“วิษณุ” แจงไทม์ไลน์ เดือนนี้ได้นายกฯใหม่ หาก “บิ๊กตู่” หวนคืนเก้าอี้ ยังนับเป็นนายกฯคนที่ 29

“วิษณุ” แจงไทม์ไลน์การเมือง พ.ค.นี้ได้นายกฯใหม่ หาก “บิ๊กตู่” หวนคืนเก้าอี้ ยังนับเป็นนายกฯคนที่ 29 ยัน ยังไม่ถูกทาบนั่งรองนายกฯรัฐบาลหน้า เชื่อยังไม่มีใครถูกทาบนั่งเก้าอี้รมต.ก่อนรู้พรรคตัวเองได้กระทรวง-ตำแหน่งไหน บอก ตำแหน่ง ปธ.สภา ไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคใหญ่

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล หลังมีพิธีเปิดสภาอย่างเป็นทางการ ว่า เมื่อได้ตัวประธานวุฒิสภา ประธานสภา และมีการโปรดเกล้าฯลงมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายกรัฐมนตรีคนใหม่น่าจะได้ในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่กว่าจะตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ จะต้องมีการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน และต้องมีการแถลงนโยบายการดำเนินงานต่อรัฐสภาด้วย ก็จะประมาณเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ เมื่อมีการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็ทำให้รัฐบาลเก่าพ้นจากตำแหน่ง แต่รัฐบาลใหม่อาจจะยังทำงานยาก เพราะยังไม่ได้มีการแถลงนโยบาย ซึ่งจะต้องมีการแถลงภายใน 15 วันหลังการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ส่วนการจัดทำนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่จะใช้เวลาแค่ไหน ยิ่งเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค ก็ต้องพยายามนำเอานโยบายของพรรคอื่นๆเข้ามาด้วย จะเอาแต่นโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียวคงไม่มีใครยอม ซึ่งพรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลจะต้องไปว่ากันเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมาเป็นนายกฯ จะเรียกว่าเป็นนายกฯคนที่ 30 หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อพูดถึงคน วันนี้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ถ้าได้กลับมาอีกก็ถือว่าเป็นนายกฯคนที่ 29 อย่างกรณีของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯหลายครั้ง ก็ยังนับ 1 คน เช่นเดียวกับนายกฯในอดีตคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เป็นครั้งเดียวด้วยเช่นกัน ส่วนพล.อ.ประยุทธ์จะได้เป็นอีกรอบหรือไม่ ตนไม่รู้

เมื่อถามว่า นายวิษณุได้รับการทาบทามให้กลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลต่อไปหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ข่าวทาบทามมาจากไหน ยืนยันยังไม่มี ถามทุกวันก็จะตอบทุกวันว่าไม่มี แต่ถ้าวันไหนมีก็จะตอบว่ามี ส่วนเส้นทางอนาคตของตนเองยังไม่ขอบอก และเชื่อว่ายังไม่มีคนไหนถูกทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีในตอนนี้ หรือจะมีใครเป็นผู้ไปทาบทาม เพราะใครจะเป็นรัฐบาลอย่างไรก็ยังไม่ทราบ มันไม่มีใครที่จะไปตั้งเงื่อนไขหรือเตรียมการอย่างนั้น แต่สำหรับพรรคที่เขาจะคิดร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล แค่เวลานี้เขาก็ยังไม่พูดถึงตัวบุคคล ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงไหน แต่อาจจะพูดเพียงแค่ตำแหน่งของแต่ละพรรคที่จะได้ เมื่อได้ตำแหน่งถึงจะมีการเสนอตัวบุคคล แต่ถ้ายังไม่มีตำแหน่งแล้วมาทาบทามตัวบุคคลจะเป็นการซี้ซั้ว จะเอาไปไหนก็ได้ ซึ่งในความเป็นจริงมันต้องได้ตำแหน่งมาก่อน โดยสรุปแล้ววันนี้ยังไม่รู้พรรคไหนจะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลด้วยซ้ำ อีกทั้งจะต้องมีการยกร่างนโยบาย ซึ่งทุกขั้นตอนเคยมีการจับมือกันเป็นรัฐบาล รู้ตำแหน่ง รู้บุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรี แต่ต้องเลิกร่วมมือกันเพราะเกิดปัญหา เรื่องแบบนี้ก็เคยเกิดมาแล้ว

เมื่อถามว่า วันนี้เดินทางเข้าทำเนียบฯพร้อมกับนายกฯ ได้นัดคุยกันถึงสถานการณ์ทางการเมืองก่อนเดินทางเข้ามาหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า แค่มาสาย ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเดินทางมาถึงทำเนียบฯพร้อมๆกับนายกฯ ยืนยันไม่ได้มีการนัดพูดคุยเรื่องการบ้านการเมืองกัน และวันนี้ช่วงสายตนได้เดินทางไปกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดูสถานที่เตรียมความพร้อมในพิธีเปิดสภา วันที่ 24 พฤษภาคมนี้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมดูความพร้อม ทุกอย่างเรียบร้อยดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงบุคคลที่จะมาเป็นประธานสภา ไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในอดีต นายอุทัย พิมพ์ใจชน มีแค่ 3 เสียงยังสามารถได้รับเลือกเป็นสภาผู้แทนราษฎร จึงขึ้นอยู่กับความยินยอมของสมาชิกที่จะเลือก บางครั้งสมาชิกยินยอมพร้อมใจที่จะเลือกคนจากพรรคใหญ่ แต่บางครั้งเห็นว่าพรรคใหญ่เป็นรัฐบาลแล้ว ก็เลือกพรรคที่สองขึ้นมาเป็น แต่บางครั้งก็ไม่เกี่ยวกับพรรคที่หนึ่งหรือสอง แต่เป็นเรื่องของการต่อรองและอุดช่องว่าง แม้คิดว่าพรรคนั้นจะมีสองหรือสามเสียง แต่คิดว่าน่าจะทำหน้าที่ประธานสภาได้ดีก็เลือกได้ ซึ่งดีเสียอีก จะไม่มีการโน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง แบบนั้นก็ได้ หรือจะเลือกประธานแบบหนึ่ง เลือกรองประธานอีกแบบหนึ่งก็ได้

 

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์

Previous articleกบข.ซุ่มจับมือสถาบันในตลาดทุน “AIMC-SSO-บ.ประกัน” ยกระดับลงทุนหุ้นน้ำดี
Next article“ตรัง” บูมเลี้ยงไก่ดำทำเมนูเด็ดรับนักท่องเที่ยว