เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กบง. หั่นราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2.40 บาท ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่น 3.9 พันล้าน อุ้มค่าครองชีพ
Economic กบง. หั่นราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2.40 บาท ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่น 3.9 พันล้าน อุ้มค่าครองชีพ
สาวกบอร์ดเกมไทยห้ามพลาด งาน“Thailand Board Game Show Go arounD”
Biz Movement สาวกบอร์ดเกมไทยห้ามพลาด งาน“Thailand Board Game Show Go arounD”
วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
Economic วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
Business HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
Economic แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
“ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
Politics “ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
World กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
SD นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
ดูทั้งหมด

ปารีณา ไกรคุปต์ ยื่นหลักทรัพย์ 1 ล้านบาท ประกันตัว คดีบุกรุกป่าราชบุรี

06 ต.ค. 2568 | 13:38น.
ปารีณา ไกรคุปต์

หลังศาลอาญาฯพิพากษาปารีณา คดีบุกรุกป่าราชบุรี จำคุก 4 ปี 1 เดือน ด้านทนายความยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และได้รับการปล่อยตัวเพื่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

ที่ศาลจังหวัดราชบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัทปารีณา ไกรคุปต์ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวน, พระราชบัญญัติป่าไม้, ประมวลกฎหมายที่ดิน และพระราชบัญญัติน้ำบาดาล

โจทก์ฟ้องว่าระหว่างปี 2555 ถึง 24 พ.ย. 2565 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี (ป่าเขาสน) หมู่ที่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยได้ร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 4 แปลง แปลงที่ 1 เนื้อที่ 387 ไร่ 80 ตารางวา, แปลงที่ 2 เนื้อที่ 207 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวา, แปลงที่ 3 เนื้อที่ 70 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา และแปลงที่ 4 เนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 84 ตารางวา รวมที่ดิน 4 แปลงเนื้อที่ 681 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา เพื่อประโยชน์ของจำเลยทั้งสอง ในการปลูกสร้างโรงเรือน เลี้ยงไก่ สร้างบ้านพัก ปักเสาไฟ สร้างแท็งก์น้ำ และขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ เป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ เป็นเหตุให้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้รับความเสียหาย โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำเป็นเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ และไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับการยกเว้นใด ๆ คิดเป็นเงินค่าเสียหายของรัฐรวม 35,369,459.10 บาท

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ที่ดินที่เกิดเหตุมิได้เป็นป่าโดยสภาพ เนื่องจากมีบุคคลเข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์ก่อนที่จำเลยทั้งสองจะเข้ามาครอบครองเป็นระยะเวลานานแล้ว และไม่เคยมีเจ้าหน้าที่รัฐโต้แย้งการที่มีบุคคลเข้ายึดถือครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุ และไม่เคยมีหน่วยงานราชการใดแจ้งให้จำเลยที่ 2 ทราบว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นป่า จำเลยที่ 2 จึงไม่ทราบว่าการครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุเป็นความผิดก็ตาม

แต่จำเลยทั้งสองย่อมทราบดีว่า ที่ดินที่เกิดเหตุยังเป็นที่ดินที่ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของหรือได้ใช้สิทธิใด ๆ ตามกฎหมายที่ดิน เนื่องจากจำเลยที่ 2 เพียงแต่เป็นผู้มีชื่อครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุ ในแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) รวม 29 แปลง ประกอบกับในช่วงที่จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำเลยที่ 2 ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า เป็นผู้ครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุตามแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) รวม 29 แปลง

ซึ่งแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีดังกล่าวมิใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน และมิใช่ใบอนุญาตให้ครอบครองที่ป่าหรือที่ดินของรัฐ ดังนั้นจำเลยที่ 2 ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ย่อมทราบดีว่าที่ดินที่เกิดเหตุทั้ง 4 แปลงเป็นที่ดินที่ยังไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของหรือได้สิทธิใด ๆ ตามกฎหมายที่ดิน ที่ดินพิพาทจึงยังคงเป็นป่าตามคำนิยามของกฎหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484

การที่จำเลยทั้งสองยึดถือครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุทั้ง 4 แปลง จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันยึดถือครอบครองป่าเพื่อตัวเองหรือผู้อื่นเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และฐานร่วมกันยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน

พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 100,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 ปี ฐานร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 เดือน

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษ ฐานร่วมกันยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตคงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 50,000 บาทและจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี ฐานร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 10,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 เดือน รวมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 60,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 4 ปี 1 เดือน ให้ริบของกลาง ให้จำเลยทั้งสอง คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากป่าและที่ดินของรัฐที่เกิดเหตุ ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำบาดาล อุดและกลบหลุมบ่อน้ำบาดาล

ต่อมา ทนายความของ น.ส.ปารีณา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.ปารีณาตีหลักทรัพย์ 1 ล้านบาท และได้รับการปล่อยตัวเพื่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปารีณา ไกรคุปต์