสะดวกให้ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการต่างๆได้ เพื่อทำให้มีความสามารถด้านการแข่งขันมากขึ้นในทุกระดับ

รวมถึงเรื่องโครงสร้าง ต้องมีขนาดที่เหมาะสม เพื่อให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพโดยที่ใช้จ่ายตามสมควร เพราะงบส่วนใหญ่กว่า 73% ที่เป็นงบประจำ หากลดตรงส่วนนี้ได้และนำเทคโนโลยีมาทดแทนในการบริหารราชการ จะทำให้เราปรับเงินไปใช้ด้านอื่นๆได้ ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลเพื่อไม่ให้มีการทุจริต

ฉะนั้นถ้าดำเนินการได้ ก็จะทำให้การบริการได้อย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา มีประสิทธิภาพและโปร่งใสที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปและปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป จากนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการปรับสวัสดิการ วิธีการจ้างหรือค่าตอบแทน ไม่ใช่อยู่กันแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 70 ปี 

อัปเดต กม.ไทย ให้ทันสมัย

ส่วนเรื่องของกฎหมาย นายปกรณ์ ชี้ว่าระบบกฎหมายไทยเปลี่ยนแปลงช้ามากไม่ทันสมัยมากนัก ฉะนั้นสิ่งที่พยายามทำคือการปรับกฎหมายให้ทันสมัย ซึ่งหากเทียบกับต่างประเทศก้าวหน้ากว่าเราไป 4 ยุคแ แต่ระบบกฎหมายไทยยังคงเหมือนเดิม เพราะหลักการออกกฏหมายจะทันสมัย ณ ช่วงเวลาที่มีการบังคับใช้ แต่เมื่อเวลาเคลื่อนไปมันจะไม่ทัน ฉะนั้นสิ่งที่ทำควรจะต้องแก้กฎหมาย 

“นางฟ้าอยู่ในหลักการ ซาตานอยู่ในรายละเอียด เช่น พ.ร.บ.หลักการดีมาก แต่กฎกระทรวงที่ไปกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ต่างๆ เยอะแยะนั้นคือซาตาน ฉะนั้นนโยบายรัฐบาลเรื่องกฎหมายที่ชัดเจนที่สุด คือการรีวิวกฎหมายลำดับรองที่มีประมาณ 7,600 ฉบับ ให้ทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริการ ซึ่งนี่จะเป็นหัวใจสำคัญตัวชี้วัดการพัฒนาประสิทธิภาพของราชการจริงๆ ในอนาคต”

รองนายกฯ ย้ำว่า เวลาคิดดกฎหมาย ไม่ใช่อยู่ๆเวลาคิดอยากจะมี แต่ควรมีการคิดวิเคราะห์ตลอดเวลา เพื่อให้กฎหมายทันสมัยและเข้ากับทุกภาคส่วน

พัฒนาอย่างยั่งยืน สู่ผลลัพธ์ที่ดี

ส่วนการเข้าเป็นสมาชิก OECD นายปกรณ์ กล่าวว่า ถ้าประเทศไทยได้มาตรฐาน OECD ก็จะทำให้ระบบภาษีอากร ระบบการคลัง ระบบสวัสดิการสังคม ระบบการค้าขาย เข้าสู่มาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับในกลุ่ม 38 ประเทศสมาชิกโดยสภาพ ทำให้การเจรจาค้าขายง่ายขึ้น นี่จนเป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้มุ่งมั่นกับการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD 

สุดท้ายสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำคือ หลักนิติธรรม เพราะระบบกฎหมายทั่วโลกด้านการค้าการลงทุนไม่มีใครอยากขนเป็นมาทิ้งในประเทศที่ไม่มีหลักนิติธรรม

นายปกรณ์ ย้ำว่า ต้องรักษาสมดุลในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม เพราะหลักการพัฒนาจริงๆ คือเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งปัจจุบันมีการพูดถึงน้อยมาก โดยจะต้องมองในองค์รวมแล้วจะทำให้ตามมาด้วยผลลัพธ์ที่ดี 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ