กรมป่าไม้จัดหนัก! เอาผิด “ปารีณา” รุกป่า โทษหนัก 20 ปี ปรับ 2 ล.

กรมป่าไม้จัดหนัก! เอาผิด “ปารีณา” รุกป่า โทษหนัก 20 ปี ปรับ 2 ล.
ภาพ : มติชนสุดสัปดาห์

วันที่ 2 ธ.ค.2562 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงข่าวการแจ้งความดำเนินคดีฟาร์มไก่เขาสน 2 จำนวน 46 -1-40 ไร่ ในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า นับจากนี้คดีรุกป่าจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ต่อไปคงจะพูดอะไรมากไม่ได้ แต่ได้ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เรื่องนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยแต่งตั้งคณะทำงานมี นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นประธาน และร่วมกับ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และเริ่มลงพื้นที่ในวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากนั้น น.ส.ปารีณาได้ร้องเรียนมายังกรมป่าไม้ ระบุว่า น่าจะมีการรังวัดที่ดินไม่ถูกต้อง เนื่องจากมาตราส่วนแผนที่ของ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ไม่เหมือนกัน โดยกรมป่าไม้รับเรื่องไว้และนำมาไปพิจารณากับคณะทำงาน และตรวจสอบความถูกต้อง จึงมีการเข้าไปตรวจซ้ำเพิ่มเติม ยืนยันไม่ได้ประวิงเวลา หรือมีหลายมาตรฐานกับประชาชนที่บุกรุกป่า ทุกรายที่ถูกตรวจสอบ มีสิทธิจะแย้ง คัดค้านได้ ซึ่งเป็นการดี เพราะเราจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วน

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่วันที่ 20-29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ได้ดำเนินการเราใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ ยืนยันว่าทำเต็มที่ รัดกุม รอบคอบ และคงมาตรฐานการใช้กฎหมายเดียวกัน ส่วนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าวก็ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะมีสิทธิตามกฎของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินแห่งชาติ (คทช.)

นายธวัชชัย กล่าวว่า ได้เริ่มลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และทำงานโดยปราศจากแรงกดดันใดๆ ทั้งสิ้น พบที่ดินของ น.ส.ปารีณา รุกป่าสงวนแห่งชาติ 46 ไร่ จนขณะนี้ก็มีพื้นที่บุกรุก 46 ไร่ เช่นเดิม

ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า อะไรที่ผิดก็คือผิด เพราะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่ขอพูดทางคดีมาก เพราะอาจมีผลต่อคดี ซึ่งในครั้งนี้จะดำเนินคดีต่อ น.ส.ปารีณา ใน 4 ข้อกฎหมาย คือ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ซึ่งทั้ง 4 ข้อกล่าวหา จะผิดจะถูกขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อกล่าวหาทั้ง 4 คดี จะมีโทษอย่างไร นายอรรถพล กล่าวว่า โทษขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล โดย พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ มีโทษสูงสุด 20 ปี และโทษปรับสูงสุด 2 ล้านบาท

เมื่อถามว่า จากนี้กรมป่าไม้จะมีแนวทางในการตรวจสอบที่ดินในภาพรวมอย่างไร อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ต่อไปคงมีการสแกนทั้งประเทศ ขอบเขตป่าในแต่ละพื้นที่ มีแผนงานทำงานร่วมกับหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทับซ้อน

กรมป่าไม้จัดหนัก! เอาผิด “ปารีณา” รุกป่า โทษหนัก 20 ปี ปรับ 2 ล.ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าว นายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี และอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม บิดาของ น.ส.ปารีณา ได้เข้ามาในห้องแถลงข่าว โดยหลังอธิบดีพูดจบ นายทวีลุกขึ้นและกล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจมาที่นี้ แต่ตั้งใจทำหนังสือความเป็นธรรมกับอธิบดี ระหว่างการแถลงข่าวตนก็ฟังอย่างเดียว แต่เมื่อมาที่นี่แล้วก็มีคำถาม ซึ่งตนไม่ได้มาหาเรื่องอธิบดี แต่มาขอความเป็นธรรม อีกทั้งขณะนี้ยังติดต่อลูกสาวไม่ได้

“ผมอยากบอกลูกสาวว่า อย่าไปฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้เลย เพราะท่านทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย และอยากให้ลูกสาวหาหลักฐานมาสู้คดีจะดีกว่า และอย่าไปฟังทนายมาก เพราะต้องจ่ายเงินให้ทนายทั้งขึ้นทั้งร่องทุกกรณี ให้ฟังพ่อ ผมคิดผิดที่ส่งลูกไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่ 11 ขวบ จนจบปริญญาโท ทำให้เขามีความมั่นใจในตัวเองสูง คิดแบบฝรั่ง ไม่ฟังใคร แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เชื่อ”

นายทวี กล่าวอีกว่า อยากจะขอถามอธิบดีกรมป่าไม้ เรื่องแผนที่ที่บอกว่าครอบครัวของตนรุกป่า 46 ไร่ อยู่บริเวณไหน เพราะว่าแผนที่ที่มีมันเล็กมาก ขณะเดียวกัน เหมือนจะเอาผิดกันหัวโต อีกทั้งในพื้นที่นี้มีอำเภอ ชุมชน อยู่ในบริเวณเดียวกัน และแผนที่ในแต่ละหน่วยงานก็มีความทับซ้อนกัน เชื่อถือได้หรือไม่ ซึ่งตนโอนสิทธิครอบครองจากชาวบ้าน ก่อนปี 2523

โดยซื้อจากชาวบ้านที่ทำไร่ โดยที่เราไม่รู้ว่าเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตป่าไม้ หรือเขต ส.ป.ก. เพราะไม่มีป้ายปักแม้แต่ป้ายเดียวว่าเป็นเขตอะไร ไม่มีหลักหมุด อยู่มา 40 ปีเศษ ไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ อีกทั้งชาวบ้านทั่วไปก็เหมือนกับตน ไม่รู้ว่าพื้นที่ใด และที่ไปโอนสิทธิครอบครองก็ไม่มีพื้นที่ป่าแม้แต่พื้นที่เดียว เป็นชุมชนไปหมด ซึ่งป่าสงวนได้ประกาศตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ปี 2484 แม้แต่ที่ทำการอำเภอก็อยู่เขตป่าหมด นี่คือข้อเท็จจริง น.ส.ปารีณา ก็ไม่รู้การซื้อที่นี่ ไม่รู้เรื่องนี้

และตนซื้อมาจากชาวบ้าน ก็ไม่รู้ว่าเป็นมือไหน มีใบ ภ.ท.บ.5 ก็ซื้อไป แล ะใบภ.ท.บ. ทางราชการเขาแจ้งมาว่า ใครที่ครอบครองที่ดินและใช้ประโยชน์ให้ไปเสียภาษีให้ท้องถิ่นนั้น ซึ่งตนก็เสียที่เขต ช่วงหลังก็อำเภอ แสดงว่าตนได้ทำประโยชน์และเสียภาษี คล้ายๆอย่างนั้นไป

จากนั้นนายทวี ได้ยื่นแผนที่ให้กับอธิบดีกรมป่าไม้ โดยอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ไม่อยากพูดในรายละเอียดมาก เพราะมีผลทางคดี ซึ่งพื้นที่รุกป่า 46 ไร่ นั้น ให้ไปสู้ในชั้นศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น อธิบดีกรมป่าไม้ได้มอบหมายให้คณะทำงานนำเรื่องราวเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป

 

ที่มา : มติชน 

 


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ